ย้อนรำลึกเหตุการณ์วันอาสาฬหบูชา
 
paderm
paderm
วันที่  16 ก.ค. 2553
หมายเลข  16741
อ่าน  10,599

ขอบูชาคุณพระรัตนตรัย
ย้อนรำลึกเหตุการณ์วันอาสาฬหบูชา
เหตุการณ์สำคัญในวันอาสาฬหบูชา
1.ประกาศพระธรรมจักร แสดงปฐมเทศนา
2.
การปฏิสนธิลงในพระครรภ์ของพระโพธิสัตว์             
3. ออกมหาภิเนษกรมณ์(การออกบวช)
4. ทำยมกปาฏิหารย์ ปราบอัญญเดียรถีย์

วันอาสาฬบูชาทรงแสดงปฐมเทศนา มีพระรัตนตรัยเกิดขึ้น
          เมื่อครั้งวันวิสาขบูชา คือวันเพ็ญ เดือน 6 พระพุทธเจ้าทรงตรัสรู้ชอบได้ด้วยพระองค์เอง กิเลสเหล่าใดที่มีในอดีตจนถึงปัจจุบัน กิเลสเหล่านั้น พระองค์ทรงละกิเลสได้แล้วที่ควงต้นพระศรีมหาโพธิ์ที่พุทธคยา เวลานั้นได้มีพระพุทธเจ้า พระธรรม แต่พระสงฆ์ คือผู้รู้ตามพระองค์ยังไม่เกิดขึ้นในโลก เมื่อพระพุทธเจ้าทรงตรัสรู้ พระองค์ทรงประทับอยู่บริเวณนั้นเป็นเวลา 7 สัปดาห์ ครั้นครบ 7 สัปดาห์ พระอินทร์ได้น้อมถวาย ไม้สีฟัน และลูกสมอแด่พระพุทธเจ้า ตปุสสะและภัลลิกะผู้เป็นพ่อค้าได้การดลใจจากเทวดาผู้เป็นญาติให้ไปเข้าเฝ้าพระพุทธเจ้า พระพุทธเจ้าได้ประทานพระเกศา 8 เส้นเป็นสิ่งที่ท่านทั้งสองนำไปบูชา และได้ขอถึงพระพุทธ พระธรรมเป็นที่พึ่ง แต่ยังไม่มีพระสงฆ์เกิดขึ้นในโลก



  ความคิดเห็นที่ 1  
 
paderm
paderm
วันที่ 16 ก.ค. 2553

          เวลาต่อมาพระพุทธเจ้าทรงมีพระดำริว่าสัตว์มากไปด้วยกิเลส ไม่สามารถจะเข้าใจพระธรรมที่พระองค์ทรงแสดงได้  เพราะพระธรรมที่พระองค์ทรงตรัสรู้ ลึกซึ้ง ยากที่จะรู้ได้ จึงน้อมพระทัยที่จะไม่แสดงพระธรรมกับสัตว์โลก ท้าวมหาพรหมทราบพระปริวิตกของพระพุทธเจ้า คิดว่าโลกจะพินาศหากพระพุทธเจ้าไม่แสดงธรรม จึงทูลอาราธนาให้พระพุทธเจ้าแสดงธรรม ด้วยให้เหตุผลว่า สัตว์ที่มีปัญญาสะสมมาที่จะตรัสรู้มีอยู่ ขอพระองค์ทรงแสดงธรรมแก่เขา  พระพุทธเจ้าจึงรับอาราธนาและได้ตรัสว่า  ขอผู้มีศรัทธาจงเปิดประตูรับพระธรรมที่พระองค์ทรงแสดงเถิด

         พระพุทธองค์ทรงตรวจดูว่าเราควรแสดงธรรมแก่ใครก่อน ทรงระลึกถึงอาฬารดาบสและอุทกดาบส ซึ่งท่านทั้งสองก็ได้สิ้นชีวิตไปแล้ว ได้ไปเกิดในอรูปพรหมซึ่งไม่สามารถที่จะบรรลุธรรมได้ในภพภูมินั้น พระพุทธองค์ทรงระลึกถึงปัญจวัคคีย์ผู้มีอุปการะเมื่อครั้งบำเพ็ญทุกกรกิริยา จึงมีพระดำริที่จะไปโปรดพระปัญจวัคคีย์

 
  ความคิดเห็นที่ 2  
 
paderm
paderm
วันที่ 16 ก.ค. 2553

      ในเวลาเช้า วันขึ้น 15 ค่ำเดือน 8 คือวันอาสาฬหบูชา พระพุทธองค์ทรงเสด็จจากพุทธคยาไปที่เมืองพาราณสี ระยะทาง 18 โยชน์ ระหว่างทางพบอุปกาชีวก ทรงแสดงธรรมให้รู้ว่าพระองค์ทรงเป็นพระพุทธเจ้า แต่ว่าอุปกาชีวกไม่ได้บรรลุธรรมแต่พระองค์ทรงแสดงธรรมเพื่อเป็นอุปนิสัยให้อุปกาชีวก บรรลุในอนาคต ทรงเสด็จถึงเมืองพาราณสีที่ป่าอิสิปตนมฤคทายวันในเวลาเย็นและได้พบพระปัญจวัคคีย์

เจาคันธีสถูป สถานที่พระพุทธเจ้าพบกับพระปัญจวัคคีย์

     ป่าอิสิปตนมฤคทายวัน เป็นสถานที่ที่พระพุทธเจ้าทุกๆพระองค์ย่อมแสดงปฐมเทศนาให้หมู่สัตว์บรรลุเป็นครั้งแรก ทุกๆพระองค์และที่ป่าอิสิปตนมฤคทายวัน เมื่อคราวว่างพระศาสนา เป็นสถานที่ที่พระปัจเจกพุทธเจ้าจะมาพบกัน

บริเวณ ป่าอิสิปตนมฤคทายวันในปัจจุบัน

 
  ความคิดเห็นที่ 3  
 
paderm
paderm
วันที่ 16 ก.ค. 2553

     เมื่อพระพุทธองค์ทรงเสด็จถึงป่าอิสิปตนมฤคทายวัน พระปัญจวัคคีย์ได้เห็นพระพุทธเจ้าแล้ว ได้มีความคิดกันว่า พระสมณโคดมมักมากเมื่อก่อนทรมานตนเดี๋ยวนี้ บริโภคอาหาร เราทั้งหลายไม่ควรต้อนรับทำอัญชลี เพียงแค่จัดเสนาสนะที่นั่งไว้ให้เท่านั้น พระพุทธองค์ทรงทราบความคิดของท่านเหล่านั้นจึงแผ่เมตตาไปยังท่านเหล่านั้น เมื่อพระพุทธองค์มาถึง ต่างก็ลืมความคิดเหล่านั้น ต่างก็ไหว้ ลุกรับ ทำกิจที่ควรทำต่างๆ และในคืนของวันอาสาฬหบูชานั้นเอง พระพุทธองค์ทรงแสดงธรรมคือ ธรรมจักรกัปปวตนสูตร เมื่อจบเทศนา ท่านพระอัญญาโกณทัญญะ พร้อมกับพรหมจำนวน 180 ล้าน บรรลุเป็นพระโสดาบัน ครั้งนั้นพระรัตนตรัยคือพระพุทธ พระธรรม และพระสงฆ์เกิดขึ้นแล้วในโลก ความอัศจรรย์ต่างๆเกิดขึ้นมากมาย ธรรมจักรอันพระพุทธเจ้าให้เป็นไปแล้ว มีผู้ตรัสรู้ตามแล้ว เหล่าเทวดาทั้งหลายต่างก็ยินดี

ธัมเมกขสถูป สถานที่ที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงปฐมเทศนา

 
  ความคิดเห็นที่ 4  
 
paderm
paderm
วันที่ 16 ก.ค. 2553

พระธรรมจักร  ธัมมจักรกัปปวตนสูตร

     พระพุทธองค์ทรงแสดงสูตรนี้เป็นปฐมเทศนาให้พระอัญญาโกณทัญญะ บรรลุเป็นพระอริยบุคคลรูปแรก ข้อความในพระสูตรแสดงใจความดังนี้

     บุคคลควรเว้นทางสุดโต่งสองอย่างที่ไม่ใช่หนทางคือ ประการแรก  ทางที่ประกอบพัวพันไปด้วยกาม  เช่น บุคคลที่เพลิดเพลินยินดีไม่สนใจในการอบรมปัญญา หรือ บุคคลที่คิดว่าการยินดีพอใจในสิ่งต่างๆให้มากที่สุดเป็นทางพ้นทุกข์  นี่ไม่ใช่หนทาง ไม่ใช่ทางสายกลาง เป็นทางสุดโต่งประการที่หนึ่ง

     ประการที่สอง การประกอบความลำบากแก่ตน ทำให้ตนเองเป็นทุกข์ แต่ไมได้ทำให้ปัญญาเจริญ มีการทรมานตน เป็นต้น ที่เห็นอย่างหยาบ  และแม้หนทางที่จะต้องให้ตัวเองเป็นทุกข์ก่อน เช่น นั่งสมาธิจนให้เมื่อยมากๆเพื่อจะให้เห็นทุกข์นั่นก็ไม่ใช่ทางสายกลาง เป็นการทรมานตนที่เห็นได้ ไม่ได้ทำให้ปัญญาเจริญ เพราะทุกข์มีอยู่แล้วในขณะนี้ในชีวิตประจำวัน ไม่ต้องไปทำให้เมื่อยจึงจะเห็นทุกข์ ทางสายกลาง คือ อริยมรรคมีองค์ 8 เป็นทางดับกิเลส คือทางที่รู้ความจริงรู้ทุกข์ในขณะนี้ นั่นคือสภาพธรรมที่มีในขณะนี้ รู้ว่าเป็นธรรมไม่ใช่เรา โดยเริ่มจากการฟังให้เข้าใจ เมื่อเข้าใจธรรม ธรรมทำหน้าที่เองคือสติและปัญญาเกิด เป็นทางสายกลางเพราะไม่ใช่ความพยายามที่ผิด เป็นทางสายกลางเพราะปัญญาเกิดรู้ตามความเป็นจริงของสภาพธรรมในขณะนี้ว่าเป็นธรรมไม่ใช่เรา ฟังให้เข้าใจ ไม่ต้องไปนั่ง ไม่ต้องไปพยายามกำหนดรู้ ทางสายกลางจึงเป็นเรื่องละ ละที่จะอยากรู้ ละที่อยากจะพยายามตามรู้ ตามกำหนด เข้าใจถึงความเป็นอนัตตาของสติและปัญญาว่ามีเหตุปัจจัยก็เกิดเอง หน้าที่คือฟังธรรมให้เข้าใจเท่านั้นเพราะฉะนั้นขณะที่สติและปัญญาเกิดรู้ความจริงในขณะนี้ เป็นทางสายกลาง

 
  ความคิดเห็นที่ 5  
 
paderm
paderm
วันที่ 16 ก.ค. 2553

วันอาสาฬหบูชา เป็นวันที่พระโพธิสัตว์ปฏิสนธิลงในพระครรภ์
พระโพธิสัตว์เมื่ออยู่ในสวรรค์ชั้นดุสิต เมื่อทรงเห็นว่าเป็นเวลาเหมาะสมแล้วที่เราจะเกิดในโลกมนุษย์และตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้า จึงทรงไปยังสวนนันทวันจุติจากภพดุสิตไปเกิดในพระครรภ์ของพระนางมหามายาเทวีในวันอาสาฬหบูชา   

ภาพ พระนางมหามายาเทวีทรงพระสุบินและพระโพธิสัตว์ปฏิสนธิในพระครรภ์ 
ในวันนั้นเอง พระ
นางมหามายาเทวี ทรงรักษาอุโบสถศีลและบรรทมหลับไป ได้พระสุบินว่าเทวดาผู้เป็นท้าวมหาราชทั้ง 4 ได้ยกพระนางมหามายาเทวีพร้อมกับที่บรรทมไปที่ป่าหิมพานต์ แล้วให้สรงสนานที่สระอโนดาตให้นุ่งห่มผ้าทิพย์  แล้วให้พระนางบรรทมที่ภูเขาเงินลูกหนึ่ง พระโพธิสัตว์เป็นช้างสีขาวอยู่ที่ภูเขาทอง ได้เดินมาจากภูเขาทองมาที่ภูเขาเงิน ได้ถือดอกบัวขาวด้วยงวงเข้าไปที่ภูเขาเงิน ทำการเวียนขวาที่บรรทมของพระนางมหามายาเทวี 3 รอบ  แล้วก็หายเข้าไปในพระอุทรของพระนาง  เพราะเหตุนั้น พระโพธิสัตว์ได้ปฏิสนธิแล้วในวันเพ็ญ เดือน 8 คือ วันอาสาฬหบูชา 

 
  ความคิดเห็นที่ 6  
 
paderm
paderm
วันที่ 20 ก.ค. 2553

วันอาสาฬหบูชาเป็นวันที่พระโพธิสัตว์ออกมหาภิเนษกรมณ์(การออกบวช)

 

เวลาที่พระชนมายุ ๒๙ พรรษา พระมหาสัตว์ทรงทิ้งจักรวรรดิราชย์ที่ตกอยู่ในพระหัตถ์ ไม่ทรงเยื่อใยเหมือนก้อนเขฬะ เสด็จออกจากพระราชย์นิเวศน์อันเป็นสิรินิวาสแห่งจักรพรรดิ เมื่อดาวนักษัตรอุตตราสาฬหะเพ็ญเดือนอาสาฬหะ เสด็จออกจากพระนคร ได้มีพระประสงค์จะทรงแลดูพระนคร ในลำดับแห่งความตรึกนั่นเอง ภูมิประเทศนั้น ก็แปรเปลี่ยนไปเหมือนจักรแป้นหมุนทำภาชนะดิน แก่พระองค์ พระมหาสัตว์ทรงยืนอยู่อย่างเดิม ทอดพระเนตรกรุงกบิลพัสดุ์ ทรงกระตุ้นม้ากัณฐกะให้บ่ายหน้าไปตามทางที่พึงไป แสดงเจดียสถาน ชื่อ กัณฐกนิวัตตนะ ที่ม้ากัณฐกะหันหน้ากลับ ณ ภูมิประเทศนั้นเสด็จไปด้วยสักการะยิ่งใหญ่ ด้วยเหตุให้เกิดสิริอันโอฬาร.

 
  ความคิดเห็นที่ 7  
 
paderm
paderm
วันที่ 20 ก.ค. 2553

วันอาสาฬหบูชาเป็นวันที่พระพุทธเจ้าทำยมกปาฏิหารย์ ปราบอัญญเดียรถีย์ 

พระศาสดาทรงกระทำยมกปาฏิหาริย์กำราบเหล่าเดียรถีย์  มิใช่เป็นเรื่องทั่วไปกับสาวก ทรงทราบความที่ชนเป็นอันมากพากันเลื่อมใส เสด็จลงประทับนั่งเหนือพระพุทธอาสน์ ทรงแสดงธรรม ฝูงปาณชาติ ๒๐ โกฏิพากันดื่มน้ำอมฤต. ต่อจากนั้นทรงพระดำริว่า ก็พระพุทธเจ้าแต่ปางก่อน ทรงกระทำปาฏิหาริย์แล้วเสด็จไป ณ ที่ไหน ทรงทราบว่า เสด็จไปสู่ดาวดึงส์พิภพจึงเสด็จลุกจากพระพุทธอาสน์ ย่างพระบาทเบื้องขวาเหยียบเขายุคนธร พระบาทซ้ายเหยียบยอดเขาสิเนรุ แล้วเสด็จเข้าจำพรรษาเหนือบัณฑุกัมพลศิลา โคนปาริฉัตตกพฤกษ์ ภายในระยะกาล ๓ เดือน ทรงแสดงพระอภิธรรมกถาแก่เทวดา 
อุทิศกุศลให้สรรพสัตว์

 
  ความคิดเห็นที่ 8  
 
รากไม้
วันที่ 22 ก.ค. 2553

กราบขอบพระคุณ และขออนุโมทนาครับ

 
  ความคิดเห็นที่ 9  
 
JANYAPINPARD
JANYAPINPARD
วันที่ 22 ก.ค. 2553

ขออนุโมทนาค่ะุ

 
  ความคิดเห็นที่ 10  
 
prachern.s
วันที่ 22 ก.ค. 2553

ขออนุโมทนาครับ

 
  ความคิดเห็นที่ 11  
 
จักรกฤษณ์
วันที่ 22 ก.ค. 2553

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาครับ

 
  ความคิดเห็นที่ 12  
 
khampan.a
khampan.a
วันที่ 22 ก.ค. 2553

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาครับ

 
  ความคิดเห็นที่ 13  
 
aiatien
aiatien
วันที่ 22 ก.ค. 2553

ขออนุโมทนาครับ

 
  ความคิดเห็นที่ 14  
 
h_peijen
h_peijen
วันที่ 23 ก.ค. 2553

ขอบคุณ และขออนุโมทนาค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 15  
 
pamali
วันที่ 24 ก.ค. 2553

กราบอนุโมทนาค่ะ

 

  

 
  ความคิดเห็นที่ 16  
 
hadezz
วันที่ 24 ก.ค. 2553

ขอบคุณ และขออนุโมทนาค่ะ 

 
  ความคิดเห็นที่ 17  
 
kinder
วันที่ 24 ก.ค. 2553

กราบอนุโมทนาครับ

 
  ความคิดเห็นที่ 18  
 
วันชัย๒๕๐๔
วันชัย๒๕๐๔
วันที่ 25 ก.ค. 2553

ขอบพระคุณและขออนุโมทนาครับ

 
  ความคิดเห็นที่ 19  
 
prakaimuk.k
วันที่ 26 ก.ค. 2553

ขอเรียนถามว่า เหุตการณ์ทั้งสี่ดังกล่าวข้างบน หาอ่านได้จากพระไตรปิฏกเล่มใดบ้างคะ มีเพื่อนสนใจอยากอ่านค่ะ ...ขอขอบพระคุณเป็นอย่างสูงค่ะ

 

 
  ความคิดเห็นที่ 20  
 
prakaimuk.k
วันที่ 26 ก.ค. 2553

 เรียนถามต่ออีกสักเล็กน้อยค่ะ ว่าเหตุการณ์ทั้งสี่นี้ เรียกว่าวันอาสาฬหบูชาทั้งหมดหรือคะ

 

 
  ความคิดเห็นที่ 21  
 
คุณ
วันที่ 26 ก.ค. 2553

ขออนุโมทนาค่ะุ

 
  ความคิดเห็นที่ 22  
 
Nareopak
Nareopak
วันที่ 26 ก.ค. 2553

ขออนุโมทนาในกุศลจิตของคุณ Paderm ทำให้ได้รู้และระลึกตามได้มากขึ้นกว่าก่อนที่ยังไม่ได้มาศึกษาที่มูลนิธิ แต่ช่วยขยายความคำว่า "ฝูงปาณชาติ "ด้วยค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 23  
 
Nareopak
Nareopak
วันที่ 26 ก.ค. 2553

ขอความกรุณา ช่วยอธิบายให้เข้าใจเพิ่มเติมด้วยค่ะว่า เพราะเหตุใดพระพุทธองค์จึงทรงทำยมกปาฏิหารย์ ปราบอัญญเดียรถีย์   ขออนุโมทนาค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 24  
 
paderm
paderm
วันที่ 26 ก.ค. 2553

เรียนความเห็นที่ 19
สำหรับเหตุการณ์ ก่อนที่พระพุทธเจ้าจะตรัสรู้และตรัสรู้แล้วและทรงประกาศพระธรรมจักรในวันอาสาฬหบูชา หาอ่านได้ที่เล่มที่ 55 ฉบับ มหามกุฎราชวิทยาลัยหรืออ่านที่ลิ้งค์นี้
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก เล่ม ๓ ภาค ๑ - หน้าที่ 130

สำหรับเหตุการณ์ ที่พระโพธิสัตว์ปฏิสนธิในครรภ์พระมารดาในวันอาสาฬหบูชาหาอ่านได้ที่เล่มที่ 55 ฉบับ มหามกุฎราชวิทยาลัย หรือที่ลิ้งค์ข้างล่างนี้ครับ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก เล่ม ๓ ภาค ๑- หน้าที่ 83

สำหรับเหตุการ์ที่พระโพธิสัตว์ทรงออกมหาภิเนษกรมณ์(การออกบวช) หาอ่านได้ที่เล่ม 73 ฉบับบมหามกุฎราชวิทยาลัย หรือที่ลิ้งค์ข้างล่างนี้ครับ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย พุทธวงศ์ เล่ม ๙ ภาค ๒- หน้าที่ 712

สำหรับเหตุการณ์ที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงยมกปาฏิหาริย์ปราบพวกอัญญเดียรถีย์ หาอ่านได้ที่เล่ม 60 ฉบับบมหามกุฎราชวิทยาลัย หรือที่ลิ้งค์ข้างล่างนี้ครับ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก เล่ม ๓ ภาค ๖ - หน้าที่ 331

 
  ความคิดเห็นที่ 25  
 
paderm
paderm
วันที่ 26 ก.ค. 2553

เรียนความเห็นที่ 20
เหตุการณ์ทั้ง 4 ที่กล่าวมาคือเกิดในวันอาสาฬหบูชา ที่เราเรียกว่าวันอาสาฬหบูชาเพราะวันนั้นกลุ่มดาวนักษัตรเดินในฤกษ์เดือนอุตตราสาฬหะ เขาจึงถือว่าวันนั้นเป็นวันอาสาฬหบูชาเพราะดวงดาวเดินในเดือนอาสาฬหะครับ ซึ่งทั้ง 4 เหตุการณ์เกิดในวันเดียวกัน คือ วันที่ดวงดาวเหล่านั้นเสวยฤกษ์อาสาฬหะ จึงเป็นวันอาสาฬหบูชาทั้ง 4 เหตุการณ์เพราะถือเอาดวงดาวที่เสวยฤกษ์อาสาฬหะครับ

ขออนุโมทนา

 
  ความคิดเห็นที่ 26  
 
paderm
paderm
วันที่ 26 ก.ค. 2553

เรียนความเห็นที่ 22
ฝูงปาณชาติหมายถึงหมู่สัตว์ทั้งหลายที่มีชีวิต ซึ่งจากข้อความที่คุณอ่านที่ว่า เสด็จลงประทับนั่งเหนือพระพุทธอาสน์ ทรงแสดงธรรม  ฝูงปาณชาติ ๒๐ โกฏิพากันดื่มน้ำอมฤต. หมายความว่า พระพุทธเจ้าทรงแสดงธรรมกับหมู่สัตว์ที่มีชีวิตและได้บรรลุธรรม 200 ร้อยล้าน คำว่าดื่มน้ำอมฤต หมายถึง ได้บรรลุธรรม ครับ

 
  ความคิดเห็นที่ 27  
 
prakaimuk.k
วันที่ 26 ก.ค. 2553

  ขอขอบพระคุณคุณ Paderm เป็นอย่างสูงค่ะ 

 

 
  ความคิดเห็นที่ 28  
 
paderm
paderm
วันที่ 26 ก.ค. 2553

เรียนความเห็นที่ 23

     การกระทำของพระพุทธเจ้าย่อมมีเหตุ ที่พระองค์ทรงแสดงยมกปาฏิหารย์ปราบพวกอัญญเดียรถีย์ เพราะทรงเห็นว่าเมื่อแสดงธรรมปาฏิหารย์แล้ว จะมีการประชุมของเทวดาและมนุษย์และเมื่อทรงแสดงธรรม สัตว์จะได้บรรลุมากมาย มีจำนวน 200 ล้าน เป็นต้น ซึ่งเหตุการณ์ที่ก่อนที่จะมีการแสดงยมกปาฏิหารย์ปราบอัญญเดียรถีย์ ก็เนื่องจากว่า พระสาวกของพระพุทธเจ้าทรงใช้ฤทธิ์เหาะเอาบาตรที่ห้อยอยู่ปลายไม้สูง ซึ่งพวกอัญญเดียรถีย์หยิบบาตรไม่ถึง ก็แสดงทำท่าจะเหาะ เมื่อจะเหาะก็ให้คนอื่นทำเป็นจับไว้ไม่ให้เหาะ เหมือนจะเหาะได้ แต่พระสาวกรูปหนึ่งของพระพุทธเจ้า  เหาะไปเอาบาตรได้  

     พระพุทธเจ้าทรงทราบเรื่อง พระองค์ทรงบัญญัติสิกขาบทไม่ให้ภิกษุแสดงฤทธิ์ เมื่อพวกอัญญเดียรถีย์ทราบว่าพระพุทธเจ้าไม่ให้ภิกษุแสดงฤทธิ์ จึงคิดว่าแม้พระพุทธเจ้าก็จะทรงไม่แสดงฤทธิ์ จึงทำเป็นท้าพระพุทธเจ้าว่าจะแสดงฤทธิ์แข่งกับพระพุทธเจ้า เพราะคิดว่าพระพุทธเจ้าคงไม่ทรงแสดงฤทธิ์เพราะได้บัญญัติสิกขาบทไว้ แต่เมื่อพระพุทธเจ้าทรงทราบจึงรับคำท้านั้น พระพุทธองค์ทรงให้เหตุผลว่า สิกขาบทมีกับพระสาวกเท่านั้น ไม่ได้มีกับพระพุทธเจ้าผู้บัญญัติสิกขาบท เปรียบเหมือนเจ้าของสวนคนอื่นจะมาบริโภคผลไม้ไม่ได้ แต่เจ้าของสวนบริโภคได้ครับ  เมื่อพระพุทธเจ้ารับคำท้าและก็ได้กำหนดวันคือวันอาสาฬหะ  และเมื่อถึงวันนั้นก็ทรงแสดงปาฏิหารย์ปราบพวกอัญญเดียรถีย์และทรงแสดงธรรม หมู่สัตว์บรรลุมากมาย เพราะฉะนั้น ประโยชน์สูงสุดคือสัตว์ได้บรรลุธรรมจึงได้ทรงแสดงปาฏิหารย์เพราะหมู่สัตว์จะมาประชุมกันเพื่อดูเหตุการณ์นี้แล้วได้ฟังธรรม แล้วได้บรรลุธรรม ครับ

ขออนุโมทนา

 
  ความคิดเห็นที่ 29  
 
orawan.c
orawan.c
วันที่ 28 ก.ค. 2553

ขอบคุณ และขออนุโมทนาค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 30  
 
Nareopak
Nareopak
วันที่ 28 ก.ค. 2553

ขออนุโมทนาและขอบพระคุณเป็นอย่างยิ่งค่ะที่ได้นำรายละเอียดมาให้ทราบ (ทำให้ได้รู้แบบทางลัดประหยัดเวลาที่ต้องไปค้นเอง)

 
  ความคิดเห็นที่ 31  
 
wannee.s
wannee.s
วันที่ 28 ก.ค. 2553

ขออนุโมทนาในกุศลจิตค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 32  
 
ไตรสรณคมน์
วันที่ 29 ก.ค. 2553

".......ขอผู้มีศรัทธาจงเปิดประตูรับพระธรรมที่พระองค์ทรงแสดงเถิด"

 
สาธุ

 

 
  ความคิดเห็นที่ 33  
 
Thirachat.P
วันที่ 12 มิ.ย. 2554
ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาครับ
 
  ความคิดเห็นที่ 34  
 
พรรณี
พรรณี
วันที่ 13 มิ.ย. 2554

ขอบพระคุณและขออนุโมทนาค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 35  
 
pamali
วันที่ 14 มิ.ย. 2554
ขอบพระคุณและขออนุโมทนาค่ะ
 
  ความคิดเห็นที่ 36  
 
pirmsombat
วันที่ 18 มิ.ย. 2554

ขอบคุณ คุณเผดิม มากและขออนุโมทนาครับ

 
  ความคิดเห็นที่ 37  
 
K
K
วันที่ 12 ก.ค. 2554
ขอบคุณ และขออนุโมทนาครับ
 
  ความคิดเห็นที่ 38  
 
พุทธรักษา
วันที่ 12 ก.ค. 2554
ขออนุโมทนาค่ะ
 
  ความคิดเห็นที่ 39  
 
majweerasak
majweerasak
วันที่ 13 ก.ค. 2554
ขอบคุณ และขออนุโมทนาครับ
 
  ความคิดเห็นที่ 40  
 
kullawat
วันที่ 15 ก.ค. 2554
ขอบคุณ และขออนุโมทนาค่ะ
 
  ความคิดเห็นที่ 41  
 
อภิรมย์
วันที่ 15 ก.ค. 2554
ขอบคุณ และขออนุโมทนาค่ะ
 
 
 
  ความคิดเห็นที่ 42  
 
peem
วันที่ 17 ก.ค. 2554
ขอบคุณ และขออนุโมทนาค่ะ
 
 
 
 
  ความคิดเห็นที่ 43  
 
homenumber5
วันที่ 17 ก.ค. 2554

     ขออนุโมทนาสาธุแด่ท่านเจ้าของกระทู้  ขอกราบเรียนถามอ ประเดิมด้วย  มีข้อสงสัยในประวัติการเป็นพระพุทธเจ้าดังนี้    

๑.การที่ทรงเสด็จมาประสูติเป็นเจ้าชายสิทธัตถะพระโพธิสัตว์นั้น ที่เล่าว่า เมื่อถึงเวลาอันควรนั้น    กรุณราช่วยขยายความด้วยว่า เมื่อใดที่เรียกว่าเวลาอันควรนี้

๒.จากประวัติพระพุทธเจ้า สงสัยว่า เจ้าชายสิทธัตถะทรงบำเพ็ญเพียรจนได้ฌานสมาบัติ ๘  จากชาติก่อนๆมาแล้ว  หรือว่า ทรงมาศึกษาจากอาจารย์อาฬารดาบสและ อุทกดาบสคะ

๓.เหตุใดท่าน อ.ทั้งสองที่ไปเสวยภพที่อรูปพรหม จึงไม่อาจบรรลุธรรมได้ และเหตุใด พระพุทธองค์ไม่ตามไปเทศนา อ. ทั้งสองในอรูปพรหม ทั้งที่พระพุทธองค์ทรงไปเทศนาพระอภิธัมม ๔๒,๐๐๐  พระธรรมขันธ์  ถวายพระพุทธมารดาในสวรรค์ ได้

๔. ประวัติการเป็นพระพุทธเจ้า ของพระพุทธเจ้าพระองค์นี้ (ตระกูลศากยะนี้) เป็นมาอย่างไร  จะหาอ่านที่เข้าใจง่ายในเวบนนี้มีไหมคะ หรือจากพระไตรปิฏกเล่มไหนคะ

 
  ความคิดเห็นที่ 44  
 
paderm
paderm
วันที่ 17 ก.ค. 2554

จากความเห็นที่ 43 ครับ

๑.การที่ทรงเสด็จมาประสูติเป็นเจ้าชายสิทธัตถะพระโพธิสัตว์นั้น ที่เล่าว่า เมื่อถึงเวลาอันควรนั้น กรุณช่วยขยายความด้วยว่า เมื่อใดที่เรียกว่าเวลาอันควรนี้
การจะตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้า ต้องมีกาลอันควร พระโพธิสัตว์เมื่ออยู่บนสวรรค์ชั้นดุสิตเทวดาอ้อนวอน ให้มาเกิดบนโลกมนุษย์เพื่อเป็นพระพุทธเจ้า พระโพธิสัตว์ทรงตรวจดูกาลเวลานั้นควรที่จะเป็นพระพุทธเจ้าหรือไม่ คือ พิจารณา มหาวิโลกนะ 5 ประการ คือ ทรงพิจารณา อายุของมนุษย์ว่าเหมาะสมหรือไม่ คือ ถ้าอายุ 100-100,000 ปี ก็เป็นกาลเวลาอันควรที่จะบังเกิด เพราะมนุษย์สามารถรับฟังพระธรรมได้ ถ้าน้อยกว่าหรือมากกว่านั้น ไม่ใช่เวลาที่เหมาะสม ดังนั้นสมัยนั้น อายุมนุษย์ มีอายุขัย 100 ปี จึงเป็นกาลเวลาอันสมควรครับ นี่คือ การพิจาณา ประการที่ 1 ประการที่สอง พิจารณาทวีปที่จะเกิด ต้องเป็นชมพูทวีป สาม พิจารณา ประเทศที่จะเกิด คือ มัชฌิมประเทศสี่ พิจารณา ตระกูลที่จะเกิด ว่าสมัยนั้น ใครเป็นใหญ่ คือ กษัตริย์นั่นเอง ห้า พิจารณา พระชนมายุของพระมารดา ทั้ง 5 ประการถ้าถึงพร้อม เหมาะสม ก็เป็นกาลเวลาอันควรที่จะทรงประสูติครับ

 
  ความคิดเห็นที่ 45  
 
paderm
paderm
วันที่ 17 ก.ค. 2554

๒.จากประวัติพระพุทธเจ้า สงสัยว่า เจ้าชายสิทธัตถะทรงบำเพ็ญ เพียรจนได้ฌานสมาบัติ ๘ จากชาติก่อนๆมาแล้ว หรือว่า ทรงมาศึกษาจากอาจารย์อาฬารดาบสและอุทกดาบสคะ

ในอดีตชาติพระโพธิสัตว์ท่านได้ฌานสมาบัติ 8 ในอดีตชาติแล้ว แต่ไม่ใช่ทางหลุดพ้น จนมาถึงชาติสุดท้าย  การสะสมมาในอดีตไม่ได้หายไปไหน ท่านก็สามารถอบรมได้ถึงฌาน 8 แต่พระโพธิสัตว์ก็พิจารณาว่า ทางนี้ไม่ใช่ทางหลุดพ้น ท่านจึงไปแสวงหาทางหลุดพ้นด้วยพระองค์เองครับ

 
  ความคิดเห็นที่ 46  
 
paderm
paderm
วันที่ 17 ก.ค. 2554

๓.เหตุใดท่าน อ.ทั้งสองที่ไปเสวยภพที่อรูปพรหม จึงไม่อาจบรรลุธรรมได้ และเหตุใดพระพุทธองค์ไม่ตามไปเทศนา อ. ทั้งสองในอรูปพรหม ทั้งที่พระพุทธองค์ทรงไปเทศนาพระอภิธัมม ๔๒,๐๐๐ พระธรรมขันธ์  ถวายพระพุทธมารดาในสวรรค์ ได้
อรูปพรหม คือ พรหมที่ไม่มีรูปเลย มีแต่นามธรรม ดังนั้นเมื่อไม่มีรูป ก็ไม่มี ตา ไม่มี หู ดังนั้นจึงไม่สามารถที่จะฟังธรรมได้ เมื่อยังเป็นปุถุชนอยู่ในภพภูมินั้น เมื่อไม่สามารถฟังธรรมได้ ก็ไม่สามารถบรรลุได้ครับ พระพุทธองค์ไปโปรดก็ไม่่ได้ เพราะเขาไม่สามารถจะเห็นและได้ยินพระธรรมได้ครับ ในเมื่อ ไม่มีตาและ หู คือไม่มีรูปนั่นเองครับ

 
  ความคิดเห็นที่ 47  
 
paderm
paderm
วันที่ 17 ก.ค. 2554

๔. ประวัติการเป็นพระพุทธเจ้า ของพระพุทธเจ้าพระองค์นี้ (ตระกูลศากยะนี้) เป็นมาอย่างไร จะหาอ่านที่เข้าใจง่ายในเวปนนี้มีไหมคะ หรือจากพระไตรปิฏกเล่มไหนคะ
อ่านได้จากเวปนี้ ที่หมวด พระไตรปิฎก คลิกที่เล่ม 70 หมวด พระสุตตันตปิฎก อปทาน เล่ม 70 หน้า 101

 
  ความคิดเห็นที่ 48  
 
raynu.p
วันที่ 18 ก.ค. 2554
ขอบคุณ และขออนุโมทนาค่ะ
 
  ความคิดเห็นที่ 49  
 
homenumber5
วันที่ 19 ก.ค. 2554

อนุโมทนาท่านเจ้าของกระทู้ ดิฉันขอเรียนถามดังนี้

ที่กล่าวว่าเมื่อถึงเวลาอันควร ก็เทพ ก็ได้มาปฏิสนธิเป็น พระโพธิสัตว์สิทธัตถะนั้น คำว่าเวลาอันควรนั้นหมายถึงอะไรและ ก่อนที่พระองค์จะมาเป็นเจ้าชายสิทธัตถะ เราก็ทราบว่าท่านบำเพ็ญมาสิบชาติแต่ก่อนสิบชาตินั้นเล่า ที่ว่าบเพ็ญมา 20 อสงไขยแสนกัปนี้ หาอ่านได้ที่ไหนคะ

 
  ความคิดเห็นที่ 50  
 
paderm
paderm
วันที่ 19 ก.ค. 2554

เรียนความเห็นที่ 49 ครับ

     ที่กล่าวว่าเมื่อถึงเวลาอันควร ก็เทพ ก็ได้มาปฏิสนธิเป็น พระโพธิสัตว์สิทธัตถะนั้น คำว่าเวลาอันควรนั้นหมายถึงอะไร
    
คำว่าเวลาอันควร คือ พระโพธิสัตว์บำเพ็ญบารมี 30 ทัศเต็มบริบูรณ์แล้วพร้อมที่จะเป็นพระพุทธเจ้า เป็นเวลาอันควร และเวลาอันควร เหมาะสมอีกประการหนึ่งได้ อธิบายไปแล้วในความเห็นที่44 ครับ

     ก่อนที่พระองค์จะมาเป็นเจ้าชายสิทธัตถะ เราก็ทราบว่าท่านบำเพ็ญมาสิบชาติ แต่ก่อนสิบชาตินั้นเล่า ที่ว่าเพ็ญมา 20 อสงไขยแสนกัปป์นี้ หาอ่านได้ที่ไหนคะ
    
มีในพระไตรปิฎกที่แสดงว่า พระโพธิสัตว์ที่ยิ่งด้วยปัญญา ปรารถนาในใจ 7 อสงไขย กล่าววาจาว่าปรารถนาเป็นพระพุทธเจ้า 9 อสงไขย ได้รับพยากรณ์จากพระพุทธเจ้าทีปังกรว่าจะได้เป็นพระพุทธเจ้าแน่นอน หลังจากนั้นบำเพ็ญบารมี อีก 4 อสงไขยแสนกัป รวมกันเป็น 20 อสงไขยแสนกัปสำหรับพระโพธิสัตว์ที่ยิ่งด้วยปัญญาครับ

 
  ความคิดเห็นที่ 51  
 
นิด
วันที่ 21 ก.ค. 2554
ขออนุโมทนาค่ะ
 
  ความคิดเห็นที่ 52  
 
นิด
วันที่ 21 ก.ค. 2554
ขอบคุณ และขออนุโมทนาค่ะ
 
  ความคิดเห็นที่ 53  
 
bear005
วันที่ 14 ก.ย. 2554

กระผมพลทหาร อานนท์ เทียนมณี ขอขอบพระคุณที่ได้รับสิ่งที่ดีจากบ้านพระธรรมเข้ามาในชีวิตในครั้งนี้มากครับ

ขออนุโมทนา

 
  ความคิดเห็นที่ 54  
 
เรือนแก้ว
วันที่ 6 ต.ค. 2554

อนุโมทนาค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 55  
 
daris
วันที่ 27 ก.ค. 2555

กราบขอบพระคุณและขออนุโมทนาครับ

 
  ความคิดเห็นที่ 56  
 
jaturong
วันที่ 27 ก.ค. 2555

ขอบคุณ และขออนุโมทนาครับ

 
  ความคิดเห็นที่ 57  
 
jaturong
วันที่ 27 ก.ค. 2555

ขอบคุณ และขออนุโมทนาครับ

 
  ความคิดเห็นที่ 58  
 
jaturong
วันที่ 27 ก.ค. 2555

ขอบคุณ และขออนุโมทนาครับ

 
  ความคิดเห็นที่ 59  
 
nopwong
nopwong
วันที่ 27 ก.ค. 2555

"พระพุทธเจ้าถวายพระเกศา ๘ เส้น"  น่าจะเป็น  "พระพุทธเจ้าประทานพระเกศา ๘ เส้น"  
ขออนุโมทนาครับ

 
  ความคิดเห็นที่ 60  
 
Komsan
วันที่ 23 ส.ค. 2555

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาครับ

 
  ความคิดเห็นที่ 61  
 
nopwong
nopwong
วันที่ 16 ก.ค. 2556

ขออนุโมทนา

 
  ความคิดเห็นที่ 62  
 
คุณจี๊ด
วันที่ 19 ก.ค. 2556

ขออนุโมทนา ในมหาบุญกุศลครั้งนี้ค่ะ

 

 
  ความคิดเห็นที่ 63  
 
pornchai.s
pornchai.s
วันที่ 22 ก.ค. 2556

ขอความสุขความเจริญมั่นคงในกุศลธรรมจงมีแด่ทุกท่าน ครับ
ขออนุโมทนา

 
  ความคิดเห็นที่ 64  
 
papon
papon
วันที่ 3 ก.ค. 2557

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาครับ

 
  ความคิดเห็นที่ 65  
 
paew_int
paew_int
วันที่ 8 ก.ค. 2557

ขออนุโมทนาค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 66  
 
orawan.c
orawan.c
วันที่ 10 ก.ค. 2557

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 67  
 
wirat.k
wirat.k
วันที่ 12 ก.ค. 2557

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาครับ

 
  ความคิดเห็นที่ 69  
 
ครูสาย
วันที่ 12 ก.ค. 2557

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 70  
 
รู้จบลงที่รู้
รู้จบลงที่รู้
วันที่ 20 ก.ค. 2557

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 71  
 
pamali
วันที่ 21 ก.ค. 2557

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 72  
 
ใหญ่ราชบุรี
ใหญ่ราชบุรี
วันที่ 27 ก.ค. 2557

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาค่ะ

ด้วยความเคารพยิ่ง จาก ใหญ่ราชบุรี--ธิดารัตน์  เดื่อมขันมณี

 
  ความคิดเห็นที่ 73  
 
kullawat
วันที่ 29 ก.ค. 2558

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 74  
 
ปาริชาตะ
ปาริชาตะ
วันที่ 14 ก.ค. 2559

ขอขอบพระคุณ และอนุโมทนาค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 75  
 
ํํญาณินทร์
ํํญาณินทร์
วันที่ 16 ก.ค. 2559

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาครับ 

 
  ความคิดเห็นที่ 76  
 
อนุโมทนา
อนุโมทนา
วันที่ 18 ก.ค. 2559

" การอ่านบ่อย ๆ ฟังบ่อย ๆ  แม้เป็นเรื่องราว ตัวตน สัตว์ บุคคล เกี่ยวกับพระพุทธ พระธรรมและพระสงฆ์ นำมาซึ่งความเข้าใจ ประทับใจ ดื่มด่ำในพระบารมีของพระองค์" กราบอนุโมทนาในกุศลจิต ค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 77  
 
อนุโมทนา
อนุโมทนา
วันที่ 18 ก.ค. 2559

เรียน อ.ผเดิม ค่ะ

      คำแปลของพระธรรม(ธัมมะจักรกัปปวัตนะ)ที่พระพุทธเจ้าแสดงแก่ปัญจวัคคีนั้น อ.ช่วยบอกที่อ่านคำแปลนั้นด้วย กราบขอบพระคุณค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 78  
 
thilda
thilda
วันที่ 18 ก.ค. 2559

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาค่ะ 

 
  ความคิดเห็นที่ 79  
 
wirat.k
wirat.k
วันที่ 20 ก.ค. 2559

"ทางสายกลาง คือ อริยมรรคมีองค์ 8 เป็นทางดับกิเลส คือทางที่รู้ความจริงรู้ทุกข์ในขณะนี้ นั่นคือสภาพธรรมที่มีในขณะนี้ รู้ว่าเป็นธรรมไม่ใช่เรา โดยเริ่มจากการฟังให้เข้าใจ เมื่อเข้าใจธรรม ธรรมทำหน้าที่เองคือสติและปัญญาเกิด เป็นทางสายกลางเพราะไม่ใช่ความพยายามที่ผิด เป็นทางสายกลางเพราะปัญญาเกิดรู้ตามความเป็นจริงของสภาพธรรมในขณะนี้ว่าเป็นธรรมไม่ใช่เรา ฟังให้เข้าใจ ไม่ต้องไปนั่ง ไม่ต้องไปพยายามกำหนดรู้ ทางสายกลางจึงเป็นเรื่องละ ละที่จะอยากรู้ ละที่อยากจะพยายามตามรู้ ตามกำหนด เข้าใจถึงความเป็นอนัตตาของสติและปัญญาว่ามีเหตุปัจจัยก็เกิดเอง หน้าที่คือฟังธรรมให้เข้าใจเท่านั้นเพราะฉะนั้นขณะที่สติและปัญญาเกิดรู้ความจริงในขณะนี้ เป็นทางสายกลาง"

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาครับ 

 
  ความคิดเห็นที่ 80  
 
เจียมจิต
เจียมจิต
วันที่ 4 ก.ค. 2560

กราบอนุโมทนาค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 81  
 
นิคม
วันที่ 5 ก.ค. 2560

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาครับ 

 
  ความคิดเห็นที่ 82  
 
เจียมจิต
เจียมจิต
วันที่ 27 ก.ค. 2561

........กราบอนุโมทนาค่ะ......

 
  ความคิดเห็นที่ 84  
 
sumek
sumek
วันที่ 27 ก.ค. 2561

กราบขอบพระคุณ

และ

กราบอนุโมทนาครับ

 
  ความคิดเห็นที่ 85  
 
Selaruck
Selaruck
วันที่ 27 ก.ค. 2561

กราบอนุโมทนาค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 86  
 
thanee nakornvac
thanee nakornvac
วันที่ 27 ก.ค. 2561

     อนุโมทนาครับ

 
  ความคิดเห็นที่ 87  
 
tuijin
tuijin
วันที่ 15 ก.ค. 2562

ขออนุโมทนาค่ะ

 

 
เขียนความคิดเห็น กรุณาล็อกอินเข้าระบบ