Print 
ปัญญาต้องรู้อย่างไรเมื่อรูปมากระทบทวารทั้ง6แล้วเป็นคนสัตว์สิ่งของทุกที
 
รวส
วันที่  23 ธ.ค. 2552
หมายเลข  14835
อ่าน  1,883
ผมเข้าใจว่าเป็นการคิดนึกตามที่ท่านอาจารย์สอนเมื่อรูปมากระทบแต่ก็ไม่ประจักแจ้ง  ปัญญาต้องระลึกไปเรื่อยๆใช่ไหมครับ   รบกวนท่านผู้รู้ช่วยตอบให้หายข้องใจหน่อยครับ  กราบขอบพระคุณครับ
  ความคิดเห็นที่ 1  
 
prachern.s
วันที่ 24 ธ.ค. 2552 06:45 น.
ต้องฟังให้เข้าใจก่อนครับ ว่าแต่ละขณะก็คือสภาพธรรมอย่างหนึ่งเท่านั้นและส่วนใหญ่เป็นการคิดตามการศึกษามา มีการระลึกรู้ตรงลักษณะบ้างแต่ยังไม่ประจักแจ้ง ต้องใช้เวลา และเป็นกิจของปัญญา ไม่ใช่เราครับ
 
  ความคิดเห็นที่ 2  
 
hadezz
วันที่ 24 ธ.ค. 2552 07:19 น.

  ขออนุโมทนาค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 3  
 
wannee.s
wannee.s
วันที่ 24 ธ.ค. 2552 11:18 น.

ต้องฟังจนกว่าจะเข้าใจจริง ๆ ว่า ทุกสิ่งทุกอย่างเป็นธรรมะ  ขณะที่สติปัฏฐานเกิด  ปัญญาเริ่มระลึกรู้ตรงลักษณะของนามธรรม  หรือรูปธรรมที่กำลังปรากฏในขณะนั้น  ปัญญาค่อย ๆ  เจริญขึ้นตามลำดับไม่ข้ามขั้น  ปัญญาจึงเปรียบเหมือนการจับด้ามมีด

 
  ความคิดเห็นที่ 4  
 
วิริยะ
วันที่ 24 ธ.ค. 2552 12:28 น.

ขออนุโมทนาค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 5  
 
nida
วันที่ 24 ธ.ค. 2552 13:08 น.

ต้องเริ่มจากการฟังด้วยดีก่อนครับแบบสบายๆไม่ต้องกังวนเร่งรีบครับ  เมื่อฟังแล้วเข้าใจ(ไม่ใช่จำนะ)ก็ตามรู้สึกกายไปรู้สึกใจไปเป็นผู้ดูเฉยๆ จิตดีก็รู้จิตไม่ดีก็รู้ ไม่ต้องแก้ไข ไม่แทรกแซง เพราะสภาวะธรรมเขาทำกิจอยู่แล้ว  ตามความเป็นจริง คือ มันเป็นเอง  ไม่ใช่  เราเป็นเอง  นะ  เช่น
ใจ คิดอยู่เสมอ นี้ มันเป็นเอง  หรือ  เราเป็นเอง
กายเคลื่อยไหวนี้  มันเป็นเอง  หรือ  เราเป็นเอง
หิว ปวด หนาว   มันเป็นเอง    หรือ  เราเป็นเอง
เราเป็นเองใช่ไหม.....หรือ....มันเป็นเอง(สภาวะธรรมรูป นาม) ของมัน ...
ธรรมะเป็นธรรมะ  ไม่ใช่ เป็นใครทำเอง ...แต่เป็นเอง ..นานแล้ว..แต่ไม่รู้
เหมือนปลาไม่เห็นน้ำ  คนไม่เห็นธรรม เพราะมี ตัณหาและอวิชชาปิดบัง ครับ

 
  ความคิดเห็นที่ 6  
 
K
K
วันที่ 24 ธ.ค. 2552 13:33 น.

     การคิดนึกตามที่ท่านอาจารย์บรรยายนั้น  เป็นความเข้าใจที่ได้รับจากการฟัง  หรือเป็นปัญญาขั้นการฟังซึ่งเป็นปัญญาขั้นต้นครับ  แม้ปัญญาขั้นฟังจะไม่สามารถรู้  หรือประจักษ์สภาพธรรมะโดยความเป็นธรรมะได้  แต่ความเข้าใจจากการฟังนี้เป็น  ปัญญาขั้นเริ่มต้นที่จะพัฒนาไปสู่ปัญญาขั้นสติปัฏฐาน  ซึ่งจะค่อยๆระลึกลักษณะของ  รูปธรรมและนามธรรมทีละนิดทีละหน่อย (แม้แต่ท่านผู้ที่สติปัฏฐานเกิดแล้ว  ก็ยัง  ต้องอาศัยการฟังพระธรรมเป็นปัจจัยที่อุปการะให้สติเกิดขึ้นทำกิจบ่อยๆ เนืองๆ) ดังนั้น  ไม่ว่าจะเป็นผู้เริ่มศึกษา  หรือผู้ที่ศึกษามานานแล้ว  ก็ควรฟังพระธรรมเพื่อสะสมอบรม  ปัญญาให้เจริญขึ้นต่อไป     

     สำหรับกรณีของท่านผู้ถาม  ผมคิดว่าควรอดทนฟังต่อไปครับ  ส่วนสติพร้อม  ด้วยปัญญาจะเกิดขึ้นทำกิจระลึกศึกษาสภาพธรรมได้ ก็เมื่อปัญญาขั้นฟังนี้มากพอ  และมั่นคงพอที่จะเป็นปัจจัยให้ปัญญาขั้นที่สูงขึ้นเกิดทำกิจได้ครับ

 
  ความคิดเห็นที่ 8  
 
paderm
paderm
วันที่ 24 ธ.ค. 2552 22:28 น.

ขอนอบน้อมแด่พระรัตนตรัย
เริ่มจากคำว่าทุกอย่างเป็นธรรมและเป็นอนัตตาคือ บังคับบัญชาไม่ได้ ปัญญาเป็น  ธรรมและเป็นอนัตตาด้วยคือบังคับให้เกิดก็ไมได้ ดังนั้นในขณะที่รูปมากระทบจึงไม่ใช่  การบอกให้ทำแล้วจะทำได้หากปัญญาไม่เกิด  ซึ่งกว่าปัญญาจะเกิดรู้ว่าเป็นธรรมไม่ใช่  คน สัตว์ สิ่งของก็ต้องอาศัยการอบรมปัญญายาวนานมากๆๆๆครับ ถ้าจะทำ จะให้บอก  วิธี หรือจะทำอย่างไร เราก็ลืมคำว่าธรรมทั้งหลายเป็นอนัตตา ก็ทำให้ช้าลงไปอีกเพราะ  ถูกความต้องการ (โลภะ) ที่จะทำซึ่งไม่ใช่เหตุให้เกิดปัญญา  เหตุให้เกิดปัญญาคือฟังต่อ  ไป ปัญญาจะค่อยๆเจริญขึ้น รู้เมื่อไหร่ก็เมื่อนั้น  ยังไม่ถึงเวลาจะให้รู้ก็รู้ไม่ได้หรอกครับ  ควรจะเข้าใจว่าการที่ปัญญายังไม่เกิดที่จะรู้ว่าเป็นธรรม  ไม่ใช่สัตว์ บุคคลนั้นเป็นปกติ  เพราะปกติสะสมความไม่รู้มามากแต่ถ้าเห็นเป็นธรรมแล้ว ก็คงจะผิดปกติเพราะฟังธรรม  ยังไม่ถึงกัปหนึ่งเลยครับ ขออนุโมทนา
อุทิศกุศลให้สรรพสัตว์

 
  ความคิดเห็นที่ 9  
 
ไตรสรณคมน์
วันที่ 24 ธ.ค. 2552 23:16 น.

อาศัยความรู้ความเข้าใจขั้นปริยัติที่มาจากการฟัง...มาศึกษาและพิจารณาสภาพธรรมในขณะนี้ ค่อยๆสะสม อบรมและพิจารณาจนกว่าจะรู้ความจริง......ว่าสิ่งที่กำลังปรากฎเป็นเพียงธาตุหรือธรรมแต่ละอย่างเท่านั้นค่ะ......สัญญาที่มั่นคงก็เริ่มจากตรงนี้  ตรงที่ความจริง (สัจจธรรม ) กำลังปรากฎ

 

 
  ความคิดเห็นที่ 10  
 
bsomsuda
วันที่ 28 ธ.ค. 2552 20:53 น.

ขออนุโมทนาในกุศลจิตของทุกท่านค่ะ อ่านทั้งหมดแล้วได้วิธีคิดพิจารณาและเข้าใจความจริงของการศึกษาธรรมะมากขึ้นขอบพระคุณค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 11  
 
รวส
วันที่ 9 ม.ค. 2553 20:57 น.

กราบอนุโมทนาครับและขอขอบพระคุณทุกท่านที่บอกทางสว่างให้ครับ

 

               
 
  ความคิดเห็นที่ 12  
 
buntham-2488
วันที่ 22 ส.ค. 2553 20:32 น.

เป็นหัวข้อที่น่าสนใจ ขออนุโมทนา

 
เขียนความคิดเห็น กรุณาล็อกอินเข้าสู่ระบบ