ที่นอนเพียงอ่อนแข็ง [สุมนสูตร]
 
pratin
วันที่  10 ธ.ค. 2552
หมายเลข  14600
อ่าน  605

เรื่อง ที่พักที่นอน ก็เป็นเพียง อ่อน แข็ง เป็นเพียงธาตุ ธัมมะ


พระสุตตันตปิฎก อังคุตรนิกาย ปัญจก-ฉักกนิบาต เล่ม ๓ - หน้าที่ 66

ข้อความบางตอนจาก สุมนสูตร

ได้ยินว่า ครั้งพระกัสสปสัมมาสัมพุทธเจ้าได้มีภิกษุสองรูปเป็นสหายกัน. ใน

ภิกษุสองรูปนั้น รูปหนึ่งบำเพ็ญสาราณียธรรม (การให้กับภิกษุรูปอื่นที่ตน

บิณฑบาตรมาได้) รูปหนึ่งบำเพ็ญภัตตัคควัตร (ข้อปฏิบัติในโรงฉัน) . รูปที่

บำเพ็ญสาราณียธรรม กล่าวกะรูปที่บำเพ็ญภัตตัคควัตรว่า ผู้มีอายุ ชื่อว่า

ทานที่ไม่ให้ผล ย่อมไม่มี การให้ของที่ตนได้แก่ผู้อื่น แล้วบริโภคจึงควรดัง

นี้.แต่รูปที่บำเพ็ญภัตตัคควัตรกล่าวว่า ผู้มีอายุ ท่านไม่รู้หรือการให้ไทยธรรม

ตกไปไม่ควร ผู้ที่ถือเอาเพียงอาหารยังชีวิตของตนให้เป็นไปได้เท่านั้น

บำเพ็ญวัตรในโรงครัวจึงควร. ในภิกษุสองรูปนั่น แม้รูปหนึ่งก็ไม่อาจจะให้อีก

รูปหนึ่งอยู่ในโอวาทของตนได้. แม้ทั้งสองรูปบำเพ็ญข้อปฏิบัติของตน ครั้น

จุติจากภพนั้น ก็บังเกิดในเทวโลกฝ่ายกามาพจร บรรดาภิกษุสองรูปนั้น

รูปที่บำเพ็ญสาราณียธรรม ล้ำภิกษุอีกรูปหนึ่งด้วยธรรม ๕ อย่าง ภิกษุ

เหล่านั้นเวียนว่ายอยู่ในเทวดาและมนุษย์สิ้นไปพุทธันดรหนึ่ง จึงเกิดในกรุงสา

วัตถีในเวลานี้. รูปที่บำเพ็ญสาราณียธรรมถือปฏิสนธิในพระครรภ์ของอัครมเหสี

ของพระเจ้าโกศล อีกรูปหนึ่งถือปฏิสนธิในท้องของหญิงรับใช้ ของ

พระอัครมเหสีนั้นเหมือนกัน. คนแม้ทั้งสองเหล่านั้น ก็เกิดในวันเดียวกันนั่นเอง.

จัดเตรียมของขวัญในภายนอกไว้ให้แก่คน แม้ทั้งสอง. บรรดาคนเหล่า

นั้น คนที่บำเพ็ญสาราณียธรรมพอลืมตาก็เห็นเศวต-ฉัตรใหญ่ ที่นอน

ประกอบด้วยสิริที่เขาไว้เป็นอย่างดี และนิเวศน์ประดับด้วยเครื่องอลังการ จึง

ได้รู้ว่า เราเกิดในราชตระกูลแห่งหนึ่งดังนี้. เขานึกอยู่ว่า เราทำกรรมอะไร

หนอ จึงได้เกิดในที่นี้ดังนี้ ก็รู้ว่า ด้วยผลของการบำเพ็ญสาราณียธรรมดัง

นี้ จึงนึกว่า สหายของเราเกิดที่ไหนหนอ ก็ได้เห็นเขานอน บนที่นอนต่ำ

คิดว่า ผู้นี้บำเพ็ญวัตรในโรงครัว ไม่เชื่อคำของเราคราวนี้เราจะข่มเขาใน

ฐานะนี้ก็ควร จึงได้พูดว่า เพื่อน เจ้าไม่เชื่อคำของเรา. เขาตอบว่า เมื่อ

เป็นเช่นนั้น จะเกิดอะไร. เขาได้บอกว่า เจ้าดูสมบัติของเราสิเรานอนบนที่

นอนมีสิริอยู่ภายใต้เศวตฉัตร เจ้านอนบนเตียงต่ำข้างบนลาดด้วยของ

แข็ง สหายกล่าวว่า ก็ท่านอาศัยสิ่งนั้นแล้วยังทำมานะหรือ ? สิ่งของนั้น

ทั้งหมดเขาเอาซี่ไม้ไผ่นำเอาผ้าขี้ริ้วห่อพันไว้ เป็นเพียงปฐวีธาตุ (ธาตุดิน ที่

เพียง อ่อน แข็งเท่านั้น) เท่านั้นมิใช่หรือดังนี้.


เขียนความคิดเห็น กรุณาเข้าระบบ