การไม่ทานเนื้อสัตว์
 
Thanapolb
Thanapolb
วันที่  26 ต.ค. 2552
หมายเลข  14090
อ่าน  1,886

พระพุทธองค์ทรงกล่าวถึงการไม่ทานเนื้อสัตว์อย่างไรบ้าง และสมัยพระพุทธเจ้ายังทรงมีพระชนม์อยู่พระองค์ฉันอย่างไร


Tag  เนื้อสัตว์

  ความคิดเห็นที่ 1  
 
prachern.s
วันที่ 26 ต.ค. 2552
 
  ความคิดเห็นที่ 2  
 
CatLetter
วันที่ 26 ต.ค. 2552

     พระพุทธองค์มิได้ห้ามการฉันเนื้อสัตว์  และก็ไม่ได้ห้ามมิให้จะไม่ฉันเนื้อสัตว์ การจะรับประทานเนื้อหรือไม่รับประทาน จึงเป็นเรื่องของอัธยาศัยทางโลก  ผู้ที่นั่งรถหรูราคาแพง ก็ไม่มีใครทราบได้ว่าเขายึดหรือไม่ยึด ผู้ที่จะรับประทานเนื้อสัตว์หรือจะไม่รับประทานเนื้อสัตว์ ก็ไม่มีใครทราบได้ว่าเขายึดหรือไม่ยึด

     หากปัญญาเกิดขึ้นแล้ว   และจุดประสงค์เป็นไปการละ    เพื่อความเมตตาที่จะเจริญในส่วนตนเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ก็เป็นเรื่องที่น่าอนุโมทนา
     ในความเป็นจริงนั้น    ไม่มีปรมัตถธรรมที่เป็นเนื้อสัตว์   หรือไม่ใช่เนื้อสัตว์  จิตจะมนสิการในเรื่องของความเป็นธาตุ

     บุคคลจะเป็นเช่นไร  มีความเห็นเช่นไร  ก็เป็นไปตามเหตุปัจจัย รอปัญญาบ่มเพาะตามเหตุปัจจัย สังสารวัฏฏ์นี้เป็นทุกข์ มีแต่ความน่าสลดใจ มนุษย์โลกขวนขวายตะเกียกตะกายกระเสือกกระสนเพื่อหาทางพ้นทุกข์ แม้เราก็เป็นหนึ่ง จึงควรเมตตา กรุณา  เอื้อเฟึ้อ  เท่าที่จะทำได้   อย่างน้อยมานะนุสัยในตัวตนของเราเอง การถือตน การสำคัญตน การสำคัญในปัญญาของตน ก็จะคลายลง

 
  ความคิดเห็นที่ 5  
 
khampan.a
khampan.a
วันที่ 28 ต.ค. 2552

ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น

     พระธรรมที่พระผู้มีพระภาคเจ้า ทรงแสดงนั้น เป็นความจริงทั้งหมด  ไม่มีเปลี่ยนแปลง  พระองค์ทรงแสดงตามความเป็นจริง กุศล เป็นกุศล, กุศล เป็นกุศล , กุศลเป็นธรรมที่ไม่ดี  ให้โทษมีผลเป็นทุกข์  เป็นสภาพธรรมที่ควรละ , ส่วนกุศลเป็นธรรมที่ดี  ไม่มีโทษ   พร้อมทั้งให้ผลเป็นสุข เป็นธรรมที่ควรเจริญ    อบรมให้มีขึ้นในชีวิตประจำวัน   บุคคลผู้ที่ได้ฟัง  ได้ศึกษา  พร้อมทั้งเห็นประโยชน์อันเนื่องมาจากความเข้าใจที่เพิ่มขึ้นไปตามลำดับ   ก็จะสามารถละคลายหรือขัดเกลาอกุศลธรรม  ที่เกิดขึ้นกับตนได้ยิ่งขึ้น   พร้อมทั้งมีจิตใจที่น้อมไปในทางกุศลมากยิ่งขึ้นด้วย  แม้แต่ในเรื่องของศีล  ซึ่งเป็นเรื่องของความประพฤติเป็นไปทางกาย   ทางวาจา  ผู้ที่เห็นโทษของอกุศล  เห็นโทษของความเบียดเบียนผู้อื่นให้เดือดร้อน เป็นต้น  ก็มีเจตนาที่จะงดเว้นจากสิ่งที่ไม่ดีเหล่านั้น   โดยที่ไม่มีการบังคับเลย เพราะธรรมเป็นอนัตตา  ไม่อยู่ในอำนาจบังคับบัญชาของใคร  แต่เป็นไปตามเหตุตามปัจจัย และอาชีพที่คฤหัสถ์ไม่ควรทำก็เช่นเดียวกัน  เป็นอาชีพที่เป็นไปเพื่อความเดือดร้อนต่อผู้อื่น  ต่อสัตว์อื่น ก็ไม่ควรที่จะประกอบ ไม่ควรที่จะทำ  แต่ ...จะห้ามใครได้หรือไม่ว่า อย่าทำอาชีพนี้ อย่าประกอบอาชีพนี้  ก็ห้ามไม่ได้  เพราะเขาสะสมมาที่จะเป็นอย่างนั้น   แต่ถ้าเหตุปัจจัยพร้อมเขามีโอกาสได้ฟังพระธรรม  ศึกษาพระธรรม     มีความเข้าใจพระธรรมไปตามลำดับ  ย่อมจะทำให้ค่อย ๆ  ละอาชีพที่ไม่ควรประกอบเหล่านั้นได้ในที่สุด ครับ    สำหรับประเด็นที่ว่า  พระพุทธเจ้าทรงเสวยเนื้อหรือไม่  ถ้าได้อ่านในหลายหัวข้อตามที่อาจารย์  prachern.s  ได้อ้างอิงมา  ก็จะทำให้เข้าใจได้มากยิ่งขึ้น  ครับ                         

...ขออนุโมทนาในกุศลจิตของทุก ๆ ท่านครับ...

 
  ความคิดเห็นที่ 6  
 
เซจาน้อย
วันที่ 30 ธ.ค. 2554

ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น

ขอบคุณ และขออนุโมทนาครับ

 
เขียนความคิดเห็น กรุณาล็อกอินเข้าระบบ