ชนะกิเลสของตน ประเสริฐ

  
Khaeota
วันที่  16 ต.ค. 2552
หมายเลข  13977
อ่าน  1,681

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย คาถาธรรมบท เล่ม ๑ ภาค ๒ ตอน ๒ - หน้าที่ 448

อต ตา หเว ชิตํ เสยฺโย ยา จายํ อิตรา ปชา อตฺตทนฺตสฺส โปสสฺส นิจฺจํ สญฺตจาริโน เนว เทโว น คนฺธพฺโพ น มาโร สห พฺรหฺมุนา ชิตํ อปชิตํ กยิรา ตถารูปสฺส ชนฺตุโน. "ตนนั่นแล บุคคลชนะแล้ว ประเสริฐ, ส่วน หมู่สัตว์นอกนี้ บุคคลชนะแล้ว ไม่ประเสริฐเลย, (เพราะ) เมื่อบุรุษฝึกตนแล้ว ประพฤติสำรวมเป็น นิตย์, เทวดา คนธรรพ์ มาร พร้อมทั้งพรหม พึง ทำความชนะของสัตว์เห็นปานนั้น ให้กลับแพ้ไม่ได้ เลย."

แก้อรรถ

ในพระคาถานั้น ศัพท์ว่า หเว เป็นนิบาต. ศัพท์ว่า ชิตํ เป็นลิงควิปลาส. ความว่า ตนอันบุคคลชนะแล้วด้วยความชนะกิเลสของตน ประเสริฐ. บาทพระคาถาว่า ยา จายํ อิตรา ปชา ความว่า ส่วนหมู่สัตว์นี้ใด คือ ที่เหลือ พึงเป็นผู้อันเขาชนะ ด้วยการเล่นสกาก็ดี ด้วยการฉ้อทรัพย์ก็ดี ด้วยการครอบงำพลในสงครามก็ดี, ความชนะที่บุคคลผู้ชนะหมู่สัตว์นั้นชนะแล้ว ไม่ประเสริฐ. ถามว่า "ก็เหตุไร? ความชนะนั้นเท่านั้นประเสริฐ, ความชนะนี้ไม่ประเสริฐ." แก้ว่า "เพราะเมื่อบุรุษฝึกตนแล้ว ฯลฯ ของสัตว์เห็นปานนั้นให้กลับแพ้ไม่ได้." พระศาสดาตรัสคำนี้ไว้ว่า "เพราะว่า เมื่อบุรุษผู้ชื่อว่าฝึกตนแล้วเพราะเป็นผู้ไร้กิเลส ไม่มีกิเลสเพียงดังเนิน มีปกติประพฤติสำรวมทางกายเป็นต้นเป็นนิตย์, เทวดาก็ดี คนธรรพ์ก็ดี ก็หรือมารพร้อมทั้งพรหม แม้พากเพียรพยายามอยู่ว่า ' เราจักทำความชนะของผู้นั้นให้กลับแพ้, จักทำกิเลสทั้งหลายที่เขาละได้ด้วยมรรคภาวนาให้เกิดอีก, ก็ไม่พึงอาจเลย เพื่อจะทำ (ความชนะ) ของสัตว์เห็นปานนั้น คือ ผู้สำรวม แล้ว ด้วยการสำรวมทางกายเป็นต้น เหล่านั้น ให้กลับแพ้ เหมือนผู้แพ้ด้วยทรัพย์เป็นต้นแล้วเป็นปรปักษ์ ชนะผู้ที่คนนอกนี้ชนะแล้ว พึงทำให้กลับแพ้อีกฉะนั้น"


  ความคิดเห็นที่ 1  
  
suwit02
วันที่ 16 ต.ค. 2552

สาธุ

  
เขียนความคิดเห็น กรุณาเข้าระบบ