Print 
ขอพบพระธรรม
 
คุณย่า
วันที่  23 มิ.ย. 2552
หมายเลข  12741
อ่าน  1,748

สนทนาธรรมที่มูลนิธิฯ   ปฏิบัติธรรม

วันอาทิตย์ที่  ๑๔  ก.ย.  ๒๕๕๑

 

วนิดา...            อยาก..จะขอให้ท่านอาจารย์  อธิบาย  เรื่อง  อธิษฐาน

สมัยก่อน  เมื่อยังไม่ได้ศึกษาพระธรรม  เวลากราบพระรัตนตรัย  ก็จะอธิฐาน

เรื่อย ๆ  บางครั้งก็จะได้  บางครั้งก็ไม่ได้   แต่ทีนี้พอศึกษาพระธรรมแล้ว   ก็

เปลี่ยนเป็นขอพบพระธรรม  ทุกภพทุกชาติ   เลยจะขอเรียนถามท่านอาจารย์

ว่าจำเป็นหรือเปล่า   จะต้องอธิษฐาน   เช่นนี้ไปเสมอ ๆ

ท่านอาจารย์          ที่จริง..พระธรรม  ทรงแสดงให้เข้าใจถูก   แต่ว่า

ไม่มีกฎเกณฑ์  ใครจะทำอะไร  ใครจะอธิฐาน  หรือไม่อธิฐาน  แต่ข้อสำคัญ

ที่สุด   คือความเข้าใจถูกว่า   อธิษฐาน  คือ  อะไร

วนิดา...        ความ..ตั้งใจมั่น

ท่านอาจารย์        เพราะฉะนั้น..เดี๋ยวนี้กำลังตั้งใจมั่น  หรือเปล่า

วนิดา...           กำลัง..ตั้งใจมั่นค่ะ

ท่านอาจารย์          ต้อง..พูดคำว่า   อธิษฐาน  หรือเปล่า

วนิดา...           ก็..ไม่จำเป็นค่ะ   อันนี้เป็นคำตอบ

ท่านอาจารย์        ใคร..ตอบค่ะ   ความเข้าใจค่ะ   ธรรมคือความเข้าใจ

ตามความเป็นจริง   จะอธิษฐานหรือไม่อธิษฐาน   เป็นเราหรือเป็นธรรม

วนิดา...        ตาม..ความเข้าใจที่ถูกต้อง   ก็ต้องเป็นธรรม

ท่านอาจารย์        แต่..ขณะนั้น   ไม่ได้รู้ใช่ไหมว่าเป็นธรรม

วนิดา...       ขณะ..อธิษฐาน   ไม่รู้ค่ะ

ท่านอาจารย์        และ..ถ้ารู้ไม่ใช่เรา   เป็นธรรมอะไร   นี่คือตัวปัญญา

จริง ๆ ไม่ใช่ให้ไม่รู้  แล้วจะไปละ  หรือไปทำ  แต่ไม่ว่าจะคิด  ก็ต้องมีปัจจัย

ให้คิด  จะเข้าใจ   ก็มีปัจจัยให้เข้าใจ  แม้อธิษฐานนี้ จริง ๆ แล้ว   หวังอะไร

หรือเปล่า   หวังค่ะ   จะหวังอะไรก็ตามแต่   ของใครก็ตาม

วนิดา...        หวัง..พบพระธรรม

ท่านอาจารย์        หวัง..ในสิ่งที่ดี   เพราะฉะนั้นเพียงหวัง  หรือรู้ว่าจะ

สมหวังได้อย่างไร อย่างหวังจะมีปัญญา  ก็อธิษฐานขอให้มีปัญญาทุกค่ำคืน

ไป   แล้วปัญญาจะเกิดได้ไหม ?  ไม่ได้ค่ะ    เพราะฉะนั้น   มีปัญญาถูกต้อง

ว่า   ปัญญาจะเกิดได้อย่างไร

วนิดา...        ก็..ต้องศึกษาพระธรรม   และเข้าใจพระธรรมยิ่ง ๆ ขึ้น

ท่านอาจารย์        จริง แล้ว  ถ้ามีความเข้าใจยิ่ง ๆ ขึ้น  เดี๋ยวนี้กำลัง

เห็นนี้  เพราะเราขอ  อาจจะเป็นชาติก่อน ๆ ขอให้อย่างนั้น หรือหวังว่าอย่าง

นี้ใช่ไหมค่ะ   แต่เดี๋ยวนี้กำลังเห็น   รู้ไหมที่กำลังเห็นนี้  เคยขอหรือเปล่า

วนิดา...        ก็..อาจจะเคยขอ

ท่านอาจารย์        ขอ..ว่าอย่างไร

วนิดา...        ขอ..ให้ได้พบท่านอาจารย์

ท่านอาจารย์        ขอพบ..ขอเห็น  ขอฟังใช่ไหมค่ะ   คิดว่าอย่างนั้น

ใช่ไหมค่ะ   ต้องมีเหตุที่ได้กระทำแล้ว   มิฉะนั้น  สิ่งหนึ่งสิ่งใดก็เกิดขึ้นไม่ได้

แต่ข้อสำคัญก็คือว่า  ขณะนี้เห็นแล้วค่ะ  ไม่ต้องขอแล้ว  สมหวังเพราะว่าไม่

รู้หวังอะไรไว้ในชาติก่อน ๆ   แต่ก็คงจะไม่พ้นจากเห็น   ได้ยิน   ได้กลิ่น......รู้สิ่งกระทบสัมผัส    เพราะฉะนั้น   ขณะนี้ที่กำลังมีอะไรเกิดขึ้น   ก็สมหวัง

แต่คงไม่ได้หวังว่า  จะเห็นสิ่งที่ไม่ดี  จะเป็นทุกข์  แล้วหวังหรือเปล่า  จะเกิด

ความติดข้องในสิ่งที่เห็น   เมื่อกี้นี้ขอนะค่ะ   ขอเห็น   ขอได้ยิน  ขอพบหรือ

อะไรก็ตามแต่   และบัดนี้ก็เห็นแล้ว  ได้ยินแล้ว  แล้วต่อจากนั้นขอหรือเปล่า

ว่า   เห็นแล้วขอให้ติดข้อง   ขอหรือเปล่าค่ะ ?  ไม่ได้ขอ   แต่ติดข้อง  หวัง

หรือเปล่า   หรือว่าเมื่อมีเหตุให้เกิด   ก็เกิด   เพราะฉะนั้น   ถ้ามีความเข้าใจ

ธรรม  ซึ่งเป็นธาตุเป็นธรรมจริง ๆ ก็จะเข้าใจในเหตุและในผลว่า   สิ่งนี้มีแล้ว

เกิดแล้ว   ยังไม่ทันจะรู้ความจริงเลย   สิ่งใหม่เกิดแล้ว   สิ่งที่กำลังปรากฎนี้

หายไปไหน   อย่างขณะนี้ที่เห็น   มีเสียงเกิดขึ้นแล้ว  และเห็นเมื่อกี้นี้หายไป

ไหน   นี่คือไม่จำเป็นต้องขออะไรทั้งสิ้น   เพราะสิ่งหนึ่งสิ่งใดก็ตาม   ที่มีให้

ทราบว่ายังไม่ได้เข้าใจถูก   เห็นถูกในสิ่งนั้นตามความเป็นจริง   เพราะฉะนั้น

ก่อนที่จะได้เข้าใจธรรม   อาจจะมีหลายคนที่ขอ  มีสติปัญญา   แต่ขอนั้นมาจากไหน   อยู่ดี ๆก็ขอ   หรือว่ามีกุศลเกิดขึ้นแล้ว   ขอผลของกุศลนั้นหรือไม่มีกุศลเลยก็ขอ   แต่เมื่อกุศลเกิดแล้ว   เป็นเหตุที่จะให้สิ่งที่ดีเกิดขึ้น   แต่สิ่งที่ดีที่ชาวบ้านหรือคนอื่นทั่ว ๆ ไปต้องการนี้   ก็คือเห็นสิ่งที่ดี   ได้ยินเสียงที่ดี   แต่ไม่ได้คิดที่จะ  เข้าใจธรรม   แต่ถ้าเป็นผู้ที่เห็นประโยชน์   แล้วก็รู้ว่ากุศลทั้งหลาย   ที่ได้ทำนี้   เป็นปัจจัยที่ทำให้   สามารถที่จะเข้าใจธรรม   มีโอกาสที่จะได้ฟัง   ได้ไตร่ตรอง   ด้วยความแยบคาย   ด้วยความละเอียดด้วยความถูกต้องด้วยความไม่ประมาท  คิดอย่างนี้หรือเปล่า  เวลาอธิษฐานให้เป็นผู้ละเอียด   ไตร่ตรองพิจารณา   เข้าใจธรรม   โดยไม่มีปัจจัยที่จะทำให้เห็นผิด    เพราะฉะนั้น    จริง ๆ แล้วแต่ละครั้ง   ที่มีสัทธา  เกิดขึ้น   แล้วก็มีความเห็นถูก   สัทธาและความเข้าใจถูกทีมี   จะค่อย ๆ เพิ่มขึ้น  ปรุงแต่งจนกระทั่งสามารถ  ที่จะรู้ลักษณะของสภาพธรรม  ที่กำลังปรากฎ  แล้วก็รู้ได้ค่ะว่า   เป็นผลของการอบรม   แต่ไม่ใช่เป็นแต่เพียง  อยากได้แล้วขอ

  


  ความคิดเห็นที่ 1  
 
suwit02
วันที่ 23 มิ.ย. 2552 22:05 น.

สาธุ

 
  ความคิดเห็นที่ 2  
 
opanayigo
วันที่ 24 มิ.ย. 2552 09:18 น.

เพราะฉะนั้น    จริง ๆ แล้วแต่ละครั้ง   ที่มีสัทธา  เกิดขึ้น   แล้วก็มีความเห็นถูก   สัทธาและความเข้าใจถูกทีมี   จะค่อย ๆ เพิ่มขึ้น  ปรุงแต่งจนกระทั่งสามารถ  ที่จะรู้ลักษณะของสภาพธรรม  ที่กำลังปรากฎ  แล้วก็รู้ได้ค่ะว่า   เป็นผลของการอบรม   แต่ไม่ใช่เป็นแต่เพียง  อยากได้แล้วขอ

       

 

อนุโมทนาค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 3  
 
จักรกฤษณ์
วันที่ 24 มิ.ย. 2552 09:58 น.

ขอบคุณ และขออนุโมทนาครับ

 
  ความคิดเห็นที่ 4  
 
mamapapa
วันที่ 24 มิ.ย. 2552 11:51 น.

เริ่มจะเข้าใจแล้วว่าไม่จำเป็นต้องอธิษฐาน แต่ถ้าจะอธิษฐานก็ต้องมีความเข้าใจว่าต้องมีเหตุของกุศล และก็ต้องแล้วแต่ปัจจัยที่สะสมอีก  ดังนั้นถ้าผลของอกุศลที่เกิดทางทวารทั้ง ๕ เป็นเหตุในอดีตที่กระทำแล้ว  ไม่อยากให้เกิดก็ต้องเกิด  แล้วทางใจล่ะไม่อยากจะคิดอย่างนั้นก็คิดแล้วจากการสะสม  เลยคิดว่าฟังพระธรรมจากท่านอาจารย์อย่างสม่ำเสมอทุกวันเป็นการสะสมเหตุต่อไปดีกว่า  และเป็นการตั้งใจอบรมเพื่อให้เข้าใจธรรมที่เกิดกับตนไปเรื่อย ๆ  ขอกราบท่านอาจารย์สุจินต์ด้วยความเคารพอย่างสูงที่อบรมพวกเราให้มีความเห็นถูกอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน  นี่ละกระมังที่เรียกว่าไม่ต้องอธิษฐานเมื่อเหตุดีผลก็ย่อมดี

 
  ความคิดเห็นที่ 5  
 
choonj
วันที่ 24 มิ.ย. 2552 12:27 น.

        ถ้าเชื่อในการสะสม และศึกษาธรรมในชาตินี้ ศึกษาให้เข้าใจอย่างละเอียดจนเป็นการสะสม ก็ไม่ต้องห่วงว่าจะไม่ได้พบพระธรรม และไม่ต้องอธิฐาน ปล่อยให้เป็นไปตามอำนาจของการสังสม  มีผู้กล่าวว่าที่มาฟังธรรมอยู่นี้นะเคยฟังมาก่อนแล้วในชาติที่แล้ว 
จึงสามารถฟังเข้าใจไม่เข้าใจต่างๆกันไป ผมนะเคยถามตัวเองอยู่ว่า ทำไมต้องมานั่งฟังธรรมทั้งๆที่ทางโลกมีความเพลิดเพลินอยู่มาก แต่ก็มีเหตุให้ต้องมานั่งฟังธรรม หนีไม่พ้น นี่น่าจะเป็นไปตามกำลังของสะสมเมื่อมีเหตุปัจจัยพร้อม   ครับ 
 
  ความคิดเห็นที่ 6  
 
saifon.p
วันที่ 24 มิ.ย. 2552 21:26 น.

เป็นหัวข้อที่น่าสนใจ ขออนุโมทนาค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 7  
 
narong.p
วันที่ 27 มิ.ย. 2552 06:34 น.

 

ขออนุโมทนาครับ

 
  ความคิดเห็นที่ 8  
 
pamali
วันที่ 8 ต.ค. 2553 16:12 น.

ขออนุโมทนาค่ะ สาธุ

 
  ความคิดเห็นที่ 9  
 
jadesri
วันที่ 9 ธ.ค. 2553 08:25 น.

ขออนุโมทนาครับ

 
  ความคิดเห็นที่ 10  
 
nopwong
nopwong
วันที่ 23 ธ.ค. 2555 04:11 น.

ขออนุโมทนา

 
  ความคิดเห็นที่ 11  
 
เข้าใจ
เข้าใจ
วันที่ 2 ธ.ค. 2556 02:30 น.

เกิดฉันทะในการดูการอ่าน และยังมีการทำหน้าที่ ที่ดีของตา ของหู พร้อมทั้งทวารอื่นๆ

ยังเป็นไปได้ดี ก็ควรจะใส่ใจให้ดีกับการที่ได้เกิดมาได้พบพระธรรม ธรรมะความจริงอัน

ประเสริฐและเป็นพระธรรมที่ถูกทาง ก็เป็นการนึกคิดอยู่ในใจ ณ.ขณะนี้ครับ

                                   กราบอนุโมทนาครับ

 
เขียนความคิดเห็น กรุณาล็อกอินเข้าสู่ระบบ