ธรรมทั้งหลายไม่ได้อยู่ในหนังสือ
 
เมตตา
เมตตา
วันที่  25 ก.พ. 2552
หมายเลข  11347
อ่าน  589

 
  สภาพธรรมทั้งหลายเป็นสิ่งที่มีจริงที่กำลังปรากฎขณะนี้  มีอยู่ตลอดเวลาในชีวิต

ปัจจุบัน   ธรรมทั้งหลายไม่ได้อยู่ในหนังสือ  แต่เป็นชีวิตจริงๆ แต่ละขณะที่กำลังเห็น  กำลังได้ยิน...... ตลอดจนถึงการคิดนึก ขณะที่ไปกราบนมัสการสังเวชนียสถานที่ประเทศอินเดีย  พี่รมณี  สวัสดี  ซึ่งอาศัยอยู่ที่สหรัฐเป็นเวลาสามสิบกว่าปีได้เดินทางมาเมืองไทยเพื่อร่วมเดินทางมาอินเดียด้วย   ช่วงหนึ่งของการสนทนาพี่รมณีกล่าวว่า

ได้ศึกษาเรื่องวิถีจิตเช่น วิถีจิตที่เกิดทางตาซึ่งมีศัพท์เป็นภาษาบาลียากมาก  เป็นต้น

ว่าปัญจทวารวัชชนจิต  จักขุวิญญาณ  สัมปฎิจฉนจิต จำไม่ได้สักทีจึงได้สนทนากับพี่

รมณีว่าไม่ต้องกังวลเรื่องศัพท์แต่ต้องเข้าใจ ท่านอาจารย์เคยกล่าวว่าควรฟังให้เข้าใจถึงวิถีจิต  ไม่ใช่เพียงคำศัพท์ต่างๆ แต่ว่าเป็นชีวิตแต่ละขณะที่กำลังเห็น 

กำลังได้ยิน... ตลอดจนถึงการคิดนึก  ในขณะนี้ทุกท่านกำลังเห็น  ทราบถึงวิถี

จิตได้แล้วใช่ไหมค่ะ

......................................................


  ความคิดเห็น 1  
 
orawan.c
orawan.c
วันที่ 25 ก.พ. 2552

ทุกพยัญชนะและเรื่องราวที่พระพุทธองค์ทรงแสดงก็เพื่อส่องให้เห็นถึง

ลักษณะสภาพธรรมที่กำลังปรากฎ ๖ ทาง คือตา หู จมูก ลิ้น กาย และใจ

รวมถึงเรื่องวิถีจิตด้วย  ผู้ศึกษาจึงควรเข้าใจว่าคือขณะที่กำลังรู้อารมณ์ ๖ทาง

และเข้าใจความเป็นธรรมหรือธาตุและเป็นอนัตตาในชีวิตประจำวัน ไม่ใช่ในตำรา

ซึ่งความเข้าใจก็มีหลายขั้น คือขั้นฟัง พิจารณาไตร่ตรอง และประจักษ์แจ้ง

ขออนุโมทนาค่ะ

 
  ความคิดเห็น 2  
 
pornpaon
วันที่ 25 ก.พ. 2552

ดิฉันเป็นอีกคนหนึ่งเมื่อแรกๆ ที่ฟัง

เคยกังวลว่าไม่รู้จักไม่เข้าใจศัพท์ภาษาบาลีเลย

จนเมื่อฟังมานานระยะหนึ่งจึงได้รู้ว่า  ไม่ต้องกังวลเลย

เพราะการรู้จักคำศัพท์ภาษาบาลี

ก็เพื่อให้เข้าใจในลักษณะเฉพาะของสภาพธรรมหนึ่งๆ ที่เกิดขึ้นปรากฎ

อาจยังไม่เข้าใจหรือจำไม่ได้ในเวลานี้

แต่จะค่อยๆ เข้าใจขึ้น จนเป็นการจำได้ เมื่อฟังพระธรรมบ่อยๆ เนืองๆ

และหมั่นพิจารณาศึกษาระลึกรู้สภาพธรรมที่เกิดขึ้น ตามเหตุ ตามปัจจัย ตามการสะสม

อย่างค่อยเป็นค่อยไป  โดยไม่ต้องมีตัวตนไปจดจ้องต้องการที่จะระลึก หรือ จะจำให้ได้

เมื่อไหร่เมื่อนั้น  จำได้ก็เป็นธรรมะ จำไม่ได้ก็เป็นธรรมะ เช่นกัน

 ขออนุโมทนาในกุศลจิตและกุศลวิริยะของทุกท่านค่ะ

 
  ความคิดเห็น 3  
 
ศิณอนงค์
วันที่ 25 ก.พ. 2552

ขออนุโมทนาในกุศลศรัทธาค่ะ

พระธรรมที่ยิ่งใหญ่ ล้วนอยู่ในชีวิตประจำวัน เป็นสภาพธรรม ไม่ใช่เรา

แต่กว่าจะถึงจุดที่เข้าใจแบบนี้จริงๆ ก็ขาดการอ่านหรือการฟังไม่ได้เช่นกัน

การอ่านก็คือการฟัง สาวกคือผู้ฟัง  ให้รู้เองคงไม่ได้ 

ท่านอาจารย์สุจินต์ เคยแนะนำว่า แม้คำเดียว ถ้าไม่เข้าใจ ก็อย่าเพิ่งข้าม

คำที่ว่ายาก ก็มีไว้สื่อสารเพื่อเข้าใจ พอให้ฟังรู้เรื่อง ไม่ถึงกับไปสอบ 

 
  ความคิดเห็น 4  
 
K
K
วันที่ 25 ก.พ. 2552

 ธรรมะคือสี่งที่มีจริง... เรื่องราวของชีวิต ครอบครัว สังคม  โลก  จักรวาล ฯลฯ  นั้น

  เมื่อย่อยจนเป็นความจริงที่ละเอียดที่สุดแล้ว ก็จะเหลือเพียงการรับรู้อารมณ์ทางตา

   ทางหู ทางจมูก ทางลิ้น ทางกาย และทางใจ ทีละขณะ เท่านั้น

 อย่างไรก็ดี  การทีผู้ใดจะเข้าถึงธรรมะได้  ก็ต้องอาศัยการศึกษาให้เข้าใจเรื่องราว

  ของธรรมะ   อันได้แก่พระธรรม  ที่พระผู้มีพระภาคทรงอาศัยพระมหากรุณาคุณ และ

  พระปัญญาคุณอันเป็นพุทธวิสัย  บัญญัติไว้ให้สาวกศึกษา  ให้เข้าใจ  และให้รู้ตาม

 แต่ปัญหาประการหนึ่งของผู้ที่ได้ศึกษาพระธรรมก็คือ มักจะมีความติดข้องอยู่กับคำ

   หรือเรื่องราวที่ทรงแสดงไว้  จนทำให้ลืมไปว่าพระธรรมเป็นเรื่องราวของสิ่งที่มีจริง  

  ต่างจากธรรมะอันเป็นสิ่งที่มีจริงอย่างไร

 ท่านผู้มีปัญญาทั้งหลายจึงพร่ำเตือนผู้ศึกษาอยู่เสมอว่า ธรรมะไม่ใช่อยู่แต่ในตำรา

ขออนุโมทนาในกุศลจิตของทุกท่านครับ

 
  ความคิดเห็น 5  
 
ธรณ์__ภควลีธร
ธรณ์__ภควลีธร
วันที่ 25 ก.พ. 2552

  วิถีจิต  ก็คือจิตดวงต่างๆ   ทำหน้าที่ตามวิถีของจิต  จากวิถีจิตที่ ๑  นึกถึงอารมณ์ที่

มากระทบ  ไม่ได้ทำอะไรมากมาย (มาเคาะเรียก)   วิถีจิตที่ ๒  จิตเห็น  จิตได้ยิน  จิต

ได้กลิ่น  จิตลิ้มรส  จิตกระทบสัมผัส ก็ เกิดตามมา   วิถีจิตที่ ๓  เมื่อจิตเห็น จิต.... ดับ

ก็รับอารมณ์นั้น  วิถีจิตที่ ๔   เมื่อรับแล้วก็พิจารณา  วิถีจิตที่ ๕  เมื่อพิจารณาแล้ว  ก็

ตัดสินให้ กุศล อกุศล หรือกิริยา เกิดต่อ   วิถีที่ ๖ - ๑๒ ก็ สั่งสมสันดาน (ด้วยสามารถ

แห่งชวนวิถี) กุศลจิต  อกุศลจิต หรือ กิริยาจิต    วิถีที่ ๑๓ - ๑๔ ก็รับอารมณ์ต่ออีก ๒

ขณะ  รวมกันก็เป็นวิถีจิต ๑ วาระ  ถ้าไม่ครบก็เป็นวาระเหมือนกัน แต่ เรียกอีกชื่อหนึ่ง

เข้าใจวิถีจิตอย่างนี้   ส่วนชื่อเรียกวิถีจิตขณะต่างๆ ไว้จำทีหลัง ถ้าจำได้ ก็ สนทนากับ

ผู้รู้อื่นๆ ได้ง่ายขึ้นเท่านั้น  ไม่ทราบว่า เข้าใจอย่างนี้ จะถูกมั้ยครับ

 
  ความคิดเห็น 6  
 
suwit02
วันที่ 25 ก.พ. 2552

ขออนุโมทนาครับ

 
  ความคิดเห็น 7  
 
khampan.a
khampan.a
วันที่ 26 ก.พ. 2552

ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น

ขอเชิญคลิกอ่านเพิ่มเติมได้ที่หัวข้อดังต่อไปนี้จิตตสังเขปบทที่ ๕ ...ธรรมทั้งหลายไม่ได้อยู่ในหนังสือตำรา พระอภิธรรมไม่ใช่อยู่ในตำราและไม่ได้อยู่ที่อื่น พระอภิธรรมไม่ใช่อยู่ในตำราไม่ได้อยู่ในตำรา ...ขออนุโมทนาในกุศลจิตของทุกๆ ท่านครับ...

 
  ความคิดเห็น 8  
 
K
K
วันที่ 26 ก.พ. 2552

 คำว่า ธรรม ธรรมะ หรือ ธัมมะ มีหลายความหมาย  บางแห่งหมายถึงบุญ บางแห่ง

  หมายถึงคำสอน บางแห่งหมายถึงปรมัตถธรรม ฯลฯ ขอเชิญคลิกอ่าน

ความหมายของธรรมะ

 
  ความคิดเห็น 9  
 
ศิณอนงค์
วันที่ 27 ก.พ. 2552

  ในปัจจุบัน ก็มีหลายๆ สำนักที่ใช้ประโยคที่ว่า "ธรรมะไม่ได้อยู่ในตำรา"

โดยไม่เข้าใจว่าธรรมะคืออะไร จึงบอกให้ทิ้งตำราและปฏิบัติเลย

 
  ความคิดเห็น 10  
 
JANYAPINPARD
JANYAPINPARD
วันที่ 28 ก.พ. 2552

ขออนุโมทนาคะ

 
  ความคิดเห็น 11  
 
paderm
paderm
วันที่ 1 มี.ค. 2552

ธรรมอยู่ในขณะนี้ ศึกษาธรรมเพื่อเข้าใจขณะนี้

แต่ไม่ใช่วิธีไปปฏิบัติแต่เป็นการฟังธรรมให้เข้าใจครับ

 
  ความคิดเห็น 12  
 
Komsan
วันที่ 1 มี.ค. 2552
ขออนุโมทนาในกุศลจิตของทุกท่านครับ
 
เขียนความคิดเห็น กรุณาเข้าระบบ