Print 
ขันติ เป็นตบะอย่างยิ่ง
 
narong.p
วันที่  29 ธ.ค. 2551
หมายเลข  10791
อ่าน  2,681

ขันติ เป็น ตบะอย่างยิ่ง
พระพุทธพจน์นี้เตือนให้เราผู้ศึกษาธรรม มีความอดทนที่จะฟังให้เข้าใจต่อไปๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆไม่เบื่อที่จะฟังซ้ำๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ ไม่ท้อแท้ แม้สติยังไม่เกิด  เพราะพระอภิธรรมนั้น ละเอียดและลุ่มลึก  ยากที่จะฟังให้เข้าใจแล้วสติเกิดระลึกสภาพธรรมตามความเป็นจริง ได้เร็วๆ ตามที่เราต้องการ เพราะนั่นคือ โลภะ ซึ่งเป็นสภาพธรรม  ที่คอยลวงให้หลงทาง จึงทำให้ได้เห็นผู้คนมากมาย  ที่ได้มีโอกาสมาฟังศึกษาธรรมจากท่านอ.สุจินต์แล้วก็หันไปหาทาง  ที่จะทำให้สติเกิดเร็วๆ หรือหาทางที่จะละ ความโกรธ ความติดข้อง  เพราะเห็นว่าฟังเป็นปีแล้วยังไม่ได้อะไรเลย หรือฟังนานแล้ว  สติยังไม่เกิดเลย โกรธก็ยังเหมือนเดิม ติดข้องก็ยังมีมากอยู่ส่องให้เห็นถึงความไม่เข้าใจ และแสดงให้เห็นถึงความยาก ความละเอียดลึกซึ้งของสภาพธรรมที่กำลังปรากฏอยู่เดี๋ยวนี้แต่ไม่รู้  เพราะการเข้าใจเพียงพยัญชนะและเรื่องราวของธรรม ยังไม่พอ  ที่จะเป็นปัจจัยให้สติเกิดระลึกได้ แต่ต้องรู้ถึงอรรถและลักษณะ ของสภาพธรรมตามความเป็นจริงขณะนี้ เป็นปกติในชีวิตประจำวัน


  ความคิดเห็นที่ 1  
 
suwit02
วันที่ 29 ธ.ค. 2551

สาธุ

 
  ความคิดเห็นที่ 2  
 
choonj
วันที่ 29 ธ.ค. 2551

ขันติเป็นตบะอย่างยิ่ง  ระวังจะขันแตกเสียก่อน  การที่จะประจักษ์แจ้งสภาพธรรมไม่ใช่ง่าย เมื่อไม่ง่ายก็ยาก แต่ที่ยากเพราะไม่มีปัญญาพอที่จะประจักษ์ คนที่ไม่มีปัญญาพอที่จะรู้ว่าเกลือเค็มอย่างไรยังมี  แล้วอีกเมื่อไรจะประจักษ์  ผู้ประจักษ์มีแน่นอน แต่ในยุคนี้จะหาสักคนก็แสนยาก  ถ้าจะเปรียบให้เห็นชัดกว่านี้อีก ก็เหมือนกับการเจริญสมถ ภาวนาจนได้ฌานจิตเกิด  จะมีไหมในยุคนี้  ถ้ามีปัญญาทุกอย่างก็ง่าย  ธรรมที่ว่ายากก็ไม่ยาก  ประจักษ์แจ้งที่ว่ายากก็ไม่ยาก  ปัญหาคือจะมีปัญญาได้อย่างไร  จึงควรเจริญปัญญา  ทีเขียนมานี้ไม่ใช่ให้หมดหวังหรือไม่ให้กำลังใจที่จะศึกษาธรรม  แต่เป็นการเตือนให้สนใจมากขึ้น เพราะไม่สนใจหรือสนใจน้อยก็จะไม่ได้ประโยชน์  เพราะเมื่อได้เกิดมาเป็นเพื่อนร่วมโลกไม่ว่าจะเกิดเป็นอะไรก็แล้วแต่  การเจริญปัญญาโดยเจริญสติปัฎฐานเป็นสิ่งที่ดีเลิศไม่ว่าจะยากแสนยากหรือนานแสนนานขนาดไหน  จึงไม่ใช่ประเด็นของความอดทน  แต่เป็นการประพฤติปฎิบัติเพื่อชีวิตที่ดีจนนิพพาน ครับ

 
  ความคิดเห็นที่ 3  
 
ajarnkruo
วันที่ 29 ธ.ค. 2551

... ที่ไม่อดทนเพราะคงจะลืมไปว่า ...ผู้ที่ทรงอดทนบำเพ็ญพระบารมีมาถึง ๔ อสงไขยแสนกัปป์ทรงอดทนอย่างยากลำบากและยาวนานเพื่อประโยชน์เกื้อกูลแก่ใคร ?ถ้าไม่ใช่เพื่อผู้ที่อดทนมา ๑ อสงไขย ๑๐๐,๐๐๐ กัปป์เพื่อผู้ที่อดทนมา ๑๐๐,๐๐๐ กัปป์เพื่อผู้ที่อดทนมาหลายหมื่นกัปป์และเพื่อผู้ที่อดทนน้อยกว่านั้นที่ยังจะต้องอดทนบำเพ็ญบารมีต่อไปอีก...
ขออนุโมทนาครับ...

 
  ความคิดเห็นที่ 4  
 
khampan.a
khampan.a
วันที่ 29 ธ.ค. 2551

ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น

ในชีวิตนี้ไม่มีอะไรที่จะประเสริฐเท่ากับการได้เข้าใจธรรม  ได้รู้ความจริงของสภาพธรรมตามความเป็นจริง  แต่ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยสำหรับการเข้าใจธรรม  เพราะจะต้องเป็นผู้ตรงต่อตัวเองว่ายังไม่รู้ (ไม่ประมาทว่ารู้แล้ว) และกิเลสอกุศลก็ยังมีอยู่ครบ ดังนั้นผู้ที่เห็นประโยชน์ของพระธรรม  เห็นคุณค่าของกุศลธรรมทั้งหลาย  ถึงแม้ว่าจะยังมีกิเลสอกุศลอยู่ครบ  ก็จะไม่ท้อถอย  แต่จะมีความอดทนที่จะฟัง  ที่จะศึกษาพระธรรมต่อไป  เพื่อความเข้าใจที่ถูกต้องยิ่งขึ้น  สั่งสมความเข้าใจไปทีละเล็กทีละน้อย  ค่อย ๆเป็นค่อย ๆ ไป  พร้อมทั้งเป็นผู้ไม่ประมาทในการเจริญกุศลทุกประการ  ซึ่งจะเป็นไปเพื่อการขัดเกลากิเลสในชีวิตประจำวันด้วย ครับ
...ขออนุโมทนาในกุศลจิตของทุก ๆ ท่านครับ...

 
  ความคิดเห็นที่ 5  
 
orawan.c
orawan.c
วันที่ 29 ธ.ค. 2551

ขอเชิญคลิกอ่านเพิ่มเติม......
องค์ธรรมของ ขันติ คืออะไรครับ
คุณของขันติ ๑
คุณของขันติ ๒  
ขออนุโมทนาค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 6  
 
paderm
paderm
วันที่ 1 ม.ค. 2552 09:36 น.

ขอนอบน้อมแด่พระรัตนตรัย
อดทนด้วยกุศลจิตเพราะรู้ตามความเป็นจริงว่าเป็นหน้าที่ของธรรม ไม่ใช่เราที่จะทำให้เข้าใจ ไม่ใช่เราที่จะทำให้ปัญญาเจริญ  ทุกอย่างเป็นไปตามเหตุปัจจัยของสภาพธรรมที่ปรุงแต่งให้ปัญญาค่อยๆเจริญแต่ทีละเล็กละน้อย  เมื่อเป็นหน้าที่ของธรรมย่อมไม่เดือดร้อนในการอบรมปัญญาเพราะไม่มีตัวเราไปจัดการให้เข้าใจครับ  สะสมเหตุให้ปัญญาเจริญคือการฟัง เข้าใจก็เข้าใจ ไม่เข้าใจก็ไม่เข้าใจเพราะว่าเป็นหน้าที่ของธรรมจึงอดทนที่จะฟังพระธรรมต่อไปเพราะไม่มีหนทางอื่นเลยที่จะดับกิเลสนอกจากการเริ่มที่ถูกต้องคือฟังให้เข้าใจ ขออนุโมทนาครับ ..
อุทิศกุศลให้สรรพสัตว์

 
  ความคิดเห็นที่ 7  
 
pornpaon
วันที่ 6 ม.ค. 2552 20:38 น.
ขออนุโมทนาค่ะ
 
  ความคิดเห็นที่ 8  
 
วันชัย๒๕๐๔
วันชัย๒๕๐๔
วันที่ 6 ม.ค. 2552 22:15 น.

เมื่อยึดตัวโดยมั่นคงว่ามีตัว จึงจะอยากอดทนเพื่อตัว ละคลายความเป็นตัว จึงหวั่นไหวน้อยลงในความไม่มีตัว แล้วจะมีใครที่ต้อง "อดทน" เพื่อ "ตัว" ฟังๆๆๆๆ เข้าใจในสิ่งที่ได้ฟัง ไม่มีใครฟัง ไม่มีใครที่ (ต้อง) อดทนฟัง ขออนุโมทนาครับ

 
เขียนความคิดเห็น กรุณาล็อกอินเข้าสู่ระบบ