โทษของอกุศล
 
พุทธรักษา
วันที่  15 พ.ย. 2551
หมายเลข  10396
อ่าน  2,253

ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น.

ท่านผู้ฟัง   โทษของความโกรธ  โทษของโลภะจะเป็นอย่างไร ตอนมีชีวิตอยู่ จะเป็นอย่างไร ตอนตายไปแล้ว จะเป็นอย่างไร

ท่านอาจารย์    เวลาโกรธ ไม่สบายใจ...เวลาโกรธมาก ก็จะไปทำร้ายคนอื่นได้เวลาโลภะเกิด ก็มีความติดข้องต้องการ...เวลาไม่ได้ ก็เกิดโทสะเมื่อได้มาแล้ว ก็ต้องรักษาไว้อย่างดี กลัวสูญหายอีกหนื่อยไหมคะ...ถ้าไม่มีเลย สบายไหมคะ

เวลาโลภะเกิดครั้งหนึ่ง...ก็ดับไปเวลาโทสะเกิดครั้งหนึ่ง...ก็ดับไปแต่จะสะสมในจิตต่อๆ ไปทำให้คนเรามีอุปนิสัยต่างกัน

บางคนโลภมาก ติดข้องมากเห็นอะไร ก็อยากได้ไปหมด คนที่โทสะมาก เห็นอะไร ก็ไม่ชอบใจทุกอย่าง ขวางหูขวางตาไปหมด ไม่ถูกใจสักอย่างหนึ่ง ชาติหน้าต่อไป ก็สะสมเป็นบุคคลอย่างนี้แหละอัธยาศัยก็ต่างกันบางคนตระหนี่ บางคนริษยา บางคนโลภะมาก บางคนโทสะมาก.นี้คือ โทษของอกุศล ในชาตินี้และชาติต่อไป

และถ้าถึงขั้นทำอกุศลกรรมมีการฆ่าสัตว์ เบียดเบียนบุคคลอื่น ทำทุจริตกรรม ฯลฯก็เป็นเหตุให้เกิดในอบายภูมิ คือ ภูมิที่ไม่มีความเจริญในธรรม

บรรยายโดยอาจารย์สุจินต์ บริหารวนเขตต์

ขออนุโมทนา


  ความคิดเห็น 1  
 
suwit02
วันที่ 15 พ.ย. 2551

สาธุ

 
  ความคิดเห็น 3  
 
เมตตา
เมตตา
วันที่ 15 พ.ย. 2551

เวลาอกุศลจิตเกิดไม่ว่าโลภะ โทสะ ก็มีผลเป็นโทษ อกุศลจิตที่เกิดขึ้นแต่ละขณะจะสะสมในจิตต่อๆ ไปเป็นอุปนิสัยไม่ว่าชาตินี้ หรือ ชาติหน้าก็จะเป็นผู้ติดข้องมากขึ้นหรือเป็นผู้มักโกรธเสมอๆ เมื่อสะสมจนมีกำลังสามารถที่จะกระทำอกุศลกรรมบถได้ก็จะส่งผลให้ไปเกิดในทุคติภูมิ

กราบอนุโมทนาท่านอาจารย์สุจินต์ บริหารวนเขตต์ค่ะ

 
  ความคิดเห็น 4  
 
ajarnkruo
วันที่ 16 พ.ย. 2551

ที่จะเห็นโทษจริงๆ คือสติสัมปชัญญะเกิดระลึกรู้ลักษณะของอกุศลธรรมนั้นๆ ที่กำลังปรากฏ...

ขออนุโมทนาครับ...

 
  ความคิดเห็น 5  
 
pornpaon
วันที่ 16 พ.ย. 2551

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย คาถาธรรมบท เล่ม ๑ ภาค ๒ ตอน ๓- หน้าที่ 2

บุคคลไม่ควรดูหมิ่นบาปว่า บาปมีประมาณน้อยจักไม่มาถึง แม้หม้อน้ำยังเต็มด้วยหยาดน้ำที่ตกลง (ทีละหยาดๆ) ได้ฉันใด ชนพาลเมื่อสั่งสมบาปแม้ทีละน้อยๆ ย่อมเต็มด้วยบาปได้ฉันนั้น.

บุคคลไม่ควรดูหมิ่นบุญว่า บุญมีประมาณน้อยจักไม่มาถึง แม้หม้อน้ำยังเต็มด้วยหยาดน้ำที่ตกลงมา (ทีละหยาดๆ) ได้ฉันใด ธีรชน (ชนผู้มีปัญญา) สั่งสมบุญแม้ทีละน้อยๆ ย่อมเต็มด้วยบุญ ได้ฉันนั้น

ขออนุโมทนาคุณพุทธรักษา

ขออนุโมทนาในกุศลจิตและกุศลวิริยะของทุกท่านค่ะ

 
  ความคิดเห็น 6  
 
wannee.s
wannee.s
วันที่ 16 พ.ย. 2551

เมตตาเป็นสภาพธรรมที่ตรงข้ามกับโทสะขณะที่ขุ่นเคืองใจถ้าสติและปัญญาเกิดจะเห็นโทษของความโกรธจะเกิดเมตตาบุคคลที่ท่านกำลังขุ่นเคืองใจนี่เป็นหนทางที่จะระงับจิตใจให้สงบขึ้นเพราะถ้าวันหนึ่งๆ เต็มไปด้วย โลภ โกรธ หลง ไม่สงบเลยทั้งวัน

ขณะใดที่ไม่โลภ ไม่โกรธ ไม่หลง ก็สงบขึ้นนี่คือสมถภาวนาในชีวิตประจำวัน

 
  ความคิดเห็น 7  
 
khampan.a
khampan.a
วันที่ 16 พ.ย. 2551

ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น

อกุศลธรรม เป็นสภาพธรรมที่ไม่ดีงาม ไม่นำประโยชน์อะไรมาให้เลย ให้ผลเป็นทุกข์แต่เนื่องจากเราได้สะสมอกุศลมาอย่างเนิ่นนานในสังสารวัฏฏ์ นับชาติไม่ถ้วน เมื่อได้เหตุได้ปัจจัย อกุศลธรรมก็เกิดขึ้นเป็นไปเป็นปกติในชีวิตประจำวัน ทั้งโลภะ ความติดข้อง ยินดีพอใจ หรือ โทสะ ความขุ่นเคืองใจ โกรธ ไม่พอใจ เป็นต้น ล้วนเป็นอกุศลธรรมทั้งนั้น (จิตที่มีอกุศลเจตสิกเกิดร่วมด้วย เป็นอกุศลจิต อกุศลจิตเป็นอกุศลธรรมอกุศลเจตสิก เป็นอกุศลธรรม) ถ้าหากว่าไม่ได้ศึกษาพระธรรม ไม่ได้ฟังพระธรรมที่พระผู้มีพระภาคทรงแสดง  ย่อมจะไม่เห็นโทษของอกุศลที่เกิดขึ้น เมื่อไม่เห็นโทษของอกุศล ก็จะไม่ขัดเกลาอกุศลในชีวิตประจำวันให้เบาบางลง เมื่อไม่ขัดเกลา ก็นับวันแต่จะมีอกุศลเกิดมากขึ้นๆ สะสมมากขึ้นๆ ถ้ามีกำลังแรงกล้า ก็สามารถล่วงออกมาเป็นทุจริตกรรมประการต่างๆ เบียดเบียนผู้อื่นให้เดือดร้อน เป็นอกุศลกรรมบถ ขณะที่กระทำอกุศลกรรม ประการต่างๆ นั้น อบายภูมิ มีนรก เป็นต้น รออยู่ข้างหน้าแล้ว

อกุศล น่ากลัวเป็นอย่างยิ่ง จึงไม่ควรประมาทในอกุศลแม้เพียงเล็กน้อย โดยอาศัยอาศัยการฟัง การศึกษาพระธรรม บ่อยๆ เนืองๆ เพื่อความเข้าใจถูก เห็นถูกในลักษณะของสภาพธรรมที่กำลังปรากฏตามความเป็นจริง และเพื่อขัดเกลากิเลสในชีวิตประจำวันด้วยครับ    

...ขออนุโมทนาในกุศลจิตของทุกๆ ท่านครับ...

 
  ความคิดเห็น 8  
 
pamali
วันที่ 1 ก.ค. 2553

ขอบคุณ และขออนุโมทนาค่ะ

 
  ความคิดเห็น 9  
 
aurasa
aurasa
วันที่ 5 ม.ค. 2554

กราบอนุโมทนาในกุศลทุกท่านค่ะ

 
  ความคิดเห็น 10  
 
nong
วันที่ 26 มิ.ย. 2555

 ขออนุโมทนาค่ะ

 
  ความคิดเห็น 11  
 
เซจาน้อย
วันที่ 26 มิ.ย. 2555

ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น

"ควรหรือไม่ที่จะเป็นผู้ไม่รู้ต่อไปด้วยการสะสมอกุศลมากขึ้นในชีวิตปประจำวัน"

"ขจัดมลทิน คือ อกุศล ด้วยกุศล"

 

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาในกุศลจิตของทุกๆ ท่านครับ

 

 
  ความคิดเห็น 12  
 
ใหญ่ราชบุรี
ใหญ่ราชบุรี
วันที่ 9 ก.ย. 2558

สาธุ อนุโมทนาค่ะ

 
  ความคิดเห็น 13  
 
chatchai.k
chatchai.k
วันที่ 19 ก.ค. 2563

ขออนุโมทนาครับ 

 
  ความคิดเห็น 14  
 
สิริพรรณ
สิริพรรณ
วันที่ 22 ก.ย. 2563

กราบนอบน้อมพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้นด้วยเศียรเกล้า

กราบนอบน้อม พระธรรมและพระอริยสงฆ์ ด้วยความเคารพอย่างสูงยิ่ง

การศึกษาพระธรรม ได้เห็นโทษของอกุศลเพราะปัญญาที่เริ่มเข้าใจความเป็นสภาพธรรมที่บังคับบัญชาไม่ได้แต่สะสมสืบต่อทุกขณะ อกุศลเป็นโทษทำร้าย เกิดความทุกข์เดือดร้อนทั้งสิ้น มีกำลังเพราะการสะสม แม้บินหนีไปบนอากาศท้องฟ้าสูงสุด หรือกลางทะเล ใต้มหาสมุทรสุดลึก ก็ไม่พ้นอกุศลวิบาก รูปร่างกายที่วิจิตรตามผลของกรรมทุกประการ

ตราบใดที่ยังไม่ถึงความเป็นอริยบุคคล อนุสัยกิเลสยังไม่ถูกดับ พืชเชื้อของอกุศลยังมีอยู่ลึกที่สุด. ก็ประมาท อกุศลธรรมไม่ได้ เหตุนี้จึงต้องฟังพระธรรมของพระพุทธองค์ด้วยความเคารพ และอดทน เพื่อประโยชน์สูงที่สุดคือเข้าใจความจริงของสภาพธรรมละคลายความเห็นผิด ที่จะดับทิฎฐานุสัยอันเป็นต้นเหตุของอกุศลที่จะนำไปสู่อบายภูมิ เมื่อนั้นจึงจะเริ่มเข้าสู่ความปลอดภัยและนำไปสู่ทางที่ไม่ต้องเกิดกิเลสอกุศลอีกเลย

กราบเท้าบูชาพระคุณท่านอาจารย์สุจินต์ บริหารวนเขตต์ด้วยความเคารพอย่างสูงยิ่ง

และกราบขอบพระคุณสหายธรรมทุกท่าน ในการอนุเคราะห์เกื้อกูล พระธรรม เตือนใจบ่อยๆ เนืองๆด้วยค่ะ

ขออนุโมทนายินดีในมหากุศลนี้ทุกประการค่ะ

 
  ความคิดเห็น 15  
 
chatchai.k
chatchai.k
วันที่ 22 ก.ย. 2563

ขออนุโมทนาครับ 

 
เขียนความคิดเห็น กรุณาเข้าระบบ