ยามเมื่อมองดูเมฆในท้องฟ้าแล้วจินตนาการเป็นสิ่งต่างๆ ตอนเด็กๆ


    ทุกท่านคงจะเคยมองดูท้องฟ้า แล้วก็เห็นเมฆเป็นรูปร่างสัณฐานต่างๆ เกิดจินตนาการว่า เป็นสิ่งนั้นบ้าง สิ่งนี้บ้าง ชั่วครู่เดียวก็หายไปหมด เพราะไม่ใช่ของจริง เป็นแต่เพียงปรากฏสัณฐาน ทำให้คิดนึกว่าเป็นสิ่งนั้นบ้าง สิ่งนี้บ้าง ฉันใด ไม่ต้องเป็นเมฆในท้องฟ้า แต่สิ่งที่กำลังปรากฏทางตาในขณะนี้ เมื่อไม่ประจักษ์ความเกิดขึ้นและดับไปทีละขณะอย่างรวดเร็ว ก็ทำให้ยึดถืออาการสัณฐานซึ่งสืบต่อ เพราะฉะนั้น จึงเป็นโลกของความฝัน ของการไม่รู้ลักษณะของโลก ซึ่งเกิดดับจริงๆ

    โลกไหนจริงคะ ตอนนี้ โลกของรูปร่างสัณฐาน วัตถุสิ่งต่างๆ หรือว่าโลกที่เป็นเพียงสิ่งที่ปรากฏทางตา ในขณะที่ได้ยินเสียง โลกทางตาปรากฏไม่ได้ นี่จึงจะเป็นความจริง แต่ถ้าตราบใดในขณะนี้ที่ยังเห็นและได้ยินด้วย โลกยังไม่ได้ปรากฏตามความเป็นจริง เมื่อโลกทางตากับโลกทางหู ยังไม่ได้แยกขาดจากกันเลย สภาพธรรมที่ปรากฏทางตา ก็ย่อมสืบต่อไปถึงมโนทวาร ซึ่งจำสิ่งที่ปรากฏทางตา แล้วก็ตรึกนึกถึงสัณฐานของสิ่งที่ปรากฏ หลังจากนั้นก็ยังนึกถึงชื่อ นึกถึงคำต่างๆ เป็นเรื่องเป็นราวอยู่ตลอดเวลา

    เพราะฉะนั้นก็ไม่ใช่เรื่องที่จะรู้ลักษณะของโลกตามความเป็นจริงได้โดยง่าย แต่เมื่อได้ศึกษาก็เริ่มเข้าใจ พร้อมกันนั้นก็มีหนทางที่จะเจริญปัญญาให้รู้ลักษณะของโลกที่กำลังปรากฏทีละโลก ตามความเป็นจริงได้


    หมายเลข 7536
    21 ส.ค. 2558