บัณฑิตทั้งหลายยินดีในธรรม

เผชิญ     ก็เป็นธรรมดา แสนจะธรรมดา เพราะว่าเรายินดีในกาม ยินดีในขันธ์ สิ่งที่ไม่มีสาระ ส่วนใหญ่จะยินดีในสิ่งเหล่านี้ ซึ่งต่างจากบัณฑิตทั้งหลาย บัณฑิตทั้งหลายท่านยินดีในธรรม ยินดีในพระนิพพาน เพราะฉะนั้นเรายังไม่ใช่บัณฑิตที่สมบูรณ์เหมือนพระอริยสาวกทั้งหลาย หรือพระอรหันต์ทั้งหลาย ท่านเหล่านั้นท่านเป็นบัณฑิตจริงๆ ซึ่งท่านก็ยินดีในธรรม

     ลองดูว่า พระอรหันต์ท่านหมดภาระที่จะต้องทำเหมือนกับพระเสกขบุคคล หรือปุถุชนทั้งหลาย ท่านก็ยังยินดีในการสนทนาธรรม ยินดีในการฟังธรรม แต่พวกเรายังมีกิจที่จะต้องดับกิเลส คือยังไม่ได้ทำ และทำยังไม่บริบูรณ์ แต่ก็ยังเบื่อในกิจที่ควรทำ

     การฟังสัจธรรม หรือฟังสิ่งที่เป็นจริงที่พระพุทธเจ้าทรงแสดง เป็นสิ่งที่ควรฟัง ควรศึกษา ไม่น่าจะเบื่อหน่ายเลย สิ่งที่ควรเบื่อ ควรหน่าย คือสิ่งที่ไม่มีสาระ คือ ขันธ์ก็ดี กามก็ดี ควรเบื่อหน่ายกว่า แต่พระธรรมที่ทรงแสดงความจริง ควรจะยินดี

     ในพระสูตรทั้งหลาย เช่น โคสิงคสาลสูตร กล่าวว่า พระอรหันต์ทั้งหลายจะสนทนากันเนืองๆ ท่านใช้คำว่า ทุกวันที่ ๕ ท่านจะมาสนทนาธรรมตลอดคืนยังรุ่ง เห็นไหมครับ ทั้งคืนเลย กลางวันท่านไม่มีการสนทนา กลางคืนท่านก็สนทนา ไม่เบื่อ แต่พวกเราต่างจากท่าน เรายินดีในกาม ยินดีในบุตร ในภรรยา ในวัตถุที่น่ารักน่าใคร่ทั้งหลาย แต่เรื่องของธรรม เป็นเรื่องของการแสดงความจริง เราเบื่อ

     เพราะฉะนั้นขณะที่เบื่อ ไม่ใช่บัณฑิต เพราะว่าแสดงความจริง แสดงสัจธรรม ไม่ฟัง ไม่สนใจ


หัวข้อหมายเลข  4160
ปรับปรุง  18 ก.ค. 2558