มรรคมีองค์แปด
 
nee
วันที่  20 ธ.ค. 2548
หัวข้อหมายเลข  599
อ่าน  2,537

1.  มรรคมีองค์แปด  หมายความว่าอย่างไร

2.  เราเจริญมรรคมีองค์แปดอย่างไร

 
  ความคิดเห็นที่ 1  
 
study
วันที่ 21 ธ.ค. 2548

มรรคมีองค์ ๘   หมายความว่า ทางประกอบด้วยธรรม ๘ ประการ  มีสัมมาทิฏฐิ เป็นต้นมรรค หรือ ทาง มีทั้งสัมมามรรค (ทางถูก อริยมรรค) และมิจฉามรรค (ทางผิด) อริยมรรคมีองค์ ๘  เจริญด้วยการศึกษาพระธรรมคำสอนของพระพุทธองค์ แล้วประพฤติปฏิบัติตาม

 
  ความคิดเห็นที่ 2  
 
study
วันที่ 21 ธ.ค. 2548

พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย มหาวารวรรค เล่ม ๕ ภาค ๑  หน้าที่ 7
๒.  อุปัฑฒสูตรความเป็นผู้มีมิตรดี  เป็นพรหมจรรย์

     [๔] ข้าพเจ้าได้สดับมาแล้วอย่างนี้ :-
     สมัยหนึ่ง  พระผู้มีพระภาคเจ้าประทับอยู่ ณ นิคมของชาวสักยะ  ชื่อ  สักกระ  ในแคว้นสักกะของชาวศากยะทั้งหลาย   ครั้งนั้น ท่านพระอานนท์เข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคเจ้าถึงที่ประทับถวายบังคมพระผู้มีพระภาคเจ้าแล้ว นั่ง ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่ง  
     ครั้นแล้ว ได้กราบทูลพระผู้มีพระภาคเจ้าว่า  ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ความเป็นผู้มีมิตรดี มีสหายดี มีเพื่อนดี นี้เป็นกึ่งหนึ่งแห่งพรหมจรรย์เทียวนะ พระเจ้าข้า.
     [๕]  พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสว่า  ดูก่อนอานนท์  เธออย่าได้กล่าวอย่างนั้น  เธออย่าได้กล่าวอย่างนั้น  ก็ความเป็นผู้มีมิตรดี  มีสหายดี  มีเพื่อนดีนี้เป็นพรหมจรรย์ทั้งสิ้นทีเดียว ดูก่อนอานนท์ อันภิกษุผู้มีมิตรดี มีสหายดี  มีเพื่อนดี  พึงหวังข้อนี้ได้ว่า จักเจริญอริยมรรคประกอบด้วยองค์ ๘ จักกระทำให้มากซึ่งอริยมรรคประกอบด้วยองค์  ๘.
     [๖]  ดูก่อนอานนท์  ก็ภิกษุผู้มีมิตรดี  มีสหายดี  มีเพื่อนดี ย่อมเจริญอริยมรรคประกอบด้วยองค์  ๘  ย่อมกระทำให้มากซึ่งอริยมรรคประกอบ ด้วยองค์ ๘  อย่างไรเล่า  ดูก่อนอานนท์  ภิกษุในธรรมวินัยนี้ย่อมเจริญสัมมาทิฏฐิอันอาศัยวิเวก  อาศัยวิราคะ  อาศัยนิโรธ  น้อมไปในการสละ  ย่อมเจริญสัมมาสังกัปปะ. . .  สัมมาวาจา. . .สัมมากัมมันตะ.. .  สัมมาอาชีวะ. . สัมมาวายามะ . . .  สัมมาสติ. . .    สัมสมาธิ....  อันอาศัยวิเวก  อาศัยวิราคะ  อาศัยนิโรธ น้อมไปในการสละ  ดูก่อนอานนท์  ภิกษุผู้มีมิตรดี  มีสหายดี    ฯลฯ

 
  ความคิดเห็นที่ 3  
 
study
วันที่ 21 ธ.ค. 2548

พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย มหาวารวรรค เล่ม ๕ ภาค ๑  หน้าที่ 1
                                       
มัคคสังยุต ๑. อวิชชาสูตร 

ฯลฯ
     [๒]  ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย  อวิชชาเป็นหัวหน้าในการยังอกุศลธรรมให้ถึงพร้อม เกิดร่วมกับความไม่ละอายบาป ความไม่สะดุ้งกลัวบาป ความเห็นผิด ย่อมเกิดมีแก่ผู้ไม่รู้แจ้งประกอบด้วยอวิชชาความดำริผิดย่อมเกิดมีแก่ผู้มีความเห็นผิด เจรจาผิดย่อมเกิดมีแก่ผู้มีความดำริผิด การงานผิด ย่อมเกิดมีแก่ผู้เจรจาผิด การเลี้ยงชีพผิดย่อมเกิดมีแก่ผู้ทำการงานผิด พยายามผิดย่อมเกิดมีแก่ผู้เลี้ยงชีพผิด ระลึกผิดย่อมเกิดมีแก่ผู้พยายามผิด ตั้งใจผิดย่อมเกิดมีแก่ผู้ระลึกผิด.
     [๓]  ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ส่วนวิชชา เป็นหัวหน้าในการยังกุศลธรรมให้ถึงพร้อม เกิดร่วมกับความละอายบาป ความสะดุ้งกลัวบาป ความเห็นชอบ ย่อมเกิดมีแก่ผู้รู้แจ้ง ประกอบด้วยวิชชา  ความดำริชอบย่อมเกิดมีแก่ผู้มีความเห็นชอบ เจรจาชอบย่อมเกิดมีแก่ผู้มีความดำริชอบ การงานชอบย่อมเกิดมีแก่ผู้เจรจาชอบ การเลี้ยงชีพชอบย่อมเกิดมีแก่ผู้ทำการงานชอบ พยายามชอบย่อมเกิดมีแก่ผู้เลี้ยงชีพชอบ ระลึกชอบย่อมเกิดมีแก่ผู้พยายามชอบ ตั้งใจชอบย่อมบังเกิดมีแก่ผู้มีระลึกชอบ.

จบอวิชชาสูตรที่  ๑

 
  ความคิดเห็นที่ 4  
 
จิตและเจตสิก
วันที่ 29 มี.ค. 2559 14:24 น.

สาธุ  ขออนุโมทนา ฯ

 
แสดงความคิดเห็น กรุณาล็อกอินเข้าสู่ระบบ