อดทนที่จะฟังคำจริงต่อไป
 
khampan.a
khampan.a
วันที่  1 มิ.ย. 2560
หมายเลข  28885
อ่าน  909

ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น

สรุปสาระสำคัญ
ของการสนทนาธรรม
ที่แก่งกระจาน คันทรี่ คลับ จ.เพชรบุรี
วันพุธที่ ๓๑ พฤษภาคม  ถึง  วันพฤหัสบดีที่ ๑ มิถุนายน  ๒๕๖๐

---------------------------

~ถ้ามีคนเข้าใจธรรมเพิ่มขึ้น  ก็จะมีคนดีเพิ่มขึ้น

~สิ่งที่มีค่าเหนือสิ่งอื่นใดในสากลจักรวาล ไม่มีอะไรเท่ากับคำของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า แต่ละคำ

~จะเอาความไม่รู้ไปแก้ปัญหาใดๆไม่ได้เลย

~ถ้าเป็นไปเพื่อความติดข้องต้องการเมื่อไหร่   นั่น ไม่ใช่คำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า

~ฟังพระธรรมเพื่อเข้าใจ  เข้าใจเมื่อไหร่ก็ละความไม่เข้าใจเมื่อนั้น  ทุกครั้งที่ฟังก็เพื่อความเข้าใจที่ถูกต้อง

~ความอยาก  ไม่ทำให้ละ     ความอยากเกิดเพราะความไม่รู้

~เพราะความไม่รู้และเพราะเป็นเรา จึงหาหนทางว่าทำอย่างไรจึงจะไม่โกรธ     เพราะทำไม่ได้  ไม่มีอะไรจะไปละกิเลสได้   นอกจากปัญญา

~ใครที่ฟังพระธรรมเข้าใจ ผู้นั้น ได้รับมรดกจากการทรงบำเพ็ญพระบารมีของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าที่ได้ทรงตรัสรู้และทรงแสดงพระธรรมตลอด ๔๕ พรรษา

~ฟังพระธรรม เพื่อปัญญาปรากฏ

~ความเข้าใจธรรม   ทำลายความหวังความต้องการ

~ประมาทกิเลส ไม่ได้

~เมื่อไม่เห็นประโยชน์ของการเข้าใจความจริง  แม้พระสัมมาสัมพุทธเจ้าจะทรงแสดงพระธรรม  ก็ไม่ไปเฝ้าเพื่อฟังพระธรรมจากพระองค์

~ทำลายคำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เมื่อไม่กล่าวคำจริงตามที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแสดง

~คอยให้ปัญญาเกิดเอง  เป็นไปไม่ได้

~อะไรคือสิ่งที่ปัญญาสามารถรู้ได้ในขณะนี้?  สิ่งที่มีจริงๆ ในขณะนี้ ปัญญาสามารถรู้ตามความเป็นจริงได้ว่าเป็นธรรม ไม่ใช่เรา

~พระภิกษุจะทะนุบำรุงพระพุทธศาสนา ด้วยการรับเงินทอง หรือ จะเปิดเผยพระธรรมวินัยว่า พระภิกษุรับเงินทองไม่ได้?  เพราะการรับเงินทองของพระภิกษุ ทำลายพระธรรมวินัย  ไม่ใช่การทะนุบำรุงพระพุทธศาสนา  แต่การกล่าวคำจริง เพื่อประโยชน์แก่ผู้อื่นด้วยความเป็นมิตร หวังดี ที่จะได้เข้าใจอย่างถูกต้อง เป็นการทะนุบำรุงพระพุทธศาสนา

~ไม่รู้ว่าจะตายเมื่อไหร่ จะต้องสิ้นสุดความเป็นบุคคลนี้แน่นอน กลับมาเป็นบุคคลนี้อีกไม่ได้ เหมือนกับชาติก่อนที่ผ่านมา   การมีโอกาสได้ฟังพระธรรม ประเสริฐกว่าการที่จะตายไปโดยไม่ได้ฟังพระธรรมเลย  เพราะไม่ได้ฟังพระธรรม  ความไม่รู้จึงมีเพิ่มมากขึ้น

~อดทนที่จะฟังพระธรรมให้เข้าใจ เพราะธรรม ยาก  ต้องอดทนที่จะฟัง  เมื่อไหร่ นานแค่ไหน ก็อดทนฟัง ทีละคำ จนกว่าจะเข้าใจ

~โรคกาย  ก็น่ากลัว  มีตั้งหลายอย่าง   นับวันก็เพิ่มขึ้น   ทั้งหมดทุกส่วนของร่างกาย ตา หู จมูก ลิ้น อวัยวะต่าง ๆ  แต่โรคใจ(กิเลส) น่ากลัวกว่านั้น  โรคใจใครจะรักษาได้   ผู้เดียวที่เป็นหมอที่รักษาโรคใจนี้ได้ คือ   พระสัมมาสัมพุทธเจ้า

~โรคที่น่ากลัวที่สุด คือ โรคไม่รู้  (อวิชชา)  พอมีโรคไม่รู้  จึงมีโรค(คือกิเลส)อย่างอื่นตามมาหมดเลย  จนถึงทุกวันนี้   นานแสนนานมาแล้วก็ยังเป็นโรคนี้อยู่   ตราบใดที่ยังไม่มียารักษาโรค คือ คำของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า   

~จะเอายาอะไรมารักษาโรคไม่รู้(อวิชชา)?   ก็คือ รู้ (ปัญญา)   จากไม่รู้  ก็เป็นผู้มีความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้อง

~ทุกคำที่ไม่ทำให้เข้าใจความจริง  นั่น ไม่ใช่คำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า

~ต้องอดทนไหมที่จะรู้ว่าพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงเป็นใคร  ใครก็ตามที่มีโอกาสได้ยินได้ฟังคำของพระองค์   รู้เลย พระคุณมหาศาล จากการที่ไม่เคยรู้ ไม่เคยเข้าใจเลย  เป็นการเริ่มรู้ความต่างระหว่างคำของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า กับ คำของคนอื่น

~ช่วยให้คนได้เข้าใจถูก เป็นกุศล เป็นความดี  แต่ถ้าให้เขาเข้าใจผิด ตรงกันข้ามเลย  ทำลายชีวิตเขาทั้งในชาตินี้และในชาติต่อไปด้วย

~อย่าได้ทำลายคำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าด้วยความไม่รู้  เพราะฉะนั้น ผู้ที่เข้าใจความจริง ก็จะอนุเคราะห์ผู้อื่นให้ได้มีความเข้าใจถูกเห็นถูก ที่จะไม่เป็นการทำลายคำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า

~พระธรรมที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแสดง นำไปสู่ความไม่ใช่เรา  เพราะเป็นแต่เพียงสภาพธรรมที่มีจริง แต่ละหนึ่ง เท่านั้น

~เป็นคฤหัสถ์ ก็ฟังธรรม ศึกษาธรรมได้   เจริญกุศลทุกประการได้

~ก่อนบวชก็ต้องเข้าใจธรรม เมื่อบวชแล้วก็มีความจริงใจที่จะดำเนินตามรอยพระบาทของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ที่จะฟังพระธรรม ศึกษาพระธรรมขัดเกลากิเลส และประพฤติตามพระวินัย มิฉะนั้นแล้ว ก็เป็นโทษ

~พระภิกษุ   เป็นโทษมาก ถ้าอาศัยก้อนข้าวของชาวบ้าน แต่ไม่ได้ศึกษาธรรมไม่เข้าใจธรรม ไม่ทำประโยชน์แก่ชาวบ้าน เพราะว่าพระภิกษุจะต้องรู้ว่า เป็นผู้ที่จะต้องทำความดีในเพราะการขอ ซึ่งไม่ใช่ขออย่างขอทาน ไม่ใช่ขออย่างผู้อยากจะได้  แต่ขอเพราะความประพฤติที่แสดงออกทางกาย วาจา และก็มีการศึกษาธรรม ช่วยสังคมด้วยความเข้าใจ   ให้เขาได้เกิดความเข้าใจที่ถูกต้อง   เท่ากับช่วยให้เขาได้พ้นจากความไม่รู้ในชาติก่อนๆ   ซึ่งไม่รู้มานานแสนนาน

~เป็นเรื่องที่จะต้องเข้าใจจริงๆ ว่า   ถ้าไม่สามารถที่จะรักษาพระธรรมวินัยและศึกษาพระธรรม เพราะถ้าไม่เข้าใจธรรม รักษาพระวินัยไม่ได้  ไม่ควรบวช เพราะเหตุว่าเป็นโทษอย่างยิ่ง

~ทั้งบรรพชิตและคฤหัสถ์ เป็นผู้ทำลายพระพุทธศาสนา เมื่อไม่เข้าใจพระธรรมวินัย

~ถ้าเข้าใจผิด ก็คิดผิด พูดผิด

~มีกิเลส แล้วจะดับกิเลสได้อย่างไร ถ้าไม่อาศัยพระธรรมที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแสดง

~ไม่มีปัญญา ดับกิเลสไม่ได้  ไปปฏิบัติผิดๆแล้วคิดว่านั่นเป็นหนทางดับกิเลส  เป็นไปไม่ได้

~เกิดมา ประโยชน์อยู่การมีโอกาสได้ฟังคำจริงที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแสดง

~หวังว่าทุกคนจะมีความเข้าใจที่มั่นคง ถูกต้อง ที่จะแก้ไขการที่ไม่ศึกษาธรรมให้ถูกต้องและประพฤติผิดตามๆกันมา  แก้ได้แค่ไหน ก็แค่นั้น   ไฟกองใหญ่  น้ำนิดหน่อย  ก็ยังสามารถดับส่วนที่เป็นไฟได้  ตามสมควร.


...กราบเท้าบูชาคุณท่านอาจารย์สุจินต์ บริหารวนเขตต์
ที่เคารพยิ่ง

อนุโมทนาในกุศลจิตของทุกๆท่านครับ...


  ความคิดเห็นที่ 1  
 
Mayura
Mayura
วันที่ 1 มิ.ย. 2560 18:28 น.

_/\_ _/\_ _/\_

ขอนอมน้อมต่อพระรัตนตรัย

กราบขอบพระคุณ และอนุโมทนาบุญด้วยค่ะอาจารย์

 

 
  ความคิดเห็นที่ 2  
 
ปาริชาตะ
ปาริชาตะ
วันที่ 1 มิ.ย. 2560 18:36 น.

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาค่ะ 

 
  ความคิดเห็นที่ 3  
 
panasda
วันที่ 1 มิ.ย. 2560 18:48 น.

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาค่ะ 

 
  ความคิดเห็นที่ 4  
 
สิริพรรณ
วันที่ 1 มิ.ย. 2560 19:43 น.

หนทางที่ประเสริฐคือรู้ความจริงที่ดับกิเลสได้เพราะรู้ในสิ่งที่ปรากฏด้วยการฟังความจริงที่พระพุทธองค์ทรงแสดงกล่าวถึงสิ่งที่มีจริงที่มีเดี๋ยวนี้ 

กราบนอบน้อมต่อพระรัตนตรัยด้วยเศียรเกล้า

กราบอนุโมทนาขอบพระคุณในกุศลจิตท่านอาจารย์สุจินต์ บริหารวนเขตต์ ที่เคารพยิ่ง และ คณะวิทยากรทุกท่านด้วยค่ะ

 

 

 

 

 
  ความคิดเห็นที่ 5  
 
nualchan.deesawat
วันที่ 1 มิ.ย. 2560 19:53 น.

รู้สึกซาบซึ้งและเป็นบุญเหลือเกินที่ได้เกิดในเมืองไทยใต้ร่มพระบารมีของในหลวงรัชกาลที่ 9 และได้ฟังธรรมของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ที่ท่านอาจารย์สุจินต์มีเมตตาถ่ายทอดธรรมที่ถูกต้อง เท่านี้ก็มีค่ายิ่งกว่าสิ่งใดๆแล้ว กราบเท้าท่านอาจารย์ด้วยสำนึกในพระคุณและความเมตตาของท่านอย่างสูงค่ะ ยิ่งฟังธรรมที่ท่านบรรยายก็ยิ่งซาบซึ้ง ฟังธรรมออนไลน์และเทปของท่านทุกวันค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 6  
 
peem
วันที่ 1 มิ.ย. 2560 20:44 น.

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาค่ะ 

 
  ความคิดเห็นที่ 7  
 
meenalovechoompoo
meenalovechoompoo
วันที่ 1 มิ.ย. 2560 21:16 น.

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาค่ะ 

 
  ความคิดเห็นที่ 8  
 
napachant
napachant
วันที่ 1 มิ.ย. 2560 21:22 น.

               ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาค่ะ 

 
  ความคิดเห็นที่ 9  
 
JANYAPINPARD
JANYAPINPARD
วันที่ 1 มิ.ย. 2560 21:57 น.

ขออนุโมทนาค่ะ 

 
  ความคิดเห็นที่ 10  
 
ticter
วันที่ 1 มิ.ย. 2560 23:00 น.

สาธุครับ

 
  ความคิดเห็นที่ 11  
 
arin
วันที่ 1 มิ.ย. 2560 23:03 น.

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาครับ 

 
  ความคิดเห็นที่ 12  
 
h_peijen
h_peijen
วันที่ 2 มิ.ย. 2560 06:59 น.

กราบอนุโมทนาค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 13  
 
siraya
วันที่ 2 มิ.ย. 2560 08:27 น.

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาค่ะ 

 
  ความคิดเห็นที่ 14  
 
tanrat
tanrat
วันที่ 2 มิ.ย. 2560 10:44 น.

กราบอนุโมทนาในกุศลจิตของทุกท่านค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 15  
 
worrasak
worrasak
วันที่ 2 มิ.ย. 2560 15:43 น.

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาครับ 

 
  ความคิดเห็นที่ 16  
 
p.methanawingmai
p.methanawingmai
วันที่ 2 มิ.ย. 2560 16:00 น.

กราบอนุโมทนาค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 17  
 
kukeart
kukeart
วันที่ 2 มิ.ย. 2560 16:40 น.

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาครับ 

 
  ความคิดเห็นที่ 18  
 
มกร
วันที่ 2 มิ.ย. 2560 18:01 น.

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาค่ะ 

 
  ความคิดเห็นที่ 19  
 
thilda
thilda
วันที่ 2 มิ.ย. 2560 23:18 น.

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาค่ะ 

 
  ความคิดเห็นที่ 20  
 
ํํญาณินทร์
ํํญาณินทร์
วันที่ 3 มิ.ย. 2560 21:49 น.

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาครับ 

 
  ความคิดเห็นที่ 21  
 
ประสาน
วันที่ 4 มิ.ย. 2560 05:33 น.

การศึกษาพระธรรมต้องเป็นผู้ละเอียด ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาครับ 

 
  ความคิดเห็นที่ 22  
 
j.jim
j.jim
วันที่ 4 มิ.ย. 2560 07:38 น.

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาค่ะ 

 
  ความคิดเห็นที่ 23  
 
tong9999
tong9999
วันที่ 4 มิ.ย. 2560 11:24 น.

ขอบพระคุณ และขอกราบอนุโมทนาค่ะ 

 
  ความคิดเห็นที่ 24  
 
kullawat
วันที่ 5 มิ.ย. 2560 11:32 น.

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาค่ะ 

 
แสดงความคิดเห็น กรุณาล็อกอินเข้าสู่ระบบ