Print 
บันเทิงในธรรมที่หาดใหญ่
 
kanchana.c
kanchana.c
วันที่  26 มิ.ย. 2558
หมายเลข  26696
อ่าน  910

บันเทิงในธรรม...ที่บ้านธัมมะหาดใหญ่

    เพราะทุกคนต้องการฟังความจริงจากผู้รู้จริง คุณโก๋ พนิดา มิตรปวงชน และหลานสาว น้องซีล ผู้เห็นประโยชน์ของการรู้ความจริง ต้องการให้ผู้สนใจได้ร่วมฟังและถามปัญหาต่างๆ ด้วยตนเอง จึงได้เรียนเชิญท่านอาจารย์สุจินต์ บริหารวนเขตต์ ประธานมูลนิธิศึกษาและเผยแพร่พระพุทธศาสนาและวิทยากรไปร่วมสนทนาธรรมกับผู้สนใจในภาคใต้ ที่โรงแรมเอเซียน หาดใหญ่ ในวันที่ 23 – 25 มิถุนายน 2558 ซึ่งมีสมาชิกชมรมบ้านธัมมะจากกรุงเทพ ฯ ร่วมเดินทางไปด้วยหลายสิบคน ทั้งทางอากาศด้วยสายการบิน 3 สาย ทั้งทางบกด้วยรถไฟ รถตู้ และอื่นๆ แม้ปัจจุบันจะมีสื่อต่างๆ ที่สามารถฟังความจริงได้ตลอดเวลา แต่พวกเราที่ยังหนาแน่นด้วยกิเลส ก็ยังอยากติดตามไปฟังความจริงจากผู้รู้จริงแบบสดๆ เพราะได้อรรถรสมากกว่ากัน (และได้ท่องเที่ยวเปลี่ยนบรรยากาศเป็นของแถมด้วย บางท่านเอาแต่ของแถมก็มี)

     เมื่อถึงสนามบินหาดใหญ่ มีบางคณะถึงก่อนไปคอยรับท่านอาจารย์แล้ว เราไปถึงเป็นคณะที่ ๒ จึงรอรับท่านด้วย ได้พบสมาชิกชมรมบ้านธัมมะหาดใหญ่หลายคนที่คุ้นหน้าดีตั้งแต่ปีที่แล้ว นอกจากคุณโก๋ น้องซีล ผู้จัด (น้องซีลเปลี่ยนไป เพราะปีนี้ตัดผมสั้น ที่จำได้ไม่ใช่เพราะความจำดี แต่เพราะไปดูกระทู้เก่าที่เขียนไว้เองเรื่อง “บ้านธัมมะหลังใหม่ ที่หาดใหญ่”) ยังได้พบกับคุณชลธี – คุณสุคันธรส (น้อง) ภู่ชลธี ซึ่งเป็นผู้จัดร่วมกับคุณโก๋ เมื่อปีก่อน และยังมีสมาชิกหน้าใหม่หลายท่านที่มาพร้อมพวงมาลัยดอกไม้ มีสุภาพสตรีท่านหนึ่งมาพร้อมบุตรสาวน่ารักวัยประมาณ 5 ขวบ แต่งชุดเหมือนคุณแม่ คิดเองว่า คุณแม่มาฟังธรรมก็เลยพาลูกสาวมาด้วย มาทราบภายหลังว่า คุณปานและน้องหยิงจิ้ง (ถูกไหมคะ ภาษาจีนกลาง แปลว่า สงบจนเปี่ยมล้น) ตั้งใจมาฟังธรรมะทั้งแม่และลูก น้องหยิงจิ้งคุยธรรมะได้ และยังมีน้องแบงค์ เด็กชายที่มาฟังธรรมพร้อมกับคุณแม่นงนุชด้วย ทำให้นึกถึงเด็กชายนามและเด็กหญิงแจ๊ปที่เวียดนามที่สนใจฟังธรรมตั้งแต่เด็กเช่นกัน คิดเดาเอาเองว่าสหายธรรมหลายท่านที่สิ้นชีวิตไปแล้ว คงได้เกิดใหม่เป็นเด็กๆเหล่านี้ เพราะได้สะสมความเข้าใจธรรมะมาแล้ว จึงสนใจศึกษาตั้งแต่รู้ความและมีพ่อแม่ศึกษาธรรมะเป็นแบบอย่างด้วย

     การสนทนาธรรมที่หาดใหญ่เป็นไปอย่างเข้มข้น เพราะมีผู้ถามปัญหาหลากหลาย มีสาระมาก ฟังแล้วเข้าใจเพิ่มขึ้น บางเรื่องฟังแล้วก็ปีติที่เห็นว่า หลายท่านอายุยังน้อย แต่เข้าใจธรรมะมาก แม้จะเพิ่งฟังได้ไม่นาน (ในชาตินี้ แต่แน่นอนที่ต้องสะสมมาแล้วจากอดีต ไม่มีอะไรเกิดขึ้นลอยๆ โดยไม่มีเหตุ) เช่น คุณจันทร์เม็ด (ถูกไหมคะ ฟังได้ยินอย่างนั้น) เธอเข้าใจธรรมะดีและเป็นผู้ชักชวนเพื่อนๆ ให้มาฟังธรรมะจากท่านอาจารย์ด้วย รายละเอียดน้องวันชัย ภู่งาม คงถอดเป็นตัวหนังสือในกระทู้ “ณ กาลครั้งหนึ่งที่หาดใหญ่” ตกลงกันว่า เรื่องธรรมะ คุณวันชัยจะเขียนเอง ส่วนพี่แดงจะเล่าเรื่องทั่วๆไปตามประสาผู้หาสาระได้บ้าง ไม่ได้บ้าง (ความจริงไม่มีพี่แดง หรือน้องวันชัย หรือใคร มีแต่ธรรมะที่เกิดดับทำกิจของตน และตามความเป็นจริงขณะใดเป็นกุศล ขณะนั้นมีสาระ ขณะใดเป็นอกุศล ขณะนั้นไม่มีสาระ)

     นั่งฟังธรรมะอยู่ด้านหลัง จึงได้เห็นผู้คนทยอยเข้ามาฟังเรื่อยๆ ทั้งเด็ก ผู้ใหญ่ บางกลุ่มมาทั้งครอบครัว คือ คุณแม่คุณพวง มาพร้อมทั้งลูกสาว ลูกชาย พี่สาวน้องซุง จันทนา ส่องแสงจินดา คุณสามแท่น คุณช้างและน้องจิรัฐ จิระนคร ที่เคยได้ยินแต่เสียงทางโทรศัพท์ วันนี้ได้เห็นตัวจริง น้องน่ารักมาก ทราบภายหลังว่า บางคนเดินทางมาจากจังหวัดอื่นๆ มาจากเบตงก็มี ถามคุณโก๋ว่า ทำอย่างไรจึงมีคนมาฟังมาก เธอบอกว่า ติดป้ายไวนิลประกาศไว้ที่หน้าบ้าน มีคนผ่านมาถาม และอาศัยประกาศทางเว็บไซต์มูลนิธิและจากสถานีวิทยุหลังจากการบรรยายธรรมะของมูลนิธิ ทำให้เกิดปีติว่า พระธรรมยังไม่อันตรธานจากความเข้าใจในเร็ววัน เพราะยังมีคนต้องการเข้าใจพระธรรมด้วยการฟังคำจริง เพราะรู้ว่าคำจริงทั้งหมด ไม่ว่าใครเป็นผู้กล่าว ล้วนเป็นคำของพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าทั้งสิ้น

     เพราะหลงยึดถือว่า ทุกอย่างเป็นเรา ไม่เกิดดับ ทำให้ติดข้อง แม้แต่สิ่งที่ดับไปนานกว่า 40 ปีแล้ว ก็ยังคิดว่าเป็นเราเคยไปหาดสมิหรา ที่สงขลา เมื่อปี 2516 ได้ถ่ายภาพกับนางเงือก มีเกาะหนู เกาะแมวเป็นฉากหลัง อยากไปดูอีกครั้ง เมื่อสนทนาธรรมวันที่สองจบในภาคบ่าย เวลา 16.30 จึงเรียนเชิญท่านอาจารย์และคณะนั่งรถตู้ไปหาดสมิหรา ซึ่งใช้เวลาเดินทางเกือบชั่วโมง เห็นว่าระยะทางห่างจากหาดใหญ่ประมาณ 35 กม. แต่ก็ใช้เวลานานกว่าที่คาด เมื่อไปถึงก็ไม่ผิดหวัง มีคนเข้าคิวยาวรอถ่ายภาพกับนางเงือกซึ่งถูกจับต้องจนมันวับ เกาะหนู เกาะแมวก็ยังอยู่เหมือนเดิม (ตัวเท่าเดิม ไม่โตตามกาลเวลาด้วย) ได้เดินเล่นบนหาดทราย และไปสนทนาธรรมที่ร้านอาหารริมหาด (จำชื่อร้านไม่ได้ แต่ยังติดข้องกับรสอาหารเพราะว่า อร่อยทุกอย่าง แม้จะจำรสนั้นๆไม่ได้แล้ว และไม่ได้ยินได้ฟังธรรมะด้วย เพราะมัวแต่รับประทานอาหาร อีกกลุ่มที่ไม่รับประทานก็สนทนาธรรม) คุณน้องบอกว่า วันนี้สมปรารถนาที่รอคอยมานานปีกว่า เธออยากให้เพื่อนๆของเธอได้สนทนาและถามปัญหาโดยตรงกับท่านอาจารย์ ช่างเป็นกัลยาณมิตรของเพื่อนจริงๆ ไม่มีอะไรมีค่ามากเท่ากับการได้เข้าใจพระธรรมอีกแล้ว เป็นของขวัญล้ำค่าที่มิตรมอบให้มิตรเท่านั้น ขออนุโมทนาคุณชลธีและคุณน้องอีกครั้งค่ะ

     วันสุดท้ายของการสนทนาธรรมมีผู้ฟังถามปัญหามากอย่างเคย ท่านอาจารย์เปิดโอกาสให้ผู้ฟังเล่าประสบการณ์ของท่านเอง ผู้ฟังบางคนอาจคิดว่าไม่มีประโยชน์ แต่ท่านอาจารย์บอกว่า นี่คือชีวิตจริงๆ ที่เกิดขึ้นตามเหตุปัจจัยและการสะสมของแต่ละคน แต่ละชีวิตก็เป็นแต่ละหนึ่ง ไม่ต้องไปหาอ่านที่ไหน ในพระไตรปิฎกก็เป็นเรื่องของแต่ละบุคคลในอดีตที่ไม่ซ้ำกันเลย ซึ่งชีวิตของผู้เล่าในวันนั้นน่าสนใจมาก ท่านอาจารย์กล่าวปิดการสนทนาธรรมว่า ท่านปลื้มปีติทุกครั้งที่ทราบว่า มีผู้เข้าใจธรรมะ ดิฉันก็เช่นกันค่ะ ฟังท่านกล่าวแล้วน้ำตาคลอ แม้ตัวเองจะยังไม่ค่อยเข้าใจก็ตาม แต่อย่างน้อยก็ทราบว่า ทางนี้เป็นทางถูก คือ ฟังธรรมะให้เข้าใจ จนมีพระธรรมเป็นที่พึ่งได้เมื่อรู้ว่า ทุกอย่างที่เกิดขึ้นนั้นไม่ใช่เรา ไม่ใช่ตัวตน ไม่ใช่สัตว์ บุคคล เกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย แล้วก็ดับไปทันที ไม่กลับมาอีกด้วย ที่เรียกวา เป็นธรรมะ เมื่อเข้าใจอย่างนี้ก็ละคลายความไม่เข้าใจ แล้วความเข้าใจก็ทำกิจละคลายตัวตนและกิเลสในที่สุด

     กราบขอบพระคุณและอนุโมทนาท่านอาจารย์ผู้อุทิศตนเพื่อช่วยให้คนอื่นได้เข้าใจพระธรรม แม้จะต้องกล่าวบ่อยๆ ซ้ำๆ เนืองๆ เพราะพระธรรมนั้นลึกซึ้งและยากจะเข้าใจ ฟังแล้วก็ลืม ฟังเท่าไรขณะนี้ก็ยังไม่เป็นธรรมะเสียที ยังเป็นเราตลอดเวลา แสดงว่ายังฟังและพิจารณาธรรมะไม่มากพอนั่นเอง

     ขอบคุณและอนุโมทนาคุณโก๋ พนิดา มิตรปวงชน (นามสกุลเหมาะสมจริงๆ เพราะเธอเป็นมิตรกับปวงชน จึงได้จัดการสนทนาธรรมเมื่อปีก่อน  ปีนี้และครั้งต่อไปในเดือนมีนาคม ปี 59) น้องซีล คุณชลธี คุณน้อง คุณอุ่น ผู้ดูแลการลงทะเบียน หนังสือ แผ่นซีดี จัดหาเก้าอี้นั่งให้ผู้ฟัง และสหายธรรมที่ร่วมทำให้การเดินทางไกลอันแสนกันดารในสังสารวัฏสั้นลง ด้วยการเจริญกุศลที่ประกอบด้วยปัญญา ความเข้าใจถูกในลักษณะของสภาพธรรมะที่กำลังปรากฏเดี๋ยวนี้ 


  ความคิดเห็นที่ 1  
 
orawan.c
orawan.c
วันที่ 26 มิ.ย. 2558 16:44 น.

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 2  
 
ปวีร์
วันที่ 26 มิ.ย. 2558 19:08 น.

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาครับ

 
  ความคิดเห็นที่ 3  
 
peem
วันที่ 26 มิ.ย. 2558 19:18 น.

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 4  
 
c_seubwong
c_seubwong
วันที่ 26 มิ.ย. 2558 20:41 น.

ขออนุโมทนาค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 5  
 
AmAm
AmAm
วันที่ 26 มิ.ย. 2558 20:49 น.

ขอขอบพระคุณพี่แดง ในความอุตสาหะ นำเอาเรื่องราวท่านอาจารย์และธรรมมาฝาก อ่านเพื่อสะสมกุศลกรรมให้ยิ่งๆขึ้น

ขออนุโมทนา

 
  ความคิดเห็นที่ 6  
 
tanrat
tanrat
วันที่ 26 มิ.ย. 2558 21:56 น.

กราบอนุโมทนาในกุศลจิตของทุกท่านค่ะ สาธุค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 7  
 
thilda
thilda
วันที่ 26 มิ.ย. 2558 23:31 น.

ขอบพระคุณและขออนุโมทนาค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 8  
 
ชลธี-หาดใหญ่
ชลธี-หาดใหญ่
วันที่ 27 มิ.ย. 2558 08:50 น.

ขออนุโมทนาครับ ติดตามอ่านพี่แดงมาเสมอ อ่านสนุกและมั่นคงในธรรมขึ้นทุกครั้งที่ได้อ่าน แต่ขอแก้ไขข้อมูลสำคัญเล็กน้อยครับ ผมและคุณน้องครั้งนี้เป็นเพียงผู้ร่วมสนทนาธรรม ต้องขออนุโมทนากับคุณโก๋(พนิดา มิตรปวงชน),คุณซีล,คุณจิรัฐที่จัดสนทนาธรรมในครั้งนี   ขออนุโมทนาครับ

 
  ความคิดเห็นที่ 9  
 
chatchai.k
วันที่ 27 มิ.ย. 2558 09:00 น.

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาครับ

 
  ความคิดเห็นที่ 10  
 
j.jim
j.jim
วันที่ 27 มิ.ย. 2558 09:54 น.

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 11  
 
ms.pimpaka
ms.pimpaka
วันที่ 27 มิ.ย. 2558 10:57 น.

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 12  
 
khampan.a
khampan.a
วันที่ 27 มิ.ย. 2558 12:28 น.

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาครับ

 
  ความคิดเห็นที่ 13  
 
papon
papon
วันที่ 28 มิ.ย. 2558 20:53 น.

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาครับ

 
  ความคิดเห็นที่ 14  
 
napachant
napachant
วันที่ 3 ก.ค. 2558 11:38 น.

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 15  
 
jirat wen
jirat wen
วันที่ 7 ก.ค. 2558 14:38 น.

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาครับ

 
เขียนความคิดเห็น กรุณาล็อกอินเข้าสู่ระบบ