Print 
สนทนาธรรมที่ไซ่ง่อน [เห็นก็คิดแล้วค่ะ] ตอน ๔
 
เมตตา
เมตตา
วันที่  15 ม.ค. 2558
หมายเลข  26043
อ่าน  815

     ในชีวิตประจำวันหลังเห็น หลังได้ยิน...  ก็คิดไปในเรื่องราวต่างๆ มากมาย  ไกลออกไป

จากความจริงที่กำลังปรากฏขณะสั้นๆ แล้วหมดไป เกิดแล้วหมดไปอยู่ตลอดเวลา  เราก็จะ

หลงอยู่กับสิ่งต่างๆ ที่ไม่มีจริง     หลงในสิ่งที่ไม่จริงแล้วก็ติดข้อง  เมื่อไม่ได้สิ่งที่ติดข้องก็

ขุ่นเคืองใจ

   

    ระหว่างสนทนาธรรมที่ไซ่ง่อน พวกเราพักอยู่ที่โรงแรมเดียวกันทั้งหมด แต่อยู่คนละชั้น

กัน มีอยู่วันหนึ่งได้เข้าลิฟต์เพื่อไปสนทนาธรรมที่ชั้นสอง ในลิฟต์มีท่านอาจารย์ คุณน้าจิ๊ด

คุณน้าหลิน อ.สงบ   จำไม่ได้ว่าพี่แดงอยู่ด้วยหรือเปล่า (สัญญาจำทำกิจ จำไม่ได้)  และก็

ดิฉันได้ลงมาพร้อมกัน     คุณน้าจิ๊ดใส่เสื้อสวยงามมาก  มีลายปักเป็นนกหลายตัวเต็มเสื้อ   

อ.สงบก็พูดขึ้นว่า นกบินออกมาเยอะแยะเลย    ดิฉันเองเมื่อได้ยินก็พูดว่าแค่เห็นนกที่เสื้อ

แล้วก็คิดออกไปไกลเลย คิดถึงนกบินออกมาเยอะเยะ (เรื่องราวที่คิดก็ช่างวิจิตรมาก กำลัง

มีนกบินออกมาอย่างเริงร่า)    ท่านอาจารย์สุจินต์กล่าวว่า เห็นก็คิดแล้วค่ะ  (ไม่ต้องคิดว่า

คิดถึงนกบินออก   แค่เห็นก็คิดแล้วทันทีอย่างรวดเร็ว)  ท่านเกื้อกูลให้เข้าใจธรรมในขณะ

นั้น  ธรรมที่กำลังปรากฏเกิดขึ้นแล้วดับไป  ไม่มี แล้วมี แล้วหามีไม่    เหลือไว้แต่ความติด

ข้อง  เพราะความไม่รู้เห็น ได้ยิน...ตามความเป็นจริง ก็เหลืออกุศลไว้สะสมอยู่ในจิตต่อไป

ทุกวันๆ  จะรู้ธรรมก็ต้องศึกษาธรรมที่กำลังมีอยู่ขณะนี้  จะไปนั่งหลับตาก็ไม่สามารถเข้าใจ

ธรรมขณะที่กำลังฟังได้  ทั้งๆ ขณะที่ฟังธรรม  พิจารณาธรรมตามที่ได้ฟังก็เข้าใจ   แต่พอ

ออกจากห้องสนทนาธรรมก็หลงลืมอีกแล้ว   ทำให้นึกถึงคำที่ท่านพร่ำเตือน ฟังแล้วฟังอีก

เรื่องสิ่งที่มีจริงที่กำลังปรากฏทางตา ทางหู ทางจมูก ทางลิ้น ทางกาย   และใจ      ความ

เข้าใจสามารถรู้ตรงลักษณะสภาพธรรมได้   แต่เพราะความเข้าใจยังน้อยมากจึงต้องฟังๆๆ

ให้เข้าใจความจริง  เพราะความไม่รู้จึงเห็นเป็นนกแล้วก็คิดต่อเป็นเรื่องราวยาวออกไป นก

บินออกจากเสื้อคุณน้าจิ๊ด  เพราะความไม่รู้ว่าเป็นเพียงสิ่งที่ปรากฏให้เห็นได้ ก็ยึดในสิ่งที่

เพียงปรากฏแล้วดับไปสืบต่อกันอย่างรวดเร็ว เห็นเป็นนิมิต อนุพยัญชนะ  เป็นนก เป็นคน

เป็นสิ่งต่างๆ มากมาย    จริงๆ แล้วไม่มีนกเลยที่เสื้อคุณน้าจิ๊ด  เพียงหนึ่งขณะที่เห็น  เห็น

เพียงสิ่งที่ปรากฏทางตาเท่านั้น  ฟังให้เข้าใจความจริงที่กำลังปรากฏเพื่อสักวันหนึ่งความ

เข้าใจนั้นเองทำหน้าที่เข้าถึงตัวจริงของธรรม    ไม่หลงลืมที่จะเข้าใจสิ่งที่มีจริง และอะไร

ไม่จริง

     ท่านคอยเตือนให้ศิษย์ฟังธรรมบ่อยๆ เนืองๆ อย่าขาดการฟังพระธรรม เพราะการฟังสิ่ง

ที่มีจริงที่กำลังปรากฏ แม้เป็นเรื่องราวของธรรม แต่ก็ส่องให้เข้าใจถึงตัวจริงของธรรม  อบ

รมความเข้าใจถูกเห็นถูกในสิ่งที่มีจริงที่กำลังปรากฏในชีวิตประจำวัน   เมื่อความเข้าใจมั่น

คงขึ้น สักวันหนึ่งความเข้าใจย่อมสามารถเริ่มเข้าใจลักษณะสภาพธรรมที่กำลังปรากฏจน

สติเกิดระลึกรู้ตรงลักษณะสภาพธรรมได้   แต่กว่าจะถึงวันนั้น ไม่ง่าย และไม่เร็วเลย  แต่ก็

จะอดทนอบรมต่อไป เพราะเป็นหนทางเดียวที่จะรู้ความจริงได้  ความไม่รู้มีมากทำให้ชีวิต

ประจำวัน  หลงลืมสติเกือบตลอดเวลา  แต่ด้วยเพราะได้ฟังธรรมเรื่องตา หู จมูก ลิ้น กาย

และใจ บ่อยๆ     บางขณะก็เป็นโอกาสของความเข้าใจสิ่งที่มีจริง  อะไรไม่จริง   คิดมีจริง

เรื่องราวไม่มีจริง นกไม่มีจริง เพียงชั่วขณะเห็น เห็นเพียงสิ่งที่ปรากฏทางตา จะเป็นนกได้

อย่างไร  แต่เพราะการเกิดดับสืบต่อของจิตอย่างรวดเร็ว  ทันทีที่เห็นก็คิดแล้วเป็นนกแล้ว

แม้จะยังไม่ได้คิดไปยาวว่านกบินออกไปมากมาย    ความเข้าใจที่ค่อยๆ อบรมแล้วเท่านั้น

ที่จะค่อยๆ เข้าใกล้สิ่งที่มีจริงที่กำลังปรากฏ ท่านอาจารย์เคยกล่าวว่า "ขณะนี้ทุกคนกำลัง

คิด"  เป็นเช่นนั้นจริงๆ  ธรรมลึกซึ้งรู้ตามได้ยาก  แค่เข้าใจตามก็ยังยากมาก   ฟังคำท่าน

อาจารย์ไว้ ฟังไว้ ฟังไว้ เข้าใจไหม?  ไม่คิดไปทำอย่างอื่น ไม่หันหลังให้ความจริงที่กำลัง

เผชิญอยู่ตรงหน้า    อบรมความเข้าใจถูก ในสิ่งที่กำลังปรากฏ ในชีวิตประจำวันตามปกติ

หลังเห็น ก็คือคิดทันทีในสิ่งที่ปรากฏ    เมื่ออบรมความเข้าใจ แทนที่จะเห็นแล้วคิด ก็เริ่ม

พิจารณาเข้าใจสภาพธรรมที่กำลังปรากฏ เริ่มเข้าใกล้ลักษณะสภาพธรรม

 

พระสุตตันตปิฎก มัชฌิมนิกาย อุปริปัณณาสก์ เล่ม ๓ ภาค ๒ - หน้าที่ 210

๑. ภัทเทกรัตตสูตร

.............................

[๕๒๗] พระผู้มีพระภาคเจ้าจึงได้ตรัสดังนี้ว่า

บุคคลไม่ควรคำนึงถึงสิ่งที่ล่วงแล้ว

ไม่ควรมุ่งหวังสิ่งที่ยังไม่มาถึง

สิ่งใดล่วงไปแล้ว สิ่งนั้นก็เป็นอันละไปแล้ว

 และสิ่งที่ยังไม่มาถึงก็เป็นอันยังไม่ถึง

ก็บุคคลใดเห็นแจ้งธรรมปัจจุบันไม่ง่อนแง่น

ไม่คลอนแคลนในธรรมนั้น ๆ ได้

บุคคลนั้นพึงเจริญธรรมนั้นเนือง ๆ ให้ปรุโปร่งเถิด

พึงทำความเพียรเสียในวันนี้แหละ

ใครเล่าจะรู้ความตายในวันพรุ่ง เพราะว่า

ความผัดเพี้ยนกับมัจจุราชผู้มีเสนาใหญ่นั้น

ย่อมไม่มีแก่เราทั้งหลาย

พระมุนีผู้สงบย่อมเรียกบุคคลผู้มีปกติอยู่อย่างนี้

มีความเพียรไม่เกียจคร้านทั้งกลางวันและกลางคืน

นั้นแลว่า ผู้มีราตรีหนึ่งเจริญ.


  ความคิดเห็นที่ 1  
 
เมตตา
เมตตา
วันที่ 15 ม.ค. 2558 11:42 น.

ขอเชิญคลิกอ่านเพิ่มเติมจากอรรถกถาค่ะ...

อรรถกถาภัทเทกรัตตสูตร

..................................................

     จิตเห็นขณะนี้เกิดขึ้นตั้งอยู่เพียงชั่วขณะ แล้วดับไป   จิตแต่ละขณะที่เกิดขึ้นและดับ

ไปมีอายุเพียง ๓ อนุขณะ คือ  อุปาทขณะ ขณะเกิด   ถีติขณะ ขณะตั้งอยู่  และภังคขณะ

ขณะดับไป   สำหรับรูปธรรมนั้นมีอายุเท่ากับจิตเกิดดับ ๑๗ ขณะ   ดังนั้นจิตเห็นเกิดขึ้น

เห็นสิ่งที่เพียงปรากฏทางตา วาระหนึ่งทางจักขุทวาร สิ่งที่ปรากฏทางตาก็ดับ  ธรรมนั้น

ละเอียดลึกซึ้ง รู้ตามได้ยาก  หากไม่มีการตรัสรู้ของพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า  ก็ไม่มี

ใครสามารถจะรู้ความจริงของสิ่งที่มีจริงได้เลย ทรงแสดงจิตแต่ละขณะที่เกิดขึ้นแล้วดับ

ไป  ไม่หวนกลับมาเกิดใหม่   สิ่งที่ดับไปแล้วก็ดับไปแล้ว หาสาระอะไรไม่ได้  ควรหรือที่

จะคำนึงถึง สิ่งที่ยังไม่เกิดก็ไม่สามารถรู้ได้  แต่สิ่งที่ควรคำนึงถึงก็คือ ขณะที่เกิดขึ้นของ

สภาพธรรม...      ท่านอาจารย์สุจินต์จึงพร่ำสอนตลอด กว่า ๖๐ ปี ด้วยความอดทนที่จะ

สนทนาธรรมเพื่อศิษย์ได้เข้าใจความจริงของสิ่งที่กำลังปรากฏ

 

      ก่อนจบตอนที่ ๓ นี้      ขอกราบเท้าบูชาคุณ คล้ายวันเกิดท่านอาจารย์สุจินต์ 13

มกราคม 2558 ซึ่งครั้งหนึ่งได้มีโอกาสได้ฟังสิ่งซึ่งหาฟังได้ยากมาก  ท่านกล่าวว่า ท่าน

ไม่ต้องการให้ศิษย์จัดงานวันเกิดให้ ท่านไม่ต้องการอะไรทั้งนั้นนอกจากให้พวกเราจริงใจ

ที่จะทำความดี  เป็นคนดี ท่านก็พอใจแล้ว   ในสมัยพุทธกาลท่านพระสารีบุตร  ท่านพระ

อานนท์...   ไม่มีงานวันเกิดกัน

        กราบเท้า บูชาพระคุณท่านอาจารย์สุจินต์ บริหารวนเขตต์ ด้วยความ

เคารพอย่างยิ่งค่ะ.

 

* ตอนที่ ๕ อาจจะล่าช้าไปบ้างนะคะเพราะจะต้องเตรียมตัวไปหัวหิน นัดกับพี่จู (พี่กุสุมา)

ไว้    เพราะพี่จูเชิญชาวเวียดนามร่วม ๑๐ ท่าน หลังจบการสนทนาที่แก่งกระจานครั้งแรก

ให้มาพักผ่อนที่หัวหิน   จนถึงวันจันทร์ที่ ๑๙   ก็จะเดินทางไปทั้งหมด ต่อไปแก่งกระจาน

เพื่อสนทนาธรรมต่อครั้งที่สองค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 2  
 
paderm
paderm
วันที่ 15 ม.ค. 2558 12:22 น.

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาครับ พี่เมตตา

 
  ความคิดเห็นที่ 3  
 
peem
วันที่ 15 ม.ค. 2558 15:04 น.

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 4  
 
วันชัย๒๕๐๔
วันชัย๒๕๐๔
วันที่ 15 ม.ค. 2558 15:41 น.

อ่านดีมากๆครับ

ขอบพระคุณและขออนุโมทนาในกุศลวิริยะของพี่เมตตาด้วยครับ

 
  ความคิดเห็นที่ 5  
 
Noparat
วันที่ 15 ม.ค. 2558 17:08 น.

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาค่ะ...พี่เมตตา

 
  ความคิดเห็นที่ 6  
 
khampan.a
khampan.a
วันที่ 15 ม.ค. 2558 21:03 น.

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาครับ...พี่เมตตาครับ

 
  ความคิดเห็นที่ 7  
 
Boonyavee
วันที่ 15 ม.ค. 2558 23:34 น.

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 8  
 
siraya
วันที่ 16 ม.ค. 2558 10:39 น.

ขอบพระคุณและขออนุโมทนาค่ะ  พี่เมตตา

 
  ความคิดเห็นที่ 9  
 
ผู้ร่วมเดินทาง
ผู้ร่วมเดินทาง
วันที่ 16 ม.ค. 2558 12:27 น.

ขอบพระคุณและขออนุโมทนาพี่เมตตาและทุก ๆ ท่านด้วยครับ

 
  ความคิดเห็นที่ 10  
 
papon
papon
วันที่ 16 ม.ค. 2558 12:48 น.

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาครับ

 
  ความคิดเห็นที่ 11  
 
chvj
วันที่ 17 ม.ค. 2558 08:26 น.

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาครับ

 
  ความคิดเห็นที่ 12  
 
Jans
Jans
วันที่ 19 ม.ค. 2558 07:24 น.

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 13  
 
j.jim
j.jim
วันที่ 19 ม.ค. 2558 12:45 น.

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 14  
 
raynu.p
วันที่ 20 ม.ค. 2558 14:24 น.

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาค่ะ

 

 
  ความคิดเห็นที่ 15  
 
ch.
ch.
วันที่ 24 ม.ค. 2558 08:25 น.

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาครับ

 
  ความคิดเห็นที่ 16  
 
wirat.k
wirat.k
วันที่ 24 ม.ค. 2558 19:56 น.

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาครับ

 
  ความคิดเห็นที่ 17  
 
Haruethai Boonya
วันที่ 25 ม.ค. 2558 21:51 น.

ขอบพระคุณแลขออนุโมทนาค่ะ

 
เขียนความคิดเห็น กรุณาล็อกอินเข้าสู่ระบบ