Print 
ทุคติภูมิ
 
วิริยะ
วันที่  17 ก.พ. 2555
หมายเลข  20568
อ่าน  6,415

เรียนถาม

ทุคติภูมิ 4 ซึ่งมี นรก สัตว์เดียรัจฉาน เปรต และอสุรกาย นั้น ดิฉันอยากทราบว่าทั้ง 4 นั้น มีระดับสูงต่ำกว่ากันหรือไม่อย่างไร หรือว่า เมื่อเป็นทุคติภูมิแล้ว ย่อมเหมือน ๆ กันหมด ดิฉันคิดว่า ผู้ที่เกิดในนรก น่าจะทุกข์ทรมานที่สุด แต่ผู้ที่เกิดเป็นสัตว์ เป็นเปรต และเป็นอสุรกายนั้น ดิฉันไม่แน่ใจค่ะ


  ความคิดเห็นที่ 1  
 
paderm
paderm
วันที่ 17 ก.พ. 2555 10:49 น.

ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น

     สำหรับทุคติ 4 หรือ อบายภูมิ 4 โดยความหมายแล้ว ที่ชื่อว่า ทุคติ เพราะเป็นที่เกิดที่แล่นไปอันนำมาซึ่งทุกข์ จึงชื่อว่าทุคติ     ที่ชื่อว่าอบายภูมิ เพราะ เป็นภูมิที่เกิดซึ่งไม่นำมาซึ่งความเจริญในภพภูมินั้นเลย นี่คือ ความหมายของ อบายภูมิ 4 และทุคติ 4 ครับ

     ดังนั้นทั้ง 4 ภูมิ เหมือนกันตรงที่เป็นทุคติ คือ เป็นภพภูมิที่นำมาซึ่งทุกข์ทั้ง 4 ภูมิเหมือนกัน แต่แตกต่างตรงความหนักเบาของความทุกข์และแตกต่างตามระดับของอกุศลกรรมที่ให้ผลในภพภูมินั้นๆครับ

     สำหรับการเกิดเป็นสัตว์ อบายภูมิ 4  หรือ ทุคติภูมิ 4  นั้นเป็นผลของอกุศลกรรมที่ได้ทำไว้ให้ผลครับซึ่งอกุศลกรรมที่ทำนั้น   ก็มีระดับกำลังของอกุศลกรรมที่แตกต่างกันไป   ทำให้เกิดในอบายภูมิ 4 แตกต่างกันไปตามระดับอกุศลกรรมครับ ซึ่งภพภูมิในอบายภูมิ ที่ ประกอบด้วย นรก สัตว์เดรัจฉาน อสุรกายและเปรต นั้น  นรก เป็นภพภูมิที่เกิดจากอกุศลกรรมที่มีกำลังกว่า สัตว์เดรัจฉาน เรียงต่อมา ก็คือ เปรต และต่อด้วยอสุรกาย     ดังนั้นเมื่อเรียงตามความหนักเบาของอกุศลกรรม และความหนักเบาของภพภูมินั้น    ก็เป็นดังนี้ครับ คือ นรก สัตว์เดรัจฉาน เปรตและอสุรกาย 

ขออนุโมทนา

 
  ความคิดเห็นที่ 2  
 
วิริยะ
วันที่ 17 ก.พ. 2555 11:20 น.

เรียนถาม

ทำไมจึงเป็นเปรตเท่านั้น ที่อนุโมทนาในกุศลที่เราอุทิศให้  อสุรกาย และ สัตว์เดรัจฉานอยู่ดีกว่าเปรต แต่อนุโมทนาไม่ได้ สำหรับผู้ที่อยู่ในนรก พอเข้าใจได้ว่า ทุกข์ทรมานเกินกว่าจะมีจิตอนุโมทนา

 
  ความคิดเห็นที่ 3  
 
paderm
paderm
วันที่ 17 ก.พ. 2555 11:21 น.

เรียนความเห็นที่ 2 ครับ

     เปรตเป็นภพภูมิพิเศษ ที่สามารถล่วงรู้ในกุศลที่ญาติอุทิศให้ แม้ไม่ต้องบอก ให้ได้ยินกับตัวเอง   แม้ญาติอุทิศ    แม้อยู่กันคนละภพภูทมิก็สามารถล่วงรู้ได้และหากเกิดจิตอนุโมทนาก็เป็นกุศลของเปรตที่เกิดขึ้น ไม่ใช่กุศลของญาติ เมื่อ กุศลของเปรตเกิดขึ้นกับเปรตเองที่อนุโมทนา จึงทำให้ผลของกุศล อำนวยผลให้ได้อาหารบ้าง หรือ เปลี่ยนภพภูมิ ไปเกิดในภพภูมิที่ดีได้ เพราะผลของการอนุโมทนานั้นครับ

     ส่วน สัตว์นรก อสุรกายและสัตว์เดเรัจฉาน ไม่สามารถล่วงรู้ในสิ่งที่ผู้อื่นกล่าวอุทิศให้ จึงทำให้ไม่สามารถอนุโมทนาเพราะไม่รู้ในกุศลที่ญาติอุทิศครับ ดังนั้น เปรตจึงเป็นภพภูมิพิเศษที่สามารถล่วงรู้ในบุญที่ญาติอุทิศให้ครับ ซึ่งเรื่องของภพภูมิเป็นเรื่องที่มีความวิจิตรมาก ซึ่งแสดงโดยพระปัญญาของพระพุทธเจ้า ซึ่งเราก็พอที่จะสามารถเข้าใจได้ในเหตุผลระดับหนึ่ง ครับ

ขออนุโมทนา

 
  ความคิดเห็นที่ 4  
 
วิริยะ
วันที่ 17 ก.พ. 2555 11:57 น.

เรียนถาม

ระดับของจิต และที่เกิดของสัตว์โลก ย่อมสัมพันธ์กันอย่างแน่นอนใช่มั้ยคะ และเรื่องของภพภูมิที่กล่าวว่ามีความวิจิตรมาก นั้น เกี่ยวข้องกับกรรมซึ่งเป็นเรื่องที่รู้ไม่ได้และรู้ไม่หมด

ขอบพระคุณอย่างสูง

 
  ความคิดเห็นที่ 5  
 
paderm
paderm
วันที่ 17 ก.พ. 2555 12:11 น.

เรียนความเห็นที่ 4 ครับ

     ถูกต้องครับ ระดับของจิตและที่เกิดของสัตว์โลก ย่อมมีความสัมพันธ์กันครับ  ระดับจิตที่เป็นกามาวจร ก็เกิดในกามาวจรภูมิ มีมนุษย์ อบายภูมิ เทวดา เป็นต้น แต่จะไม่เกิดในพรหมโลก ที่ต้องเป็นจิตระดับ รูปวาวจร ครับ ดังนั้น กุศลกรรมที่นำผลให้เกิด ที่มีระดับจิตต่างๆกัน ทำให้เกิดในภพภูมที่ต่างๆกันไป ครับ ถูกต้องครับ ส่วนภพภูมิที่วิจิตร เพราะกรรมวิจิตร เราจึงไม่สามารถรู้ได้ละเอียดทั้งหมด นอกจากพระพุทธเจ้า ครับ

 
  ความคิดเห็นที่ 6  
 
khampan.a
khampan.a
วันที่ 17 ก.พ. 2555 12:41 น.

ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น     

     อกุศลกรรมบถทั้งหลาย มีการฆ่าสัตว์ ลักทรัพย์ เป็นต้น เป็นเหตุให้ไปเกิดในทุคติ ซึ่งเป็นภูมิที่ไปไม่ดี มีแต่เป็นที่นำมาซึ่งความทุกข์ทรมานต่าง ๆ  มีนรก เป็นต้น เท่านั้น ตามความหนักเบาของอกุศลกรรมที่ได้กระทำไว้      

     ไม่ควรจะเป็นผู้วางใจว่าจะไม่มีวันจะไปสู่อบายภูมิ   เพราะเหตุว่าผู้ที่จะพ้นจากอบายภูมิได้นั้น คือผู้ที่รู้แจ้งอริยสัจจธรรมเป็นพระโสดาบันบุคคล เพราะฉะนั้น ตราบใดที่ยังไม่มีปัญญาถึงขั้นที่จะทำให้รู้แจ้งอริยสัจจธรรม ก็ยังมีโอกาสที่จะไปสู่อบายภูมิได้ ถ้าไปเกิดในอบายภูมิแล้ว ย่อมมีแต่ความทุกข์ทรมาน ไม่มีโอกาสที่จะเจริญกุศลประการต่าง ๆ ไม่มีโอกาสได้อบรมเจริญปัญญาด้วย  ซึ่งจะเป็นผู้ประมาทไม่ได้เลยทีเดียว ชาตินี้ ได้เกิดมาเป็นมนุษย์   ถ้าประมาทมัวเมา  ไม่ตั้งอยู่ในกุศลธรรม  ชาติต่อไปอาจจะไปสู่ที่ต่ำยิ่งกว่ามนุษย์ คือ  ทุคติภูมิ ก็เป็นได้  และที่สำคัญ ทุคติภูมิ เป็นภูมิที่ไปได้โดยง่ายมากทีเดียว  

     เพราะฉะนั้น เมื่อได้เกิดมาเป็นมนุษย์ (ซึ่งเป็นสุคติภูมิ ไม่ใช่ทุคติภูมิ) แล้ว จึงไม่ควรที่จะประมาท   ที่ขาดไม่ได้เลย ก็คือ การฟังพระธรรม ศึกษาพระธรรม อบรมเจริญปัญญาสะสมความเข้าใจถูกเห็นถูกไปตามลำดับ เพราะเหตุว่าความเข้าใจถูกเห็นถูกนี้เอง จะเกื้อกูลให้ความประพฤติทางกาย ทางวาจา และทางใจในชีวิตประจำวันดำเนินไปในทางที่ดีงามยิ่งขึ้น อันจะเป็นเครื่องรักษาให้ออกห่างจากการตกไปสู่ภูมิที่ต่ำได้ ครับ.                            

..ขออนุโมทนาในกุศลจิตของทุก ๆ ท่านครับ...

 
  ความคิดเห็นที่ 7  
 
jaturong
วันที่ 17 ก.พ. 2555 14:58 น.

ขอบคุณ และขออนุโมทนาครับ

 
  ความคิดเห็นที่ 8  
 
วิริยะ
วันที่ 17 ก.พ. 2555 16:59 น.

ขอบพระคุณอาจารย์ทั้งสองท่านและขออนุโมทนาค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 9  
 
เซจาน้อย
วันที่ 17 ก.พ. 2555 17:53 น.

 ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น

ขอบคุณ และขออนุโมทนาครับ

 

 
  ความคิดเห็นที่ 10  
 
ที่พึ่งที่ระลึก
วันที่ 17 ก.พ. 2555 18:31 น.

ขอเรียนถามเพิ่มเติมครับ ตามความเห็นที่ 1 ที่กล่าวว่า

      "เมื่อเรียงตามความหนักเบาของอกุศลกรรม และความหนักเบาของภพภูมินั้น  ก็เป็นดังนี้ครับ คือ นรก สัตว์เดรัจฉาน เปรตและอสุรกาย" ซึ่งเคยได้ยินว่าสัตว์ที่จะเกิดในนรกเพราะโทสะ  สัตว์ที่เกิดเป็นเดรัจฉานเพราะโมหะ    สัตว์ที่เกิดเป็นเปรตเพราะโลภะ   เป็นความเข้าใจที่ถูกหรือไม่  ถ้าเรียงตามความหนักเบาของอกุศลกรรม  สรุปคือโทสะมีอกุศลกรรมหนักที่สุด  และโมหะมีอกุศลกรรมรองลงมา  ส่วนโลภะมีอกุศลกรรมน้อยที่สุด จึงขอให้อธิบายเพิ่มเติมเพื่อความรู้ความเข้าใจถูกครับ 

อนุโมนาครับ

 
  ความคิดเห็นที่ 12  
 
paderm
paderm
วันที่ 17 ก.พ. 2555 20:03 น.

เรียนความเห็นที่ 10 ครับ

     สัตวที่เกิดในอบายภูมิเกิดด้วยผลของอกุศลกรรม ถ้ามีกำลังมาก ก็ไปนรก มีกำลังน้อยกว่า ก็ไล่เรียงกันมา แต่ไม่ได้มุ่งเจาะจงเฉพาะเจตสิกใดที่ทำให้เกิดในอบายภูมิประเภทนั้นครับ เพียงแต่ว่า ที่กล่าวถึง โทสะ กับ นรก เพราะเมื่อเกิดในนรก มากไปด้วยโทสะ เพราะเจ็บปวด ทรมาน เกิดโทสะได้บ่อยและเยอะ เปรต มากไปด้วยโลภะ  เพราะเมื่อเกิดเป็นเปรต มักหิวกระหาย อยากที่จะทานอาหาร เป็นต้น สัตว์เดรัจฉานมากไปด้วย ความไม่รู้ โมหะ เพราะสัตว์เดรัจฉาน มากไปด้วยความไม่รู้ นั่นเองครับ

ขออนุโมทนา

 
  ความคิดเห็นที่ 13  
 
pat_jesty
วันที่ 17 ก.พ. 2555 21:45 น.

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 14  
 
ที่พึ่งที่ระลึก
วันที่ 20 ก.พ. 2555 17:01 น.

ขอบคุณครับ อนุโมทนาครับ

 
  ความคิดเห็นที่ 15  
 
orawan.c
orawan.c
วันที่ 2 ธ.ค. 2556 11:33 น.

ขอบคุณ และขออนุโมทนาค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 16  
 
ใหญ่ราชบุรี
ใหญ่ราชบุรี
วันที่ 20 ก.ย. 2558 19:02 น.

สาธุ อนุโมทนาค่ะ

 
เขียนความคิดเห็น กรุณาล็อกอินเข้าสู่ระบบ