Loading...
  018758  ศีลข้อ 1
guy
วันที่ 17 ก.ค. 2554 20:42 น.
อ่าน 1,233
 
 

การที่เราไปแนะนำให้คนอื่นถ่ายพยาธิจะเป็นเรื่องบาปไหมครับ(ยาถ่ายปัจจุบันฆ่าหมด)

หรือว่าต้องมาชั่งน้ำหนักระหว่างการช่วยเหลือคนกับการฆ่าพยาธิ

หรือทำเป็นไม่สนใจเรื่องนี้จนกว่ามันเบียดเบียนมากจนต้องทำ

ช่วยให้คำแนะนำด้วยครับ   ขอบคุณมากครับ

 



  ความคิดเห็นที่ 1  
paderm
วันที่ 17 ก.ค. 2554 21:00 น.
 

                  ขอนอบน้อมแด่พระรัตนตรัย

     บาปไม่บาป สำคัญที่เจตนาเป็นสำคัญครับ การถ่ายพยาธิ หากมีเจตนาที่จะป้องกัน

ไมได้มีเจตนาฆ่า นั่นก็ไม่บาปครับ    แต่ถ้ารู้ว่ายานั้นทานแล้ว พยาธิต้องตายและก็ทาน

จะด้วยเหตุผลอะไรก็ตาม เพื่อรักษาชีวิตตัวเอง หรือ ผู้อื่น   แต่ก็รู้ว่าสัตว์นั้นมีชีวิต มีจิต

คิดจะฆ่า และสุดท้ายก็สัตว์นั้นตายลงเ กรรมนั้นก็สำเร็จ เป็นปาณาติบาต เป็นบาป เป็น

อกุศลกรรมแล้วครับ     ดังนั้นพระธรรมจึงไม่ใช่เรื่องของการชั่งน้ำหนัก สิ่งนี้กับสิ่งนี้ แต่

พระธรรมเป็นเรื่องตรง อกุศลย่อมเป็นอกุศล ไม่เปลี่ยนแปลงลักษณะ    ไปตามเหตุผล

ข้ออ้างเรื่องหนึ่งเรื่องใดเลยครับ เพราะสภาพจิตในขณะนั้นไม่เปลี่ยนแปลง   พระธรรม

ที่พระพุทธเจ้าทรงแสดง   ในเรื่องศีล ว่า   ศีลมีที่สุดเพราะทรัพย์ คือ บางบุคคลก็ล่วง

ศีลได้เพราะเหตุแห่งทรัพย์ก็มี แต่บางบุคคลไม่ล่วงศีลแพราะทรัพย์ แต่เพราะเหตุแห่ง

ญาติ หรือ เพื่อน เช่น รักษาเพื่อน หรือ ญาติของตนก็ยอมล่วงศีล บางบุคคล เหตุแห่ง

ทรัพย์ และญาติพี่น้องไม่ยอมล่วงศีล แต่เพราะเหตุแห่งการเสียอวัยวะ เพื่อรักษาอวัยวะ

ของตนก็ยอมล่วงศีล   แต่บางบุคคลเพราะเหตุตามที่กล่าวมาทั้งหมดก็ไม่ยอมล่วงศีล

แต่เพราะเหตุแห่งชีวิตของตนก็ยอมล่วงศีลครับ   จะเห็นได้ว่าทุกอย่างเป็นไปตามเหตุ

ปัจจัย เมื่อมีเหตุปัจจัยก็ล่วงศีลได้   ตราบใดที่ยังไม่ใช่พระโสดาบันครับ ซึ่งตัวอย่างใน

พระไตรปิฎกก็มีแสดงถึง   บางบุคคลที่ยอมเสียชีวิตเพื่อรักษาศีล ไม่ยอมล่วงศีลก็มีครับ

เพราะท่านเห็นประโยชน์ของกุศลธรรมสำคัญกว่าชีวิตของตน   เพราะการเกิดและตาย

เป็นของธรรมดา แต่การรักษา สิ่งที่ดี ที่จะสะสมเป็นอุปนิสัยและนำมาซึ่งประโยชน์และ

ความสุขและการบรรลุได้ สำคัญกว่าครับ

 
  

  ความคิดเห็นที่ 2  
paderm
วันที่ 17 ก.ค. 2554 21:01 น.
 

   ดังนั้นการที่เราไปแนะนำ ทั้งๆที่รู้อยู่ว่า ยาถ่ายพยาธินั้น เป็นยาฆ่าพยาธิ เจตนารักษา

ญาติ หรือ เพื่อน อย่างไรก็ตาม แต่ก็รู้อยู่ว่ายานั้นทำให้พยาธิต้องตาย การแนะนำก็เท่า

กับว่า เป็นการชักชวน เป็นการบอกกล่าวด้วยวาจา   ให้ผู้อื่นมีการทานยาให้พยาธิตาย

นั่นเอง  ก็มีเจตนาฆ่าในขณะนั้นในการบอกกล่าวทางวาจาครับ ก็เป็นบาปแน่นอน ล่วง

ศีลข้อที่ 1 ได้ครับ

   ที่สำคัญทุกอย่างสามารถแก้ไขและหลีกเลี่ยงได้ถ้ามีปัญญา พิจารณาตามความเป็น

จริง  ดังนั้นแม้ในเรื่อง ศีล ข้อที่ 1 หากเป็นผู้เห็นโทษของอกุศลกรรมที่จะต้องทำจริงๆ

ก็เป็นผู้ที่จะใช้วิธิที่เหมาะสมโดยไม่ฆ่าสัตว์ก็ได้ครับ  อย่างเช่น ในกรณีเรื่องการแนะนำ

ในการถ่ายพยาธิ ก็ไม่จำเป็นที่จะต้องทานยาแผนปัจจุบัน ซึ่งมีฤทธิ์ยาฆ่าพยาธิ ที่ไม่ใช่

แค่ถ่าย แต่ก็ใช้วิธิที่ไม่ฆ่า โดยไม่ทานยาฆ่าพยาธิ แต่ใช้การทานสิ่งอื่นที่เป็นยาระบาย

ถ่ายพยาธิเท่านั้น ซึ่งขณะนั้นไม่ได้มีเจตนาฆ่า แต่เจตนาเพื่อนำพยาธิออกจากร่างกาย

เท่านั้นครับ เพราะก็รู้อยู่ว่า การทานสิ่งนี้   ไม่ทำให้พยาธิตายและก็เป็นเพียงการทำให้

พยาธิออกมาจากร่างกายเท่านั้น

    ผมก็ขอแนะนำ สมุนไพรที่เป็นยาที่ระบาย ถ่ายพยาธิ แต่ไม่เป็นการฆ่าพยาธิ เหมือน

ยาแผนปัจจุบันที่ผู้ถามบออกว่าฆ่าพยาธิไม่ใช่ถ่ายพยาธิครับ   สมุนไพร ของไทยนี่เอง

ที่จะช่วยรักษาโรคต่างๆมากมาย ถ้ารู้จักศึกษาและใช้ให้เหมาะสม    อันเป็นแพทย์ทาง

เลือกที่ดีมาก ไม่มีผลข้างเคียง กับร่างกาย มี ตับ เป็นต้นครับ    ต่างกับยาแผนปัจจุบัน

ที่มีอันตรายต่อร่างกาย มีตับ และ ไต เป็นต้นครับ การใช้สมุนไพรอย่างถูกวิธิไม่ใช่เพียง

ช่วยรักษาโรค แต่ก็ช่วยป้องกันไม่ให้โรคร้ายเกิดขึ้นด้วยครับ    สมุนไพรที่ผมแนะนำใน

การถ่ายพยาธิ ไม่ทำร้ายพยาธิให้ตาย เช่น เมล็ดฟักทอง มะขาม ใบของต้นแก้ว จะเห็น

ครับว่า   หาง่ายและไม่มีผลข้างเคียงกับร่างกายและรักษาโรค รวมทั้งบำรุงร่างกายด้วย

ครับ วิธีทำยาถ่ายพยาธิก็มีดังนี้ครับ

 
  

  ความคิดเห็นที่ 3  
paderm
วันที่ 17 ก.ค. 2554 22:28 น.
 

ใบและก้านต้นแก้ว

                         รับประทานขับพยาธิตัวตืด แก้บิด แก้ท้องเสีย

- ใช้ก้านและใบสด 10-15 กรัม ต้มกับน้ำ 2 ถ้วยแก้ว เคี่ยวให้เหลือ 1 ถ้วยแก้ว รับ

ประทานวันละ 2 ครั้ง หลังอาหารเช้า-เย็น

------------------------------------------------------------------------

         เมล็ดฟักทอง
         

วิธีใช้ : เนื้อในเมล็ด(50 เมล็ด)บดให้ละเอียด เติมน้ำเชื่อมเล็ก

น้อย เติมน้ำให้ได้ ๒ ถ้วย แบ่งกิน ๒ - ๓ ครั้ง ห่างกัน ๒ ชั่วโมง

แล้วกินดีเกลือตามหลัง ๒ ชั่วโมง (ถ่ายพยาธิตัวตืด)


----------------------------------------------------------------------------

            มะขาม        

        

ส่วนที่ใช้ : เมล็ดในกระเทาะเปลือก

ขนาด : ๒๐ - ๒๕ เมล็ด

วิธีใช้ : เอาเมล็ดมาต้มกับน้ำใส่เกลือเล็กน้อย กินครั้งเดียวให้หมด

(ถ่ายพยาธิตัวกลม, เส้นด้าย)

----------------------------------------------

ขอขอบพระคุณ เวป samunpraithaiherb มา ณที่นี้ครับ

หวังว่าคงเป็นประโยชน์กับผู้ถามและท่านอื่นๆ

ที่จะแนะนำวิธีที่จะไม่เป็นการฆ่าสัตว์นะครับ

ขออนุโมทนา

อุทิศกุศลให้สรรพสัตว์

 
  

  ความคิดเห็นที่ 4  
icenakub
วันที่ 18 ก.ค. 2554 00:38 น.
 

สุดยอดเลยครับ 

อนุโมทนาครับ

 
  

  ความคิดเห็นที่ 5  
สมศรี
วันที่ 18 ก.ค. 2554 11:57 น.
 
สาธุ ขอบคุณและอนุโมทนาค่ะ
 
  

  ความคิดเห็นที่ 6  
aditap
วันที่ 18 ก.ค. 2554 14:58 น.
 
ขอบคุณ และขออนุโมทนาครับ
 
  

  ความคิดเห็นที่ 7  
khampan.a
วันที่ 18 ก.ค. 2554 19:27 น.
 

        ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น

    สัตว์โลกผู้ที่ได้เกิดมามีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดำเนินไปในแต่ละวัน ๆ นั้น    คงไม่มีใคร

อยากจะถูกคนอื่นฆ่า แม้ว่าจะเป็นสัตว์เล็กสัตว์น้อยก็ตาม    (หรือแม้กระทั่งการถูกเบียด
  
เบียน ไม่ถึงกับสิ้นชีวิต ก็ไม่ปรารถนา)  
 แต่ว่า เวลาที่บุคคลหนึ่งบุคคลใด จะฆ่าบุคคล

อื่น   ซึ่งต้องเป็นด้วยอำนาจของกุศลจิตที่มีกำลัง   ทำให้ลืมคิดถึงบุคคลหรือสัตว์ที่จะ

ถูกฆ่าว่า        บุคคลหรือสัตว์นั้นย่อมไม่มีความปรารถนาที่จะถูกฆ่าเลยไม่ว่าจะเป็นสัตว์

ประเภทใด ๆ ก็ตาม   นี่เป็นความจริง ดังนั้น  ตนเองรักสุข เกลียดทุกข์ ฉันใด  สัตว์อื่น 

ก็รักสุขเกลียดทุกข์ ฉันนั้น    จึงไม่ควรฆ่า   ไม่ควรเบียดเบียนซึ่งกันและกัน  ข้อนี้ลืมไม่

ได้เลยทีเดียว     

         และอีกประการหนึ่งที่ควรจะพิจารณา คือ การฆ่าสัตว์  ไม่ว่าจะเป็นใครทำ ก็เป็น

กุศลกรรมทั้งสิ้น    ก็เป็นบาป   เป็นกุศลกรรมเหมือนกันหมด   ไม่มีการยกเว้น
      ผู้

ที่ประกอบกุศลกรรมอย่างนี้      กล่าวได้ว่าเป็นคนพาล          ภพภูมิข้างหน้าของผู้ที่

ประกอบกุศลกรรม   ก็คือ อบายภูมิ    ซึ่งจะเห็นได้ว่าการไปสู่อบายภูมิของคนพาลทั้ง

หลาย นั้น      ยากที่จะพ้นไปได้  คือ จากอบายภูมิ  ก็กลับไปสู่อบายภูมิอีก  โอกาสของ

การสร้างกุศล(ความดี)มีน้อยมาก      ส่วนใหญ่ก็มีแต่การประกอบกุศลกรรม   ยิ่งทำให้

ตนเองตกต่ำลงไปเรื่อยๆ

     เพราะฉะนั้นแล้ว  จึงไม่ควรเป็นคนพาล       แต่ควรอย่างยิ่งที่จะเป็นบัณฑิต  สร้าง

ความเจริญให้กับชีวิตของตนเอง     ด้วยการสะสมกุศล     และ ละเว้นจากความชั่วโดย

ประการทั้งปวง พร้อมทั้งอาศัยพระธรรมคำสอนที่พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงแสดง ด้วยการ

ฟังการศึกษาอบรมเจริญปัญญา สะสมความเข้าใจถูก เห็นถูก เพื่อเป็นที่พึ่งในภายหน้า
 
จนกว่าจะบรรลุถึงความเป็นผู้หมดจดจากกิเลสได้ในที่สุด  ข้อที่ควรพิจารณาเป็นอย่าง

ยิ่ง คือ  ไม่พึงทำความชั่วโดยประการทั้งปวง ครับ

     ขอบพระคุณคุณผเดิม ที่นอกจากจะให้ความเข้าใจธรรมแล้ว ยังแนะนำยาสมุนไพร

ด้วย   และขออนุโมทนาในกุศลจิตของทุก ๆ ท่านครับ.

 
  

  ความคิดเห็นที่ 8  
ธนฤทธิ์
วันที่ 18 ก.ค. 2554 20:54 น.
 
ขอบคุณและขออนุโมทนาครับ
 
  

  ความคิดเห็นที่ 9  
guy
วันที่ 18 ก.ค. 2554 21:01 น.
 

 ขอบคุณมากครับ   ขออนุโมทนากับคำตอบทุกท่านที่ตรง ชัดเจน  ทำให้ผมเข้าใจมากขึ้น

(โดยตั้งเจตนาใหม่ไม่ให้เป็นอกุศลและไม่ประกอบอกุศล)

                           ขอขอบคุณอีกครั้งครับ

  

 
  

  ความคิดเห็นที่ 10  
พรรณี
วันที่ 19 ก.ค. 2554 04:30 น.
 

ขออนุโมทนาค่ะ

อ่านแล้วทำให้เห็นถึงความสำคัญของศีลข้อปาณาติบาต ว่าไม่ควรประมาท ธรรมะเป็น

เรื่องตรงกุศลย่อมเป็นกุศล อกุศลจะเป็นกุศลไม่ได้   และขอบคุณที่คุณ Paderm ยังให้

ตำราสมุนไพร ฝากไว้อีกด้วยค่ะ ไม่เคยทราบเลยว่าต้นแก้วใช้ทำเป็นยาถ่ายพยาธิได้ด้วย

 
  

  ความคิดเห็นที่ 11  
pamali
วันที่ 19 ก.ค. 2554 08:49 น.
 
ขอบพระคุณและขออนุโมทนาค่ะ
 
  

  ความคิดเห็นที่ 12  
wannee.s
วันที่ 19 ก.ค. 2554 16:06 น.
 

ปุถุชนผู้หนาแน่นด้วยกิเลส    มีเหตุมีปัจจัย   ก็สามารถล่วงศีลได้    แต่ผู้มีปัญญาจะ

ไม่ทำอกุศล   ไม่ว่าจะเพื่อตัวเอง   หรือ   เพื่อผู้อื่นก็ตาม    ในพระไตรปิฏกมีแสดงไว้

เช่น   แม่ของเขาป่วย     มีคนบอกว่าให้เอากระต่ายมาทำเป็นยารักษาโรค    ลูกชาย

จับกระต่ายได้   เขาก็ฆ่ากระต่ายไม่ลง    เขาปล่อยกระต่ายไป    แม่เขาก็หายป่วยค่ะ

 
  

แสดงความคิดเห็น
กรุณาล็อกอินเข้าสู่ระบบ ... คลิกที่นี่
keyword keyword : -

Back to Top