Print 
น้ำปานะ(น้ำอัฏฐบาน ) [ มหาวรรค]
 
JANYAPINPARD
JANYAPINPARD
วันที่  30 พ.ย. 2552
หมายเลข  14383
อ่าน  4,460
                    พระวินัยปิฎก มหาวรรค เล่ม ๕ ภาค ๒ - หน้าที่ 152

                                       พระพุทธานุญาตน้ำอัฏฐบาน            ลำดับนั้น    พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงทำธรรมีกถา    ในเพราะเหตุเป็นเค้ามูลนั้นในเพราะเหตุแรกเกิดนั้น  แล้วตรัสอนุญาตแก่ภิกษุทั้งหลายว่า  ดูก่อนภิกษุทั้งหลายเราอนุญาตน้ำปานะ   ๘  ชนิด  คือ  น้ำปานะทำด้วยผลมะม่วง  ๑น้ำปานะทำด้วยผลหว้า  ๑    น้ำปานะทำด้วยผลกล้วยมีเมล็ด  ๑     น้ำปานะทำด้วยผลกล้วยไม่มีเมล็ด  ๑    น้ำปานะทำด้วยผลมะซาง  ๑   น้ำปานะทำด้วยผลจันทน์หรือองุ่น  ๑    น้ำปานะทำด้วยเง่าบัว  ๑  น้ำปานะทำด้วยผลมะปรางหรือลิ้นจี่ ๑.           ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย      เราอนุญาตน้ำผลไม้ทุกชนิด    เว้นน้ำต้มเมล็ดข้าวเปลือก.

          
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย      เราอนุญาตน้ำใบไม้ทุกชนิด  เว้นน้ำผักดอง.           ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย      เราอนุญาตน้ำดอกไม้ทุกชนิด        เว้นน้ำดอกมะซาง.           ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย    เราอนุญาตน้ำอ้อยสด.

                               
คำอธิบายจากอรรถกถา

  
  สาลุกปานะ   นั้น ได้แก่  น้ำปานะที่เขาคั้นเง่าอุบลแดงและอุบลเขียวเป็นต้นทำ.    ผารุสกปานะ   นั้น     ได้แก่   น้ำปานะที่ทำด้วยผลมะปราง  อย่างอัมพปานะ.อัฏฐบานเหล่านี้   เย็นก็ดี   สุกด้วยแสงอาทิตย์ก็ดี  ย่อมควร. สุกด้วยไฟไม่ควร.


            ด้วยพระบาลีว่า    ฐเปตฺวา    ธญฺญผลรสํ     นี้      ธัญญชาติ  ๗  ชนิดเป็นอันห้ามแล้วว่า  ไม่ควรในปัจฉาภัต.   มหาผล  ๙  อย่าง   คือ  ผลตาล   ผลมะพร้าว   ผลขนุน   ผลสาเก    น้ำเต้า    ฟักเขียว    แตงไท   แตงโม   ฟักทองเป็นอันทรงห้าม      และอปรัณณชาติทุกชนิด    มีคติอย่างธัญญชาติเหมือนกัน.มหาผลและอปรัณณชาตินั้น     ไม่ได้ทรงห้ามไว้ก็จริง    ถึงกระนั้น   ย่อมเข้ากับสิ่งที่เป็นอกัปปิยะ;   เพราะเหตุนั้น   จึงไม่ควรในปัจฉาภัต.           น้ำปานะ ๘  อย่าง    ทรงอนุญาตไว้     น้ำปานะแห่งผลไม้เล็กมี   หวายมะชาม  มะงั่ว  มะขวิด  สะคร้อ   และเล็บเหยี่ยว   เป็นต้น    มีคติอย่างอฏัฐบานแท้  น้ำปานะแห่งผลไม้เหล่านั้น    ไม่ได้ทรงอนุญาตไว้ก็จริง.  ถึงกระนั้น   ย่อมเข้ากับสิ่งที่เป็นกัปปิยะ;   เพราะฉะนั้น   จึงควร.           ในกุรุนทีแก้ว่า    จริงอยู่       เว้นรสแห่งเมล็ดข้าวกับทั้งสิ่งที่อนุโลมเสียแล้ว     ขึ้นชื่อว่าน้ำผลไม้อื่น   ที่ไม่ควร    ย่อมไม่มี    น้ำผลไม้ทุกชนิดเป็นยามกาลิกแท้.


  ความคิดเห็นที่ 1  
 
ํํญาณินทร์
ํํญาณินทร์
วันที่ 9 ก.ค. 2559 21:27 น.

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาครับ 

 
  ความคิดเห็นที่ 2  
 
kullawat
วันที่ 22 เม.ย. 2560 14:51 น.

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาค่ะ 

 
  ความคิดเห็นที่ 3  
 
อนุโมทนา
อนุโมทนา
วันที่ 5 ก.ค. 2560 19:44 น.

อนุโมทนา คะ

 
  ความคิดเห็นที่ 4  
 
ខន្តី
ខន្តី
วันที่ 12 มิ.ย. 2561 21:36 น.

สาธุ สาธุ สาธุ ดีมาก ๆ

 
เขียนความคิดเห็น กรุณาล็อกอินเข้าสู่ระบบ