Loading...
 10460   อาชีพพ่อค้าแม่ค้า
เกมส์
วันที่ 20 พ.ย. 2551
อ่าน 6,214
 
 

อาชีพพ่อค้าแม่ค้า มักจะโดนรังเกียจจากคนในสังคม

คำว่าพ่อค้าแม่ค้า สามารถใช้มาเป็นคำด่าได้

อย่างเช่น "อ่อ เป็นพ่อค้านี่เอง"  "อย่ามาทำนิสัยพ่อค้านะ"

"พ่อค้าก็งี้แหละ"   "นึกว่าทำอะไร ที่แท้ก็ค้าขายไปวันๆ"

อยากทราบว่ามีพระพุทธพจน์กล่าวถึงความไม่ดีของพ่อค้าแม่ค้าอย่างไรบ้างครับ

ผมจะได้พิจารณาว่าผมสมควรจะเลิกอาชีพนี้ดีหรือเปล่า

เพราะว่าอยู่ในสังคมแล้วรู้สึกว่าเป็นที่รังเกียจ

ทั้งๆที่ยังไม่เคยติดต่อค้าขายกันเลยด้วยซ้ำ ก็ตัดสินกันจากอาชีพเสียแล้ว

ช่วยทีครับ กำลังเครียด

ขอนอบน้อมแด่พระรัตนตรัย

 

  ความคิดเห็นที่ 1  
pornpaon
วันที่ 20 พ.ย. 2551
 

ความคิดเห็นส่วนตัว

ไม่ว่าใคร ทำอาชีพอะไร ล้วนมีโอกาสได้รับการยกย่องหรือถูกดูหมิ่นได้ทั้งนั้น

ต่อให้เป็นครูอาจารย์ แพทย์ พยาบาล ตำรวจ ทหาร นักธุรกิจ นักวิชาการ ฯลฯ

คุณเป็นพ่อค้า  หากค้าขายโดยสุจริต จะใส่ใจกับคำพูดของคนอื่นไปทำไม

..............................

ในสมัยพุทธกาล พระอริยบุคคลหลายท่านก็ดำรงเพศคฤหัสถ์ และเป็นพ่อค้า

ลองคลิกอ่านดูนะคะ

องค์คุณของพ่อค้ากับของภิกษุ [ปฐมปาปณิกสูตร]

ท่านอนาถบิณทิกเศรษฐีได้เป็นพระอริยบุคคลหมายความว่าอย่างไร

มีคำสอนเกี่ยวกับเรื่องพ่อค้าแม่ค้าอย่างไรบ้างคะ

สุข ทุกข์ อยู่ที่เราคิดเอง

อาชีพ...หากทำโดยสุจริต  ไม่สำคัญเลยว่าคนอื่นจะพูดจะว่าอย่างไร

สำคัญที่เราต่างหาก ว่าพูด คิด และ ทำ อะไร อย่างไร

 
  

  ความคิดเห็นที่ 2  
JANYAPINPARD
JANYAPINPARD
วันที่ 21 พ.ย. 2551
 

 อาชีพค้าขายเป็นอาชีพสุจริตเว้นอาชีพ...การค้าขายศัสตรา ๑   การค้าขายสัตว์ ๑          การค้าขายเนื้อสัตว์ ๑  การค้าขายน้ำเมา ๑    การค้าขายยาพิษ ๑

...หากสังคมจะรังเกียจก็ตรงทุจริต เช่น..การโกงน้ำหนัก  นำสินค้าไม่ดี ไม่มีคุณภาพมาหลอกขายว่าดี มีคุณภาพ เป็นต้นนิสัยดีหรือไม่ดี..ที่ทำให้ถูกด่าหรือว่า..เป็นพฤติกรรมส่วนตัวไม่เกี่ยวกับอาชีพคะหากจะเลิกควรเลิกเพราะขาดทุนหรือไม่มีกำไรแต่ทุกอย่างล้วนเกิดจากเหตุและปัจจัย (ไม่ควรเครียดคะ) เช่นเรื่องของกำไรและขาดทุนตามพระสูตรที่ยกมา

   ขอเชิญคลิกอ่านได้ที่...

การถวายปัจจัยตรงตามที่ปวารณาไว้หรือไม่ [จตุกนิบาต]

 
  

  ความคิดเห็นที่ 3  
wannee.s
wannee.s
วันที่ 21 พ.ย. 2551
 

        ในครั้งพุทธกาล   ผู้ชายค้าขาย  ผู้หญิงก็อยู่บ้านค่ะ  ท่านอนาถบิณฑิก ท่านเป็นพ่อค้า   และได้ฟังธรรมจากพระพุทธเจ้าบรรลุเป็นพระโสดาบัน    เพื่อนของท่านพระ-

อานนท์เป็นพ่อค้าขายผ้าได้ฟังธรรมจากพระพุทธเจ้าได้บรรลุเป็นพระโสดาบันเช่นกัน

ค่ะ  ไม่ว่าจะทำอาชีพอะไรก็ได้  ขอเพียงเป็นอาชีพสุจริต  ไม่ผิดศีล 5  ไม่ต้องอายใคร 

ไม่ต้องสนใจว่าใครจะรังเกียจ    ที่สำคัญคือเรามีธรรมะเป็นที่พึ่ง     มีกุศล และปัญญา

เป็นที่พึ่งค่ะ 

 
  

  ความคิดเห็นที่ 4  
paderm
paderm
วันที่ 22 พ.ย. 2551
 

                          ขอนอบน้อมแด่พระรัตนตรัย

      เมื่อเกิดมาแล้วก็ไม่พ้นไปจากโลกธรรม มีลาภก็เสื่อมลาภ...มีสรรเสริญและมีนินทา

แม้พระพุทธเจ้ายังถูกนินทาว่าร้าย นับประสาอะไรกับปุถุชน ในสมัยพุทธกาล ก็มีบุคคล

ที่ท่านมีอาชีพต่ำต้อยมาก ถูกคนติเตียน คือมีอาชีพเทดอกไม้(รับจ้างทิ้งอุจจาระ) แต่ว่า

ตัวท่านก็กลับมีความประพฤติอ่อนน้อม   ไหว้บุคคลอื่น   เป็นต้น  ต่อมาตัวท่านก็ได้พบ

พระพุทธเจ้าและบวชได้บรรลุเป็นพระอรหันต์ชื่อ   พระสุนีตเถระ   จะเห็นได้ว่าไม่ว่าทำ

อาชีพอะไรก็เป็นธรรมดาที่มีนินทาและสรรเสริญแต่สำคัญที่ปัญญา หากมีปัญญาแล้วก็

จะไม่หวั่นไหวในนินทาและคำสรรเสริญ เพราะมีปัญญาเข้าใจความเป็นจริงของโลกว่า

เป็นธรรมดาครับ    ดังนั้นไม่ว่าอาชีพอะไร  ชีวิตที่ประเสริฐคือชีวิตที่อยู่ด้วยปัญญาครับ

อย่าลืมฟังธรรมไปตลอดนะครับ อนุโมทนา                                          เชิญคลิกอ่านเพิ่มเติมที่นี่ครับ
 
                     การนินทาสรรเสริญเป็นของเก่า [เรื่องอตุลอุบาสก]                                               สรรเสริญและนินทา  

                             อุทิศกุศลให้สรรพสัตว์

 
  

  ความคิดเห็นที่ 5  
ajarnkruo
วันที่ 22 พ.ย. 2551
 

ควรสงสารผู้ที่นินทาเรานะครับ ที่เขากล่าวอย่างนั้น ก็ด้วยจิตที่เป็นอกุศล  ยิ่งถ้าเขาใช้คำที่สงเคราะห์ลงในวจีทุจริต 4 ก็เท่ากับได้กระทำอกุศลกรรมบถลงไป....โดยที่ไม่รู้ตัวซึ่งถ้ากรรมนี้ให้ผลเมื่อไร  อย่างหนักเลยก็คือ นำเกิดในอบายภูมิ    ตัวเราเอง ถ้าเรารู้ว่าเขาทำผิดไปเพราะไม่รู้  และอาจจะมีที่ไปที่ไม่ดีในเบื้องหน้า  ก็คงจะให้อภัยได้ง่ายและเร็วขึ้น  แล้วก็หวั่นไหวน้อยลงเพราะเกิดความเมตตา กรุณา ในบุคคลผู้ล่วงเกินใช่ไหมครับ     แต่ถ้าสิ่งนี้ยังเป็นไปได้ยาก   เราก็ควรที่จะได้ศึกษาพระธรรม  เพื่อให้เกิดความเข้าใจในความจริงที่พระพุทธเจ้าทรงแสดง   เพราะความหวั่นไหวเป็นของจริง  แต่เป็นสิ่งที่มีปัจจัย คือ กิเลสของเราเองจึงเกิด  ใครก็หนีการให้ผลของกรรมที่จะต้องได้ยินไม่ได้    แต่ว่าเสียงก็เป็นเพียงเสียง   ไม่ได้ทำความเดือดร้อนให้ใคร    แต่กิเลสในใจของเราต่างหาก  ที่ทำให้คิดถึงเสียงที่ดับไปนั้น  ด้วยความน้อยเนื้อต่ำใจบ้าง โกรธบ้าง ทั้งหมดนี้เป็นความหวั่นไหวที่ไม่น่าปรารถนาทั้งสิ้น   เมื่อรู้ว่าหนีไม่ได้ ก็ควรที่จะเริ่มเข้าใจความจริงของสิ่งนั้น พิจารณาเหตุและผล คุณและโทษ โดยอาศัยการศึกษาพระธรรมที่ถูกต้องบ่อยๆ เนืองๆ      พระผู้มีพระภาคทรงแสดงว่า ผู้ที่ถูกสรรเสริญหรือนินทา  อย่างเดียว...ย่อมไม่มี   แต่ผู้ที่ไม่หวั่นไหวในสิ่งนั้นๆ อีกเลย...มีอยู่ครับ

 
  

  ความคิดเห็นที่ 6  
เกมส์
วันที่ 23 พ.ย. 2551
 

ขออนุโมทนาครับ นอกจากสังคมเพื่อนฝูงแล้วยังมีสังคมพ่อแม่พี่น้องอีกครับ   ตอนแรกพวกเขาก็หวังกันว่าผมจะได้เป็นหมอหรือข้าราชการ แต่ผมก็ทำได้แค่นี้ครับ คือ ค้าขายในสิ่งที่เราถนัด    แต่อย่างไรก็ตาม  ผมก็โชคดีมากครับที่ได้เจอกัลยาณมิตรที่มศพ.

 

 
  

  ความคิดเห็นที่ 7  
Nareopak
Nareopak
วันที่ 23 พ.ย. 2551
 
ขอแลกเปลี่ยนประสบการณ์ด้วยค่ะ     ความจริงตอนเด็กๆไม่ได้อยากเป็นพยาบาลแต่เนื่องจากในอดีต    คุณยายสอบพยาบาลได้แต่ไม่ได้เรียนเพราะอายุไม่ถึงเกณฑ์จึงต้องมาเรียนเป็นครู(คุณยายเล่าให้ฟังนะคะ)       คุณยายจึงอยากให้ดิฉันเป็นพยาบาล ถึงแม้ไม่ได้เป็นอาชีพที่ใฝ่ฝัน แต่เมื่อได้มาเรียนแล้ว     ได้บอกกับตัวเองว่าต้องทำให้ดีที่สุดไม่คิดว่าทำเพื่อหน้าที่ แต่คิดอยู่เสมอว่าทำให้เขาบรรเทาเบาคลายจากความทุกข์เชื่อว่าถึงแม้คุณเกมส์จะมีอาชีพค้าขาย     แต่คุณเกมส์ก็คงมีธรรมะอยู่ในใจด้วยเช่นกัน
 
  

  ความคิดเห็นที่ 8  
เมตตา
เมตตา
วันที่ 25 พ.ย. 2551
 

ขอยกข้อความบางตอนที่ท่านอาจารย์สุจินต์   บริหารวนเขตต์กล่าวไว้.....

เกิดมาแล้วตามเหตุตามปัจจัย   ยับยั้งอะไรไม่ได้   ใครจะเรียนแพทย์   ใครจะเรียนวิชา

อะไร     ใครจะคิดอย่างไร    ใครจะพูดอย่างไร    ใครจะทำอย่างไร      ก็เป็นเรื่องของ

เหตุปัจจัย    .......ได้ยิน   แล้วก็คิดนึกเป็นเรื่องราวต่างๆ    ชีวิตจริงๆเต็มไปด้วย

เรื่องราว     จะทำอาชีพใดก็ตาม   ถ้าเข้าใจพระธรรมย่อมอยู่เป็นสุขค่ะ

ขออนุโมทนาในกุศลจิตของทุกๆท่านค่ะ

 
  

  ความคิดเห็นที่ 9  
saowanee.n
วันที่ 26 พ.ย. 2551
 

คุณเกมส์ค่ะ....คนที่คิดอย่างนั้น  กล่าวอย่างนั้น  สภาพจิตเป็นอย่างไรค่ะ....ลอง

พิจารณาดูดีๆอีกที  แล้วจะไม่เดือดร้อนเลยค่ะ

 

อาชีพใดที่สุจริตและไม่ได้เบียดเบียนใคร......ไม่ใช่เป็นอาชีพที่น่าอายเลยค่ะ

 
  

  ความคิดเห็นที่ 10  
suwit02
วันที่ 26 พ.ย. 2551
 

สาธุ

 
  

เขียนความคิดเห็น
กรุณาล็อกอินเข้าสู่ระบบ ... คลิกที่นี่