คันธสูตร ... วันเสาร์ที่ ๑๓ ตุลาคม ๒๕๖๑
โดย มศพ.  8 ต.ค. 2561
หัวข้อหมายเลข 30148

นโม ตสฺส ภควโต อรหโต สมฺมาสมฺพุทธสฺส
นโม ตสฺส ภควโต อรหโต สมฺมาสมฺพุทธสฺส
นโม ตสฺส ภควโต อรหโต สมฺมาสมฺพุทธสฺส

พุทฺธํ สรณํ คจฺฉามิ
ธมฺมํ สรณํ คจฺฉามิ
สงฺฆํ สรณํ คจฺฉามิ

•••..... ขอนอบน้อมแด่พระรัตนตรัย .....•••

... สนทนาธรรมที่ ...

มูลนิธิศึกษาและเผยแพร่พระพุทธศาสนา (มศพ.)

พระสูตร ที่จะนำมาสนทนาที่มูลนิธิฯ

วันเสาร์ที่ ๑๓ ตุลาคม ๒๕๖๑

...จาก...

[เล่มที่ 34] พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย ติกนิบาต เล่ม ๑ ภาค ๓- หน้าที่ ๔๒๘
คันธสูตร

(ว่าด้วยกลิ่นหอม ๓ อย่าง)

[๕๑๙] ครั้งนั้น ท่านพระอานนท์เข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคเจ้า กราบทูลว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ คันธชาต ๓ นี้ กลิ่นไปได้แต่ตามลมหาทวนลมได้ไม่ คันธชาต ๓ คืออะไร คือ (มูลคันธะ) รากไม้หอม, (สารคันธะ) แก่นไม้หอม (ปุปผคันธะ) ดอกไม้หอม นี้แล พระพุทธเจ้าข้าคันธชาต ๓ ซึ่งกลิ่นไปได้แต่ตามลม หาทวนลมได้ไม่ มีหรือไม่ พระพุทธเจ้าข้า คันธชาตอะไรๆ ที่กลิ่นไปตามลมก็ได้ ทวนลมก็ได้ ทั้งตามลมทั้งทวนลมก็ได้

พ.  มี อานนท์

อา.  มีอย่างไร พระพุทธเจ้าข้า

พ.  อานนท์ สตรีหรือบุรุษก็ตาม ในหมู่บ้านหรือตำบลใด เป็นผู้ถึงพระพุทธเจ้า พระธรรม และพระสงฆ์เป็นสรณะ เว้นจากปาณาติบาต อทินนาทาน กาเมสุมิจฉาจาร มุสาวาท และสุราเมรัย เป็นผู้มีศีลมีธรรมงาม มีใจปราศจากมลทินคือความตระหนี่ อยู่ครองเรือน มีการบริจาคปล่อยแล้ว มีมืออันล้างไว้ ยินดีในการสละควรแก่การขอ พอใจในการให้และการแบ่งปัน สมณพราหมณ์ในทิศทั้งหลายย่อมสรรเสริญเขาว่า หญิงหรือชาย ในหมู่บ้านหรือตำบลโน้น เป็นผู้ถึงพระพุทธเจ้า สตรีหรือบุรุษก็ตาม ในหมู่บ้านหรือตำบลใด เป็นผู้ถึงพระพุทธเจ้า พระธรรม และพระสงฆ์เป็นสรณะ เว้นจากปาณาติบาต อทินนาทาน กาเมสุมิจฉาจาร มุสาวาท และสุราเมรัย เป็นผู้มีศีลมีธรรมงาม มีใจปราศจากมลทินคือความตระหนี่ อยู่ครองเรือน มีการบริจาคปล่อยแล้ว มีมืออันล้างไว้ ยินดีในการสละควรแก่การขอ พอใจในการให้และการแบ่งปัน

แม้เทวดาก็สรรเสริญว่าหญิงหรือชาย ในหมู่บ้านหรือตำบลโน้น เป็นผู้ถึงพระพุทธเจ้า สตรีหรือบุรุษก็ตาม ในหมู่บ้านหรือตำบลใด เป็นผู้ถึงพระพุทธเจ้า พระธรรม และพระสงฆ์เป็นสรณะ เว้นจากปาณาติบาต อทินนาทาน กาเมสุมิจฉาจาร มุสาวาท และสุราเมรัย เป็นผู้มีศีลมีธรรมงาม มีใจปราศจากมลทินคือความตระหนี่ อยู่ครองเรือน มีการบริจาคปล่อยแล้ว มีมืออันล้างไว้ ยินดีในการสละควรแก่การขอ พอใจในการให้และการแบ่งปัน นี้แล อานนท์ คันธชาต ซึ่งมีกลิ่นไปตามลมก็ได้ ทวนลมก็ได้ ทั้งตามลมทั้งทวนลมก็ได้

กลิ่นดอกไม้หาไปทวนลมได้ไม่ กลิ่นจันทน์ กฤษณาและกระลำพัก ก็ไปทวนลมไม่ได้ ส่วนกลิ่นสัตบุรุษ ไปทวนลมได้ สัตบุรุษย่อมขจรไปทุกทิศ
จบคันธสูตรที่ ๙

อรรถกถาคันธสูตร

พึงทราบวินิจฉัย ในคันธสูตรที่ ๙ ดังต่อไปนี้ :-

บทว่า เอตทโวจ ความว่า ในเวลาหลังภัตตาหาร พระอานนท์เถรเจ้า กลับจากบิณฑบาต แสดงวัตร [ทำกิจที่ควรทำ] ต่อพระทศพลแล้ว ไปยังที่พักกลางวันของตน แล้วคิดว่า ในโลกนี้ ต้นไม้ที่มีรากหอมมีอยู่ ต้นไม้ที่มีแก่นหอมมีอยู่ ต้นไม้ที่มีดอกหอมมีอยู่ แต่กลิ่นทั้ง ๓ อย่างนี้ ย่อมฟุ้งไปตามลมเท่านั้น ไม่ฟุ้งไปทวนลม มีกลิ่นอะไรที่ฟุ้งไปทวนลมได้บ้างหรือหนอ ดังนี้แล้วเพราะเหตุที่ท่านรับพร คือการเข้าไปเฝ้าในเวลาที่เกิดความสงสัย ในกาลเป็นที่รับพร ๘ ประการนั่นเอง ทันใดนั้น จึงออกจากที่พักกลางวันไปยังสำนักของพระศาสดา ถวายบังคมแล้ว นั่ง ณ ส่วนข้างหนึ่ง เพื่อจะบรรเทาความสงสัยที่เกิดขึ้น จึงได้กราบทูลคำนี้ คือ คำมีอาทิว่า ตีณิมานิ ภนฺเต ดังนี้. บรรดาบทเหล่านั้น

บทว่า คนฺธชาตานิ ได้แก่ ของหอมโดยกำเนิดทั้งหลาย.

บทว่า มูลคนฺโธ ได้แก่กลิ่นที่ตั้งอยู่ในราก. หรือรากที่สมบูรณ์ด้วยกลิ่นนั่นเอง ชื่อว่า มูลคนฺโธ เพราะว่ากลิ่นของรากนั้น ย่อมฟุ้งไปตามลม. แต่กลิ่นของกลิ่น (นั้น) ไม่มี. แม้ในกลิ่นที่แก่น และกลิ่นที่ราก ก็มีนัยนี้เหมือนกัน. พึงทราบวินิจฉัย ในบทว่า อตฺถานนฺท คนฺธชาตํ นี้ ดังต่อไปนี้การถึงสรณะเป็นต้น ชื่อว่า เป็นกลิ่น เพราะคล้ายกับกลิ่น โดยฟุ้งขจรไป ทุกทิศ ด้วยสามารถแห่งการกล่าวสรรเสริญคุณความดีกลิ่นเหล่านั้นมีบุคคลเป็นที่ตั้ง จึงชื่อว่า คันธชาต.

บทว่า คนฺโธ คจฺฉติ ความว่า ฟุ้งไปด้วยสามารถแห่งการกล่าวสรรเสริญ

บทว่า สีลวา ได้แก่มีศีล โดยเป็นศีล ๕ หรือศีล ๑๐

บทว่า กลฺยาณธมฺโม ความว่ามีกัลยาณธรรม คือมีธรรมอันดีงาม โดยศีลธรรมนั่นเอง. อธิบายของคำมีอาทิว่า วิคตมลมจฺเฉเรน เป็นต้น ได้ให้พิสดารไว้แล้ว ในคัมภีร์วิสุทธิมรรคนั้นแล

บทว่า ทิสาสุ ได้แก่ ในทิศใหญ่ ๔ ในทิศน้อย ๔

บทว่า สมณพฺราหฺมณา ได้แก่สมณพราหมณ์ผู้สงบบาป และลอยบาปแล้ว

บทว่า น ปุปฺผคนฺโธ ปฏิวาตเมติ ความว่า กลิ่นของดอกมะลิ เป็นต้น จะไม่ฟุ้งขจรไปทวนลม

บทว่า น จนฺทนํ ตครมลฺลิกา วา มีอรรถาธิบายว่า ถึงกลิ่นของจันทน์ กฤษณา และกระลำพัก ก็ฟุ้งไปทวนลมไม่ได้. จริงอยู่ นักปราชญ์ทั้งหลายกล่าวว่า แม้ในเทวโลก ก็ยังมีดอกมะลิที่บานแล้วเหมือนกัน ในวันที่ดอกมะลินั้นบานแล้ว กลิ่นก็จะฟุ้งไปได้ตั้ง ๑๐๐โยชน์ แต่กลิ่นนั้นก็ไม่สามารถจะฟุ้งไปทวนลมได้ แม้เพียงคืบเดียว หรือเพียงศอกเดียว

บทว่า สตญฺจ คนฺโธ ปฏิวาตเมติ ความว่า ส่วนกลิ่นคือ คุณมีศีลเป็นต้น ของสัตบุรุษทั้งหลาย คือ บัณฑิตทั้งหลาย ได้แก่ พระพุทธเจ้า พระปัจเจกพุทธเจ้า และพระพุทธสาวกทั้งหลาย ย่อมฟุ้งไปทวนลมได้

บทว่า สพฺพา ทิสา สปฺปุริโส ปวายติ ความว่า สัตบุรุษคือบัณฑิตย่อมฟุ้งไปทั่วทุกทิศ ด้วยกลิ่นคือคุณความดี มีศีล เป็นต้น อธิบายว่า มีกลิ่นตระหลบไปทั่วทุกทิศ

จบอรรถกถาคันธสูตรที่ ๙



ความคิดเห็น 1    โดย khampan.a  วันที่ 8 ต.ค. 2561

ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น

ข้อความโดยสรุป

คันธสูตร

(ว่าด้วยกลิ่นหอม ๓ อย่าง)

พระอานนท์เถระ กราบทูลพระผู้มีพระภาคเจ้าว่า รากไม้หอม แก่นไม้หอม และดอกไม้หอม สามารถส่งกลิ่นหอมไปตามลม แต่ไม่สามารถส่งกลิ่นหอมทวนลมได้ แล้ว สิ่งที่สามารถส่งกลิ่นทั้งตามลมและทวนลม มีหรือไม่

พระผู้มีพระภาคเจ้า ตรัสว่า สิ่งที่สามารถส่งกลิ่นทั้งตามลมและทวนลม มี ได้แก่ ผู้ที่มีพระรัตนตรัยเป็นที่พึ่ง มีศีล มีธรรมอันงาม ยินดีในการให้ทาน ไม่ว่าจะอยู่ ณ ที่ใด สมณพราหมณ์ทั้งหลายในทิศต่างๆ ย่อมกล่าวชื่นชมสรรเสริญ แม้เทวดาทั้งหลายก็กล่าวชื่นชมสรรเสริญ.

ขอเชิญคลิกศึกษาเพิ่มเติม เพื่อความเข้าใจยิ่งขึ้นได้ที่นี่ครับ

รัตนตรัยเป็นที่พึ่งอันสูงสุดได้อย่างไร

ความเสื่อมและความเจริญของปัญญาเหตุผลของการล่วงศีล

หมู่บ้านศีล ๕ ลวง เป็นไปไม่ได้

มีมืออันล้างแล้ว

...อนุโมทนาในกุศลจิตของทุกๆ ท่านครับ...


ความคิดเห็น 2    โดย chatchai.k  วันที่ 18 เม.ย. 2564

ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น