แผลทางใจ ... เทปบันทึกรายการบ้านธรรมะ (27/5/58)
โดย nattawan  20 ธ.ค. 2568
หัวข้อหมายเลข 51678

ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น

กิเลสที่หมักหมมทำให้เกิด แผลทางใจ

แผล หมายถึง ความเจ็บป่วย ความเสียดแทง แผลทางใจจึงหมายถึงความเจ็บป่วยเสียดแทงด้วยอำนาจของโรค คือ กิเลสอกุศล

จะรักษาแผลทางใจอย่างไรดี ... กับหมอผู้ใดดี??



ความคิดเห็น 1    โดย nattawan  วันที่ 20 ธ.ค. 2568

ไม่มีเรา แต่มีจิต เจตสิก รูป

สะสมสภาพธรรมะว่าเป็นเราไว้มากเพียงฟังว่าถ้าจิต เจตสิก รูปไม่เกิด ... มีเราไหม แค่นี้ค่อยๆ คิด แล้วความจริงมีหรือไม่มีถ้าจิต เจตสิก รูปไม่เกิด?! แต่เพราะมีเหตุปัจจัยที่จะทำให้จิต เจตสิก รูปเกิดแล้วไม่รู้ จึงยึดถือว่าเป็นเรามานานมาก

ทั้งหมดนี้ไม่เคยรู้มาก่อน เพราะฉะนั้นรักษาจิต จิตเป็นอะไรจึงต้องรักษาเมื่อไม่รู้ก็รักษาให้หายจากความไม่รู้ให้พ้นจากความไม่รู้ซึ่งเคยไม่รู้ด้วยปัญญาที่เข้าใจถูก เพราะฉะนั้นถ้าจะอุปมา จิตก็ทั้งๆ ที่มองไม่เห็นแต่เปรียบเทียบกิเลสที่หมักหมมอยู่ในจิตนั้นมากมายมหาศาลเหมือนเชื้อโรค ... เชื้อโรคไม่ดี แผลไม่ดี เน่าเหม็นไม่สะอาดเลย แล้วจะรักษาได้อย่างไรถ้าไม่มีพระธรรมคือความเห็นถูกความเข้าใจถูกที่จะค่อยๆ รักษาบาดแผล ทั้งแผลเก่าทั้งแผลใหม่ทั้งเชื้อโรคมากมาย ด้วยการที่มีความเข้าใจถูกต้องขึ้นเพื่อละความเป็นเรา

แต่ละคำเป็นวิริยารัมภกถา เป็นคำพูดให้มีความเพียร ให้อดทนแต่ไม่ใช่เรา ... ไม่ใช่ให้เราเพียร แต่ว่าเมื่อฟังแล้วก็เป็นปัจจัยที่จะให้มีความเห็นถูกต้องว่า เพียงเข้าใจเท่านี้ไม่พอที่จะละการยึดถือสภาพธรรมะว่าเป็นเรามานานแสนนานได้ ต้องละความยึดถือ

เพราะฉะนั้นไม่มีความเห็นผิดและยึดถือความเห็นผิดนั้น นี่คือการรักษาด้วยพระธรรม ไม่มีอย่างอื่นเลย ถ้าจะอุปมาพระพุทธเจ้าเป็นหมอที่รักษาคนไข้ซึ่งโรคร้ายแรงมาก แต่ละคนก็รู้จักตัวเองว่าร้ายแรงขนาดไหน มากแค่ไหน และพระธรรมถ้าไม่มีโอกาสได้ยินได้ฟังก็เป็นอย่างนี้ไปตลอด ต่อไปอีกข้างหน้าด้วย ประมาณไม่ได้เลยว่าอีกนานเท่าไหร่ เพราะอยู่มาแล้วนานเท่าไหร่ จนกระทั่งขณะนี้เต็มไปด้วยความไม่รู้และการยึดถือสภาพธรรมะที่กำลังปรากฏ


ความคิดเห็น 2    โดย nattawan  วันที่ 20 ธ.ค. 2568

นักรบยิงไกล ยิงไว ทำร้ายศัตรู คือขณะที่เห็นไม่รู้ว่าไม่ใช่เรา เพราะฉะนั้นธรรมะคือความเห็นถูกความเข้าใจถูกที่เป็นนักรบสามารถที่จะยิงถูกเห็นเดี๋ยวนี้ไหม? หรือว่าขณะนี้เห็นดับแล้ว มีได้ยินแล้ว มีคิดนึกแล้ว ไม่สามารถที่จะรู้ตรงที่ลักษณะของสภาพธรรมะที่เกิดขึ้นเห็นแล้วก็ดับไป

เพราะฉะนั้นก็เห็นได้จริงๆ ว่ารบกับใครหรือเปล่า?? ปัญญากับความเห็นผิดตรงกันข้ามกัน เพราะฉะนั้นจะหมดความเห็นผิดได้ก็ต่อเมื่อมีปัญญา ค่อยๆ รู้จึงละการยึดถือสภาพธรรมะว่าเป็นตัวตน ค่อยๆ คลาย ยังไม่สามารถที่จะดับหมดเป็นสมุทเฉทเพราะเหตุว่ากำลังของอกุศลมากมายอหิริกะ อโนตตัปปะก็มีกำลังมากทุกครั้งที่อกุศลเกิด เพราะฉะนั้นกว่าหิริโอตตัปปะและโสภณเจตสิกจะเกิดจากการฟัง แล้วก็ค่อยๆ เข้าใจขึ้นจนกระทั่งสามารถที่จะรู้ความจริงทีละเล็กทีละน้อย จนกว่าจะประจักษ์ชัดตรงตามที่ได้ฟัง

กราบเท้าบูชาคุณท่านอาจารย์ด้วยความเคารพยิ่ง

ยินดีในความดีของทุกท่านค่ะ


ความคิดเห็น 3    โดย เมตตา  วันที่ 20 ธ.ค. 2568

เพราะฉะนั้นก็เห็นได้จริงๆ ว่ารบกับใครหรือเปล่า?? ปัญญากับความเห็นผิดตรงกันข้ามกัน เพราะฉะนั้นจะหมดความเห็นผิดได้ก็ต่อเมื่อมีปัญญา ค่อยๆ รู้จึงละการยึดถือสภาพธรรมะว่าเป็นตัวตน ค่อยๆ คลาย ยังไม่สามารถที่จะดับหมดเป็นสมุทเฉทเพราะเหตุว่ากำลังของอกุศลมากมายอหิริกะ อโนตตัปปะก็มีกำลังมากทุกครั้งที่อกุศลเกิด

กราบเท้าบูชาคุณท่านอาจารย์สุจินต์ บริหารวนเขตต์ ด้วยความเคารพยิ่ง

ขอบคุณ และยินดีในความดีค่ะ


ความคิดเห็น 4    โดย chatchai.k  วันที่ 20 ธ.ค. 2568

กราบเท้าบูชาคุณท่านอาจารย์ ด้วยความเคารพยิ่ง

ยินดีในกุศลจิตครับ


ความคิดเห็น 5    โดย nattawan  วันที่ 24 ธ.ค. 2568

ยินดีในกุศลจิตค่ะ