ฟังคำเพื่อเข้าใจไม่ใช่ฟังเพื่อจำฟังเพื่อเชื่อ
โดย เมตตา  4 เม.ย. 2569
หัวข้อหมายเลข 52195

อ.ทวีศักดิ์: ขอต่อเนื่องถึงสิ่งที่มีจริง หรือธรรมะที่มีจริง หรือสัจจธรรมนะครับ ท่านอาจารย์สุจินต์ บริหารวนเขตต์ ท่านสนทนาธรรมท่านจะให้ความรู้เตือนสติเตือนเตือนความรู้ความเข้าใจเสมอว่า สิ่งที่พระบรมศาสดาพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงสอนนั้นไม่พ้นไปจากทางตา ทางหู ทางจมูก ทางลิ้น ทางกาย และทางใจ ๖ ทวารนะครับ ปัญจทวาร ๕ และมโนทวารอีก ๑ รวมเป็น ๖ ทวาร ก็เป็นความลึกซึ้งยิ่ง เข้าใจยากนะครับ ขอกราบเรียนท่านอาจารย์สุจินต์ได้กรุณาให้ความรู้เป็นเบื้องต้นก่อนอีกครั้ง จะได้ต่อเนื่องกันทั้งหมดเลยครับ เชิญครับ

ท่านอาจารย์: ธรรมะ คำนี้ชินหูไหม? แล้วคืออะไรแน่!! ต้องละเอียดปานนั้น

ได้ยินคำว่า ธรรมะ เราอาจมีศาสตร์วิชาการต่างๆ พูดเรื่องธรรมะเรื่องนั้นเรื่องนี้นะ แล้วพระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสไว้อย่างไร? นี่ค่ะที่พึ่งสูงสุด!!

ธรรมะ คือสิ่งที่มีจริง เกิดหรือเปล่า? ถ้าไม่เกิดมีไหม? ทีละเล็กทีละน้อย เดี๋ยวนี้สิ่งที่ปรากฏต้องเกิดแล้วทั้งนั้น ใครทำให้เกิด? ไม่มีใครสักคนจะทำได้ แต่ว่าเกิดแล้วเดี๋ยวนี้เป็นอย่างนี้

เห็น มีอยู่ตลอดเวลาใช่ไหม ดูเหมือนว่าเห็นทั้งวัน แต่ว่าความจริงแล้วได้ยินล่ะ!! แล้วคิดนึกล่ะ อยู่ไหน!!

เพราะฉะนั้น ต้องเป็นผู้ที่ละเอียดอย่างยิ่งที่จะไม่ประมาทคำเดียว ธรรมะ คือสิ่งที่มีจริง หลากหลายต่างๆ กันหรือเปล่า หรือว่ามีเพียงสิ่งเดียว ไม่ว่าอะไรที่จริงทั้งหมดเป็นธรรมะ แต่ธรรมะเยะเยอะไปหมด จริงทั้งนั้น เห็นก็จริง คิดก็จริง โกรธก็จริงเป็นธรรมะหรือเปล่า?

ดร.คงศักดิ์: เป็นครับ

ท่านอาจารย์: ต้องเป็นแน่ เพราะว่ามีจริงๆ ใครจะว่าอะไรก็ตามแต่ เราจะพูดในภาษาของเรา โกรธมีจริงไหม? จะต้องตอบว่ามีแน่ๆ เพราะเคยโกรธและรู้จักโกรธ แต่ไม่รู้ความจริงว่า โกรธเป็นสิ่งที่มีปัจจัยจึงเกิดเป็นโกรธ อยู่ดีๆ จะให้โกรธได้ไหม? ไม่มีทางเลย

เพราะฉะนั้น เริ่มเข้าใจความลึกซึ้งแต่ละอย่างแต่ละคำว่า สิ่งที่มีเดี๋ยวนี้เกิดแล้วตามเหตุตามปัจจัย

ขณะนี้ เห็น เป็นจริงมีจริงเป็นธรรมะหนึ่ง คือเกิดเมื่อไหร่เป็นเห็นเมื่อนั้น เป็นอื่นไม่ได้ กี่แสนโกฏกัปป์มาแล้ว เห็นก็เกิดขึ้นเห็น แต่ไม่ใช่ชื่อเห็นนะ แต่เป็นภาวะการเห็นเดี๋ยวนี้ที่เป็นธรรมะหนึ่ง

เพราะฉะนั้น ธรรมะมากมาย เบื้องต้นก็คือว่า ต้องจำแนกธรรมะทั้งหมดเท่าที่จะจำแนกได้ ให้เข้าใจความต่างตั้งแต่เริ่มต้น

เพราะฉะนั้น ธรรมะต่างกันเป็น ๒ ประเภทใหญ่ๆ

สภาพธรรมะอย่างหนึ่งมีจริงมีลักษณะปรากฏให้รู้ว่ามี แต่ไม่สามารถจะรู้อะไรเลยทั้งสิ้น เดี๋ยวนี้แข็งมีไหม? ใครทำให้แข็งเกิด? เป็นธรรมะที่เกิดตามเหตุตามปัจจัย พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแสดงความละเอียดอย่างยิ่งของทุกอย่างแม้แต่แข็ง

อะไรเป็นปัจจัยให้แข็งเกิด? ลองไปถามนักวิทยาศาสตร์เขาจะว่าอย่างไร? แต่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสว่าอย่างไร? เขาจะรู้ไหมว่า แข็งเวลานี้เกิดเพราะอะไร? แต่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแสดงความหลากหลายของแข็ง

แข็งหนึ่ง เกิดเพราะอุตุความเย็นความร้อน

แข็งหนึ่ง เกิดเพราะจิต น่าแปลกนะ จิตก็ทำให้แข็งเกิดได้

แข็งหนึ่ง เกิดเพราะกรรม

แข็งหนึ่ง เกิดเพราะอาหาร

แต่ละหนึ่งๆ ต่างกันมาก เพราะฉะนั้น ต้องศึกษาแต่ละคำด้วยความเคารพอย่างยิ่ง

ก่อนอื่นขณะนี้มีใครสงสัยคำว่า ธรรมะบ้างไหม? ให้มั่นคงเปลี่ยนไม่ได้เลย ไม่ว่าจะพูดกับใครที่ไหนเรื่องอะไรทั้งหมด ธรรมะต้องเป็นธรรมะ คือสิ่งที่มีจริง ยังสงสัยไหม? ทีละเล็กทีละหน่อยมั่นคงไหม?

ที่บ้านมีธรรมะไหม? ที่ร้านอาหารมีธรรมะไหม? ในจานข้าวมีธรรมะไหม? จานข้าวที่ไม่มีข้าวเป็นธรรมะหรือเปล่า? เป็นหมดเลย แต่ว่าหลายมาก

ธรรมะอย่างหนึ่งรู้ได้ด้วยตา

ธรรมะอย่างหนึ่งรู้ได้ด้วยหูว่า มีจริงๆ เช่น เสียง นี่ค่ะ ธรรมดาอย่างนี้ พระสัมมาสัมพุทธเจ้าไม่ได้ทรงตรัสรู้สิ่งที่ไม่มี มีทุกวันแต่ว่าไม่รู้ความจริงเลยสักวัน และเป็นการประจักษ์แจ้งนะ ยิ่งฟังยิ่งเห็นความลึกซึ้งว่า ยากแสนยากที่จะรู้ความจริง

ถ้ากล่าวถึงทันทีนะ ลึกซึ้งไปไม่สามารถจะติดตามได้ เป็นเรื่องเพียงฟังความน่าอัศจรรย์เป็นปาฏิหาริย์ของพระธรรมที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ทรงตรัสรู้ แต่ว่าเราต้องค่อยๆ เป็นผู้ที่ฟังคำเพื่อเข้าใจ ไม่ใช่ฟังเพื่อจำฟังเพื่อเชื่อ แต่ว่าไม่เข้าใจอะไรเลย

เพราะฉะนั้น เดี๋ยวนี้กำลังมีเสียงฟังเพื่อเข้าใจเสียง มีสิ่งที่กระทบตาฟังเพื่อเข้าใจความจริงของสิ่งนั้น กำลังคิดฟังเพื่อเข้าใจความจริงของคิด เพราะทั้งหมดพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแสดงไว้โดยละเอียดอย่างยิ่ง แต่เริ่มต้นต้องมีความเห็นที่ถูกต้องในความเป็นจริงว่า สิ่งนั้นมีจริง ไม่ใช่ใครบอกว่ามีจริงก็จริง แต่ความจริงสิ่งนั้นมีจริงๆ พระองค์ทรงตรัสรู้ความจริงของทุกอย่างที่มีจริง

กราบเท้าบูชาคุณท่านอาจารย์สุจินต์ บริหารวนเขตต์ ด้วยความเคารพยิ่งค่ะ

และกราบยินดีในกุศลจิตของ อ.ทวีศักดิ์ ด้วยค่ะ



ความคิดเห็น 1    โดย chatchai.k  วันที่ 4 เม.ย. 2569

กราบเท้าบูชาคุณท่านอาจารย์ ด้วยความเคารพยิ่ง

ยินดีในกุศลจิตครับ