
มีสองฝ่ายจริงๆ ฝ่ายอวิชชากับฝ่ายปัญญา
รู้หรือยังว่าความไม่รู้อยู่ที่ไหน?! ... ทั้งหมดเลยที่ปรากฏ ... ไม่รู้!! กำลังคิดก็ไม่รู้ กำลังห่วงก็ไม่รู้ ... ไม่รู้ไปหมดว่าเกิดแล้วดับ แล้วอะไรจะเกิดดับมากก็สะสมไปให้ปรากฏ เช่น ห่วงมากก็ปรากฏให้เป็นคนขี้ห่วง อะไรเยอะมันก็เกิดบ่อย ไม่ใช่เราไปบังคับได้
เห็นความละยากไหม ความเป็นเราสารพัด น้อยใจ เสียใจ โกรธแค้น ล้วนแต่เอาความทุกข์มาใส่ตัวเอง
เขาไม่ดีเราช่วยให้เขาดี ... คิดอย่างนี้บ้างหรือเปล่า หรือเขาไม่ดีก็ว่าเขาแล้วมันมีประโยชน์อะไร เขาไม่ดีนี่มีใครสงสารบ้าง? เพราะฉะนั้นเราห่วงคนอื่นที่เขาไม่ดี ... กำลังห่วงนี่ดีไหม?! ก็ไม่รู้เขาไม่ดีกับเราไม่ดีก็ไม่ดีทั้งคู่ ... ต้องไม่ลืมว่าใครทำร้ายเราไม่ได้เลยนอกจากตัวเราเอง
กำลังน้อยใจก็กำลังทำร้ายตัวเองและก็มีความหวังด้วย
ทุกขณะเกิดเพราะเหตุปัจจัย ทุกอย่างแม้กุศลและอกุศลเล็กน้อยเกิดและดับก็สะสมแล้ว ... เปื้อนแล้วหัวใจ ... จิต
ทุกข์เพราะอัตตา ทุกข์เพราะไม่รู้พระพุทธเจ้าช่วยให้ไม่เหลือทุกต์เลยเพราะรู้ความจริง ... มันไม่มีอะไร ทุกข์ก็เกิดแล้วก็ดับ มีเหตุด้วยถ้าไม่มีเหตุทุกข์ก็เกิดไม่ได้ แต่พอเกิดแล้วรู้ ... ประโยชน์สูงสุด!!ไม่งั้นก็เป็นต่อไปอีกไม่รู้ต่อไปอีก เศร้าต่อไปอีกไม่จบเลย ... สังสารวัฏ ... น้ำตาแต่ละหยดกว่าจะเต็มมหาสมุทร
กราบเท้าบูชาคุณท่านอาจารย์ ด้วยความเคารพยิ่ง
ยินดีในกุศลจิตครับ