
ท่านอาจารย์ ปัญญาไม่ใช่ตัวตน ไม่ใช่เรา เหมือนกับเห็นในขณะนี้ก็ไม่ใช่ตัวตน ไม่ใช่เรา สัตว์ก็เห็นสภาพที่เห็นเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย โลภะความต้องการยินดีก็ไม่ใช่เรา ไม่ว่าใครทั้งนั้น แมวสุนัข กระต่าย คน เทวดา หรือใครก็ตาม เวลาที่มีความติดข้องความต้องการสิ่งหนึ่งสิ่งใด ก็เป็นชั่วขณะจิต ซึ่งมีความต้องการเกิดขึ้นประกอบด้วยเจตสิกคือโลภเจตสิก หรือสภาพธรรมที่ยึดติด ทำให้ขณะนั้นต่างกับขณะที่โกรธ ถ้าเห็นสิ่งที่ไม่น่าพอใจ ขุ่นใจแล้ว ขณะนั้นก็เป็นลักษณะที่ต่างกัน เพราะฉะนั้นถ้าจะพิจารณาแต่ละลักษณะของสภาพธรรมในชีวิตประจำวันจะเห็นได้ว่า ไม่ใช่เราเลยสักอย่างเดียว ทุกอย่างต้องเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัยทั้งสิ้น ถ้าเห็นสิ่งที่น่าดู ความชอบใจ ความเพลิดเพลิน ความติดข้องเกิด ถ้าเห็นสิ่งซึ่งไม่น่าดู ความขุ่นใจ ความเคืองใจก็เกิด จะเห็นได้ว่าแต่ละขณะ เป็นไปตามเหตุตามปัจจัย ปัญญาก็เช่นเดียวกัน ปัญญาก็ไม่ใช่เราที่จะไปทำ แต่ว่าปัญญาคือความเข้าใจถูกในลักษณะของสภาพธรรมที่กำลังปรากฏ ทำไมพุทธศาสนิกชนต้องฟังพระธรรม พระผู้มีพระภาคทรงแสดงพระธรรมคือเรื่องของสิ่งที่มีจริงในขณะนี้ ให้คนฟังเกิดความเข้าใจที่ถูกต้อง ให้มีความเข้าใจในสิ่งที่กำลังปรากฏ เพราะฉะนั้นไม่ว่าใครก็ตามจะไปปฏิบัติธรรมโดยที่ไม่มีปัญญาหรือไม่มีการฟังพระธรรมไม่เข้าใจลักษณะของสภาพธรรมที่ปรากฏ แล้วจะไปทำอะไร ต้องเข้าใจว่าปัญญาคือขณะที่กำลังฟังขณะนี้ เข้าใจขึ้นบ้างหรือยังในเรื่องของสภาพธรรมที่มีจริงๆ ทางตา ทางหู ทางจมูก ทางลิ้น ทางกาย ทางใจ ถ้ายังไม่เข้าใจปัญญาก็ยังไม่เกิด แล้วจะทำยังไง ก็ต้องฟังอีก ฟังแล้วก็ต้องคิด แล้วก็ต้องพิจารณาด้วย เพราะเหตุว่าบางครั้งมีการฟังจริง แต่ไม่ได้คิดตามที่ได้ฟังเลย ฟังเท่านั้น ใครถามก็อาจจะมีบ้างที่ตอบไม่ได้เลยว่าฟังเรื่องอะไร แต่ว่าถ้าฟัง และพิจารณา และเข้าใจขึ้นนิดหนึ่งว่า วันนี้พูดถึงเรื่องสภาพของจิตใจ พูดถึงเรื่องปัญญาซึ่งเป็นสิ่งที่รู้สิ่งที่กำลังปรากฏ และทุกอย่างไม่ใช่ตัวตน สภาพธรรมเกิดขึ้นแล้วก็ดับไป ถ้ามีความเข้าใจเกิดขึ้นทีละเล็กทีละน้อย เป็นสังขารขันธ์ อย่างที่เราเคยพูดว่า ขันธ์ ๕ ได้แก่ รูปขันธ์ เวทนาขันธ์ สัญญาขันธ์ สังขารขันธ์ วิญญาณขันธ์ ไม่มีตัวเราเลย มีแต่สภาพธรรมซึ่งแยกไปตามความยึดถือ ตามความติดข้อง เพราะฉะนั้นสังขารขันธ์ก็คือความเข้าใจในขณะนี้ จะปรุงแต่งให้มีความเข้าใจขณะต่อไปเพิ่มขึ้นๆ เพราะฉะนั้นการปฏิบัติธรรม หมายความถึง การอบรมเจริญปัญญาซึ่งยังไม่เกิดให้เกิดขึ้น และก็ให้เพิ่มขึ้น ให้มีมากขึ้น และปัญญานั้นไม่ใช่รู้อย่างอื่นเลย รู้สิ่งที่กำลังปรากฏจริงๆ เพราะฉะนั้นไม่ต้องไปไหน อยู่ที่นี่มีธรรมกำลังปรากฏ แล้วก็มีความเข้าใจในสิ่งที่กำลังปรากฏหรือยัง ถ้าไม่มีความเข้าใจ ก็เริ่มฟัง เริ่มพิจารณา แล้วไม่ต้องทำอะไรเลย เพราะเหตุว่าสภาพธรรมเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย เมื่อมีความเข้าใจแล้วก็จะมีการระลึกรู้สิ่งที่กำลังปรากฏ แล้วพิจารณาจนกระทั่งมีความเข้าใจถูกต้องเพิ่มขึ้น นี่คือจิรกาลภาวนาซึ่งมีในพระไตรปิฏก การอบรมเจริญปัญญาต้องเป็นเรื่องยาว ต้องเป็นเรื่องนาน ต้องเป็นเรื่องละเอียดเพราะเหตุว่าเป็นปัญญาที่รู้สิ่งที่มีจริงๆ ที่กำลังปรากฏในขณะนี้ ตามที่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ทรงตรัสรู้แล้ว พระองค์ตรัสรู้ว่าสภาพธรรมขณะนี้กำลังเกิดดับ ท่านพระอัญญาโกณฑัญญะซึ่งเป็น พระสาวกรูปแรก ก็ได้รู้ตามความเป็นจริงในขณะที่ได้ฟังพระเทศนาจบลงว่า สภาพธรรมขณะนี้เกิดแล้วดับจริงๆ ขณะนั้นจะเป็นหนทางที่จะทำให้รู้แจ้งอริยสัจจธรรมได้ แต่ถ้าไม่ใช่ปัญญาอย่างนี้ ก็เป็นตัวตนซึ่งไปทำโดยการที่ไม่ฟังพระธรรมให้เข้าใจว่า การตรัสรู้ที่พระผู้มีพระภาคทรงแสดงนั้นให้บุคคลทั้งหลายได้อบรมเจริญปัญญาตามก็คือ รู้สิ่งที่กำลังปรากฏในขณะนี้
ฟังเพิ่มเติม ปกิณณกธรรม ตอนที่ 8
กราบเท้าบูชาคุณท่านอาจารย์ ด้วยความเคารพยิ่ง
ยินดีในกุศลจิตครับ