
สัทธัมมปกาสินี อรรถกถาปฏิสัมภิทามรรค
สัทธัมมปกาสินี หมายความถึง อรรถกถาที่ประกาศพระสัทธรรม เป็นอรรถกถาของ ขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค มหาวรรค ญาณกถา ในข้อธรรมเรื่องธัมมัฏฐิติญาณนิทเทส
ข้อความใน สัทธัมมปกาสินี อรรถกถา มีว่า
คำว่า ย่อมรู้ ชานาติ คือ ย่อมรู้ ย่อมเห็น ด้วยญาณที่ปรารภภาวนาตามทำนองแห่งสุตตะ เพราะฉะนั้น ย่อมเห็นสิ่งที่รู้แล้วนั่นเองด้วยญาณ เช่นเดียวกับเห็นสิ่งที่เห็นด้วยจักษุ และเช่นเดียวกับที่ได้สัมผัสผลมะขามป้อมที่อยู่บนพื้นฝ่ามือ
เป็นเรื่องของความรู้ชัด ซึ่งเป็นปัญญา
คำว่า ย่อมรู้ ชานาติ คือ ย่อมรู้ ย่อมเห็น ด้วยญาณที่ปรารภภาวนา ตามทำนองแห่งสุตตะ
อ.อรรณพ: กราบเท้าท่านอาจารย์ครับ เมื่อวานก็สนทนากันข้อความในสัทธัมมปกาสินี อรรถกถา ขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค ญาณกถาครับ ก็เป็นความลึกซึ้งที่ท่านแสดงถึงระดับญาณฐิติญาณเลยครับ แต่ก็มีข้อความเบื้องต้น แล้วก็ได้นำคำบรรยายในแนวทางวิปัสสนาในครั้งที่ ๒๒๔ - ๒๒๕ ซึ่งท่านอาจารย์ก็ได้กล่าวในเรื่องนี้ไว้ ซึ่งก็จะขอกราบขอโอกาสให้ท่านอาจารย์ได้อธิบาย เพราะว่าจะเป็นประโยชน์อย่างยิ่ง มีอยู่ ๔ ข้อความครับ โดยเฉพาะข้อความแรกที่เป็นเบื้องต้นก็เป็นสิ่งที่ควรได้รู้ได้เข้าใจ เพื่อประโยชน์แก่การเจริญปัญญานะครับ
มีข้อความอยู่ ๔ ข้อความครับว่า ย่อมรู้ด้วยสามารถแห่งลักษณะ ย่อมเห็นด้วยสามารถเป็นไปกับด้วยจิต ย่อมรู้ทั่วด้วยสามารถแห่งอาการปรากฏ และย่อมแทงตลอดด้วยสามารถแห่งปทัฏฐาน คือเหตุใกล้ ขอแค่ประโยคแรกครับ รู้ด้วยสามารถลักษณะคืออย่างไรครับ แล้วจะเป็นประโยชน์ตามฐานะอย่างพวกผมอย่างไรที่จะเป็นประโยชน์ต่อการอบรมเจริญปัญญาต่อไปครับ
ท่านอาจารย์: เดี๋ยวนี้มีอะไรปรากฏ เห็นไหม!! ธรรมะ คือเดี๋ยวนี้ทุกขณะ ล้อมรอบตลอดชาติทุกขณะแต่ไม่เคยรู้ แล้วก็ไปศึกษาธรรมะ ไหนล่ะในหนังสือพูดถึงเรื่องนั้นเรื่องนี้ แต่ทั้งหมด ก็คือเพื่อให้รู้ว่าเดี๋ยวนี้เป็นธรรมะ มั่นคงหรือยัง?
เพราะฉะนั้น ถ้าไม่มั่นคง ศึกษาธรรมะแล้วจะเข้าใจธรรมะไหม? ถ้าไม่เข้าใจว่า เดี๋ยวนี้ล้อมรอบด้วยธรรมะ ไม่มีอะไรสักอย่างที่ไม่ใช่ธรรมะ เพราะกำลังมีลักษณะที่ปรากฏว่า มีจริงๆ ถ้าไม่มีจะรู้ได้อย่างไรว่าเป็นธรรมะ แต่เพราะมีแต่ไม่เคยรู้ว่าเป็นธรรมะ แล้วก็ใช้คำว่าเป็นธรรมะเหมือนเข้าใจคำว่าธรรมะเป็นธรรมะ
แต่ ธรรมะ คือสิ่งที่มีจริงๆ แน่นอน เพราะมีลักษณะที่ปรากฏให้รู้ว่าเป็นสิ่งที่มีหลากหลายมากตั้งแต่เกิดจนตายตลอดชีวิต
มีเสียงไหม? เป็นธรรมะ มีเห็นไหม? มีนอนหลับไหม?
อ.อรรณพ: หลับก็มี
ท่านอาจารย์: มีทุกอย่างนั่นแหละ เป็นธรรมะทั้งหมด กว่าจะมีความมั่นคงว่า นี่แหละจะต้องศึกษานานเท่าไหร่ เพราะเดี๋ยวนี้ธรรมะแต่ละหนึ่งที่กำลังปรากฏก็ไม่รู้ว่าเป็นธรรมะ
เพราะฉะนั้น คำถามแรกตรงกับที่พูดไหม?
อ.อรรณพ: ตรงตั้งแต่เบื่องต้นเลยครับ รู้ด้วยสามารถลักษณะ
ท่านอาจารย์: เพราะฉะนั้น เดี๋ยวนี้มีลักษณะให้รู้หรือเปล่าว่า มี
อ.อรรณพ: มีให้รู้แน่นอนว่ามี
ท่านอาจารย์: มีให้รู้แน่นอนว่า มี แต่ละหนึ่งเปลี่ยนไม่ได้
อ.อรรณพ: แต่ลักษณะที่มีตามขั้นที่ได้ฟังมาอย่างที่ท่านอาจารย์กล่าว ก็มีความเข้าใจแล้วค่อยๆ มั่นคงขึ้นในขั้นการฟัง แต่ถ้าลักษณะสภาพธรรมะยังไม่ปรากฏกับปัญญา ก็ยังไม่ใช่เป็นการรู้ลักษณะจริงๆ ครับ
ท่านอาจารย์: เพราะฉะนั้น คำพูดที่พูดเมื่อกี้นี้ สิ่งที่กำลังมีไม่ได้ปรากฏกับปัญญา ปัญญาคืออะไร? เห็นไหม? เป็นธรรมะหรือเปล่า?
อ.อรรณพ: เป็นครับ
ท่านอาจารย์: เป็นความเห็นถูกความเข้าใจถูกตามความเป็นจริงของสิ่งที่ปรากฏ ถ้าไม่ปรากฏจะไปเอาความจริงมาแต่ไหน? แต่เดี๋ยวนี้มีสิ่งที่ปรากฏ เพราะฉะนั้น ปัญญา คือการรู้ความจริง เข้าใจความจริงของสิ่งที่กำลังปรากฏ
ถ้าฟังอย่างนี้ ผู้ที่ตรงรู้เลย ประมาณไม่ได้เลยในความไม่รู้และความไม่เข้าใจในสิ่งที่ปรากฏตั้งแต่เกิดจนถึงเดี๋ยวนี้ เริ่มเข้าใจความลึกซึ้งของทุกคำของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ไม่ได้พูดถึงสิ่งที่ไม่มี แต่พูดถึงสิ่งที่กำลังมีทุกขณะ มีจริงๆ กำลังมีด้วยทุกขณะด้วย แต่ไม่รู้ความจริงเพราะไม่ใช่ปัญญา
ขอเชิญอ่านเพิ่มได้ที่..
๔. อรรถกถา ธัมมัฏฐิติญาณุทเทส ว่าด้วยธรรมฐิติญาณ
ขอเชิญรับฟังได้ที่ ..
แนวทางเจริญวิปัสสนา ครั้งที่ 224
แนวทางเจริญวิปัสสนา ครั้งที่ 225
ลักษณะและเหตุใกล้ให้เกิดสติ
กราบเท้าบูชาคุณท่านอาจารย์สุจินต์ บริหารวนเขตต์ ด้วยความเคารพยิ่งค่ะ
และกราบยินดีในกุศลจิตของ อ.อรรณพ ด้วยค่ะ