มีพระ ๒ รูปที่วัดหนื่ง ขับ dodge challenger และบอกว่าจะมีวันเกิดของพระรูปหนึ่งในวัด ขอให้เอา lobsters มาให้กิน ก็เห็นมีคนคบกับคนชุดเหลืองพวกนี้อยู่อีก ผู้ที่ทำบุญกับคนชุดเหลืองแบบนี้ น่าจะได้ผลบุญน้อย อาจารย์จะบอกคนพวกนี้อย่างไร
ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น

พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย
นิทานวรรค เล่ม ๒ - หน้าที่ ๖๗๙
ดูกร ภิกษุทั้งหลาย เปรียบเหมือนสุนัขดุ ที่เขาขยี้ดี
[ดีหมีดีปลา] ใส่ในจมูก เมื่อเป็นเช่นนี้
มันก็ยิ่งดุร้ายกว่าเดิมหลายเท่าโดยแท้ ฉันใด
พระเจ้าอชาตสัตรูราชกุมาร
จักเสด็จไปบำรุงเทวทัตทั้งเวลาเย็นเวลาเช้า ด้วยรถประมาณ ๕๐๐ คัน
และจักรับสั่งให้นำภัตตาหารสำหรับบูชาไปพระราชทาน ๕๐๐ ถาด เพียงใด
เทวทัต ก็พึงหวังความเสื่อมในกุศลธรรมทั้งหลาย
ไม่พึงหวังความเจริญเพียงนั้น ฉันนั้นเหมือนกัน
(พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย
นิทานวรรค รถสูตร)
การเอ่ยปากขออาหารจากชาวบ้าน การขับรถ การจัดงานวันเกิด
(ซึ่งไม่ต่างอะไรกับคฤหัสถ์เลย) ล้วนเป็นสิ่งที่ภิกษุไม่ควรทำ
ไม่เอื้อเฟื้อต่อพระธรรมวินัย
ไม่ใช่ความประพฤติเป็นไปของภิกษุในพระธรรมวินัยเลย
เป็นภิกษุผู้ที่ไม่มีความเคารพยำเกรงต่อพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเลย
คฤหัสถ์ที่ส่งเสริมสนับสนุนภิกษุที่ทุศีล
ก็เท่ากับไปเพิ่มกำลังให้ภิกษุทุศีลทำสิ่งที่ผิดเพิ่มขึ้นต่อไป
ตนเองก็จะมีแต่ความเสื่อมโดยส่วนเดียวเท่านั้น
(ตามตัวอย่างในพระไตรปิฎกที่ได้อ้างอิงมาด้านบน)
เมื่อเป็นเช่นนี้ คฤหัสถ์ที่เข้าใจพระธรรมวินัย
มีความเคารพสูงสุดต่อพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
ย่อมไม่ส่งเสริมสนับสนุนภิกษุผู้ทุศีลให้มีกำลังในการสิ่งที่ผิดและทำลายพระพุทธศาสนาต่อไป
อย่างเด็ดขาด
ควรที่จะได้เข้าใจจริงๆ ว่า ภิกษุ คือ
ผู้ที่เห็นโทษเห็นภัยของกิเลส จึงสละอาคารบ้านเรือน
ทรัพย์สมบัติวงศาคณาญาติ
เพื่อศึกษาพระธรรมอบรมเจริญปัญญาขัดเกลากิเลสในเพศที่สูงยิ่ง
คือเพศบรรพชิต ที่จะต้องมีชีวิตที่เหมาะควรแก่เพศของตน
จะมาทำอะไร หรือ มีอะไรต่างๆ เหมือนอย่างคฤหัสถ์
ไม่ได้เลย เพราะสละชีวิตคฤหัสถ์แล้ว
อย่างเช่นบุคคลในครั้งพุทธกาลท่านได้ฟังพระธรรม
ได้เข้าใจพระธรรมจากพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเป็นผู้เห็นโทษของการอยู่ครองเรือนว่ามีแต่จะเป็นเครื่องพอกพูนกิเลสให้หนาแน่นขึ้น
แล้วมีอัธยาศัยน้อมไปที่จะขัดเกลากิเลสให้ยิ่งกว่าเพศคฤหัสถ์
จึงสละทุกสิ่งทุกอย่างสละทรัพย์สมบัติ สละวงศาคณาญาติแล้วออกบวช
เป็นภิกษุ ด้วยความจริงใจ
ด้วยความตั้งใจที่จะขัดเกลากิเลสจริงๆ
เพื่อการรู้แจ้งอริยสัจจธรรมถึงความเป็นพระอริยบุคคลขั้นต่างๆ
จนกระทั่งสูงสุดถึงความเป็นพระอรหันต์
ความประพฤติเป็นไปในชีวิตประจำวันทั้งหมดคล้อยตามพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
นี้คือ จุดประสงค์ของการบวชเป็นภิกษุ
ไม่ใช่เพื่อจุดประสงค์อื่นใดทั้งสิ้น และที่สำคัญ
ภิกษุทุกรูปทั้งหมดทุกยุคทุกสมัย
ต้องมีความเคารพในพระวินัยที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงบัญญัติไว้
ซึ่งจะต้องศึกษาให้เข้าใจแล้วประพฤติตาม คือ
กระทำเฉพาะในสิ่งที่ถูกต้องเหมาะควรแก่เพศของตน
และละเว้นในสิ่งที่ผิดที่ขัดต่อความประพฤติเป็นไปของภิกษุอันเป็นเพศที่สูงยิ่งทุกประการ
จะเห็นได้ว่าการบวชเป็นภิกษุในพระพุทธศาสนา
เป็นเรื่องที่ยากมากและการยินดีในการบวชก็เป็นเรื่องยากเช่นเดียวกัน
เป็นอันตรายอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่บวชโดยไม่ใช่เพื่อการขัดเกลากิเลส
ถ้าหากล่วงละเมิดพระวินัย ไม่ประพฤติตามพระวินัย
เป็นผู้ย่อหย่อนไม่รักษาพระวินัยที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงบัญญัติไว้
ขาดความเคารพยำเกรงในพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ย่อมเป็นผู้มีโทษมาก
ด้วยการต้องอาบัติ คือ ล่วงละเมิดพระวินัยซึ่งมีโทษโดยส่วนเดียว
เมื่อต้องอาบัติแล้วไม่กระทำคืน (คือไม่ได้แก้ไข)
ตามพระวินัย
ก็เป็นเครื่องกั้นการบรรลุมรรคผลนิพพานและกั้นการไปสู่สุคติด้วย
แทนที่จะได้ทำกิจที่ควรทำที่จะเป็นที่พึ่งสำหรับตนเอง
แต่กลับไปเพิ่มอกุศล เพิ่มความไม่รู้ เพิ่มเหตุที่ไม่ดีให้กับตนเอง
กำลังทำทางที่จะทำให้ตนเองได้รับผลที่ไม่ดีในอนาคตข้างหน้า กล่าวคือ
เมื่อมรณภาพ คือ ตายจากชาตินี้ไปแล้ว
ชาติต่อไปต่อจากชาตินี้เลยก็ไปเกิดในอบายภูมิเท่านั้น
เป็นบุคคลผู้น่าสงสารเป็นอย่างยิ่ง ครับ
... ยินดีในกุศลของทุกๆ ท่านด้วยครับ ...
กราบอนุโมทนาค่ะ
ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาค่ะ
กราบบูชาพระรัตนตรัยด้วยความเคารพยิ่ง
พระธรรมเกื้อกูลผู้ไม่รู้ที่มีโอกาสได้ยินได้ฟัง,ได้ค่อยๆ ไตร่ตรองตามคำที่ทรงแสดงและเข้าใจตามทีละน้อยค่ะ
กราบยินดีการประกาศคำจริงเพื่อดำรงคำสอนของพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าค่ะ สาธุ สาธุ สาธุ
กราบเท้าบูชาคุณท่านอาจารย์ด้วยความเคารพยิ่ง