แล้วเราจะทำอะไรเขาได้
โดย ธรรมทัศนะ  18 ต.ค. 2569
หัวข้อหมายเลข 53232

ผู้ฟัง ขณะนี้ มีชาวพุทธมากน้อยขนาดไหนที่มีความเข้าใจในพระธรรม คำสั่งสอนของพระพุทธองค์ แล้วเด็กรุ่นใหม่ก็ไม่ค่อยได้เข้าใจในคำสอนของพระพุทธองค์

ท่านอาจารย์ แล้วเราจะทำอะไรเขาได้ พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัส ใช่ไหม คุณคำปั่น

อ.คำปั่น มีข้อความโดยสรุปเท่าที่พอจะประมวลได้คือ เมื่อเราคถาคตบัญญัติ แสดง เปิดเผย แต่งตั้งธรรม แล้วกระทำให้ตื้นโดยละเอียด โดยประการต่างๆ แต่ผู้นั้นไม่สนใจ แล้วเราจะทำอะไรผู้นั้นได้

ท่านอาจารย์ ส่วนใหญ่ ขณะที่กำลังคิดถึงคนอื่น ลองพิจารณาว่าความเข้าใจธรรมมีไหม ไม่ว่าเรื่องอะไรทั้งหมดที่กำลังคิดถึงคนอื่น เรื่องอื่นทั้งหมด ขณะนั้นความเข้าใจธรรมมีไหม เป็นสิ่งที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแสดง ประโยชน์อยู่ที่ไหน ประโยชน์ไม่ใช่อยู่ที่เราจะไปทำอะไรเขาได้ แต่ประโยชน์อยู่ที่ขณะนั้นปัญญาสามารถรู้ความจริงหรือไม่ว่า ขณะนั้นคืออะไร ต่างกันแล้วใช่ไหม แล้วเรายังจะไปหวังให้เขารู้ความจริงด้วย แต่ต้องไม่ลืมว่า แล้วเราจะทำอะไรเขาได้

เพราะว่าทุกอย่างที่พระองค์ได้ทรงบัญญัติไว้แล้ว ทรงแสดงไว้แล้ว ก็ขึ้นอยู่กับความเข้าใจของแต่ละบุคคล ซึ่งสะสมมาที่จะเห็นประโยชน์ หรือไม่เห็นประโยชน์ คิดที่จะขัดเกลา คิดที่จะเข้าใจขึ้นหรือเปล่า ใครจะทำอะไรเขาได้

ไม่มีหน้าที่ของเราที่จะไปทำอะไรใครได้เลยทั้งสิ้น หน้าที่ก็คือว่า ได้เข้าใจสิ่งที่มีในขณะนั้นตามความเป็นจริงว่าเป็นธรรม ที่สำคัญที่สุดเมื่อเข้าใจแล้ว ปัญญานำไปในสิ่งทั้งปวง สิ่งทั้งปวงที่นี้คือ กุศลธรรมทั้งหมดที่จะเกิดขึ้นเพราะปัญญา ความเพียร ความอดทน ทั้งหมดก็เพราะปัญญา

ถ้าไม่มีปัญญา จะเห็นคุณค่าไหมว่ายากเหลือเกินกว่าใครจะรู้ว่า ขณะนี้เห็นกำลังเกิดดับ แต่ผู้มีปัญญาเห็นว่า ยากเหลือเกินนั่นเอง อดทน อบรม เข้าใจขึ้นทีละเล็กทีละน้อยก็สามารถที่จะรู้ความจริงได้ เป็นสิ่งซึ่งแสดงให้เห็นว่า ทุกอย่างที่พระองค์ได้ทรงแสดงแล้ว และทรงบัญญัติไว้ครบถ้วน

ใครจะไปทำอะไรเขาได้ นอกจากผู้นั้นมีความเข้าใจถูกต้องขณะนั้นว่า ปัญญานำไปในกิจทั้งปวง เมื่อมีความเข้าใจแล้วก็เห็นว่า สิ่งนั้นคนอื่นควรรู้ด้วย ควรเข้าใจด้วย ทำทุกอย่างที่จะทำได้ แต่เราจะทำอะไรเขาได้

ไม่ใช่เรื่องที่เราต้องวิตกกังวล จะต้องให้คนโน้นไปรู้ ให้คนนี้ทำอย่างนั้น ซึ่งเป็นไปไม่ได้เลย นอกจากปัญญานำไปในกิจทั้งปวง คำของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเท่านั้นที่ใครก็ปฏิเสธไม่ได้ คำของพระองค์เป็นคำจริง คำจริงควรเปิดเผย ไม่ใช่หวั่นเกรง กลัวว่าเปิดเผยได้หรือ เดี๋ยวคนอื่นจะคิดอย่างนั้น เดี๋ยวคนนั้นจะคิดอย่างนี้ นั่นไม่ถูกต้องเลย

เพราะเหตุว่า ถ้าเป็นผู้ที่หวังดีจริงๆ ทำไมไม่ให้สิ่งที่เป็นความจริง ที่เป็นความถูกต้องที่สุด นั่นคือ ความหวังดีที่สุด ให้สิ่งที่เป็นความจริง ความถูกต้อง แล้วเขาโกรธ ไม่เห็นเป็นไร ก็นั่นเขา จะไปให้เขาไม่โกรธได้อย่างไร เขาโกรธก็เขาโกรธ ธาตุโกรธเกิดขึ้นแล้วเป็นอย่างนั้น

เราไม่มีหน้าที่อะไรเลยที่จะต้องไปห่วงกังวลว่า คนนั้นจะต้องรู้อย่างนี้ คนนี้จะต้องรู้อย่างนั้น แต่หวังดีให้ทุกคนสามารถที่จะสะสม ซึ่งเราไม่รู้ว่าเขาสะสมมาที่จะเห็นประโยชน์ รู้คุณค่ามากน้อยแค่ไหน และจะสามารถเข้าใจเพิ่มเติมได้แค่ไหน แต่ความหวังดีก็เป็นความหวังดี ซึ่งไม่ย่อท้อ ไม่ท้อถอย ความหวังดีเป็นความหวังดี เพราะปัญญานำไปในกิจทั้งปวงซึ่งจะเป็นประโยชน์

เราไม่เดือดร้อน แต่กล่าวคำของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทั้ง ๓ ปิฎก เท่าที่เราสามารถจะเข้าใจ แล้วช่วยให้คนอื่นได้เข้าใจได้

ปกิณณกธรรม ตอนที่ 1123



ความคิดเห็น 1     โดย shsso2551  วันที่ 18 ต.ค. 2569

กราบอนุโมทนาค่ะ