บ้านธัมมะหลังใหม่ที่ลำพูน
โดย kanchana.c  10 ก.ค. 2559
หัวข้อหมายเลข 27967

เมื่อวันที่ 5 – 7 ก.ค. 59 ท่านอาจารย์สุจินต์ บริหารวนเขตต์พร้อมด้วยสมาชิกบ้านธัมมะ จาก กทม. ประมาณ 50 คน ร่วมเดินทางไปสนทนาธรรมที่ลำพูน เชียงใหม่และพะเยา ซึ่งท่านอาจารย์เดินทางไปสนทนาธรรมที่เชียงใหม่เป็นประจำปีละ 2 ครั้ง ในเดือนมกราคมและเดือนกรกฎาคม


ครั้งนี้พิเศษกว่าครั้งก่อนๆ เพราะไปเปิดบ้านธัมมะ ลำพูน ซึ่งคุณพรทิพย์ พัวสุวรรณ สมาชิกชมรมบ้านธัมมะ มศพ. เลขที่ 53 มีจิตศรัทธามอบที่ดิน 1 ไร่ 2 งาน 41 ตารางวา พร้อมสิ่งปลูกสร้าง ตั้งอยู่ที่บ้านเลขที่ 110 หมู่ 8 บ้านใหม่สันมะนะ ต. ต้นธง อ. เมือง จ. ลำพูน แก่ มศพ. ความจริงท่านอาจารย์ได้ไปสนทนาธรรมที่บ้านนี้ตั้งแต่ปีที่แล้ว แต่คราวนี้ได้ปรับปรุงจนสมบูรณ์แบบด้วยความร่วมมือร่วมใจของสมาชิกชมรมบ้านธัมมะ เชียงใหม่ ซึ่งได้ยินได้ฟังพี่หมูเล่าให้ท่านอาจารย์ฟังถึงความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวที่ต่างก็มาช่วยคุณพรทิพย์ปรับปรุงเตรียมบ้านไว้ต้อนรับท่านอาจารย์และคณะตามความสามารถของตน เพราะต่างอนุโมทนาในศรัทธาของคุณพรทิพย์ พัวสุวรรณ ที่ทำสิ่งที่ทำได้ยาก คือ สละสิ่งที่คนอื่นๆ เห็นว่าควรสะสมไว้เป็นของตนเองให้มากๆ แต่คุณพรทิพย์เห็นว่า สละความติดข้องและสะสมปัญญาสำคัญกว่า นอกจากบริจาคบ้านและที่ดินแล้ว ท่านยังปวารณาที่จะดูแลบ้านไปตลอด โดยที่ มศพ. ไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ แม้ในการปรับปรุงทั้งหมด ขออนุโมทนาในกุศลจิตที่ยิ่งใหญ่ครั้งนี้รวมทั้งกุศลจิตของผู้มีส่วนในการสนทนาธรรมทุกครั้งที่เชียงใหม่ด้วยค่ะ


พวกเราเดินทางจากดอนเมืองโดยหลายสายการบินไปเชียงใหม่แต่เช้า ถึงสนามบินแล้วก็ต่อรถตู้จำนวน 5 คันไปลำพูน อากาศที่เชียงใหม่เย็นสบาย มีสายฝนพรำๆ ตลอดทาง รถแล่นผ่านสวนลำไยที่ออกลูกเต็มต้น ดูร่มรื่นสวยงาม ระยะทางประมาณ 40 กม. จำไม่ได้ว่าผ่านอะไรบ้าง ความจริงไม่เคยไปมาก่อน เป็นครั้งแรกที่เดินทางผ่านสวนลำไยในหมู่บ้านที่ยังดูเป็นชนบท ถึงบ้านใหม่หลังใหญ่สวยกว่าบ้านอื่นๆ ในบริเวณนั้น ก็เห็นป้าย “บ้านธัมมะ” ใช่แล้ว ที่นี่คือ “ศาลาสุธัมมา” ณ ลำพูน สถานที่ที่ทำให้เข้าใจความจริงที่พระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงตรัสรู้และทรงแสดงไว้ดีแล้ว


ก่อนสนทนาธรรมชาวเชียงใหม่ก็จัดเลี้ยงอาหารกลางวันแสนอร่อย มีทั้งอาหารพื้นเมืองและอาหารอื่นๆ แต่ละอย่างก็ทำมาสุดฝีมือ ฉลองศรัทธาเต็มที่จนง่วงในตอนบ่าย (เพราะไม่รู้จักประมาณในการบริโภคเองค่ะ)


ได้เวลาสนทนาธรรมตอนบ่ายสองในห้องโถง แต่ก็สามารถนั่งฟังธรรมได้ทั่วบ้าน ทั้งระเบียง ทั้งใต้ถุน ด้วยระบบเสียงที่ฟังได้รอบทิศ และยังถ่ายทอดสดการสนทนาธรรมผ่านเว็บไซต์สำหรับผู้ไม่มีโอกาสร่วมเดินทางมาถึงลำพูน (ดังนั้นคงไม่ต้องเล่าถึงเนื้อหาการสนทนา เพราะจำไม่ได้ด้วยค่ะ) มีสมาชิกใหม่ๆ ที่ไม่เคยเห็นหลายท่าน แต่ยังไม่ได้พูดคุยกัน เพราะไม่มีเวลา ได้แต่เห็นและยิ้มให้กันด้วยเมตตาจิตเท่านั้น (บางครั้งก็ด้วยความติดข้องว่า เป็นศิษย์ท่านอาจารย์คนเดียวกัน)


หลังสนทนาธรรมจบห้าโมงเย็น เจ้าภาพชาวเชียงใหม่ก็จัดเลี้ยงอาหารเย็น เป็นข้าวต้มปลา ผัดไทยเจ้าอร่อย และของหวานอาหารว่างมากมาย มีอะไรที่ไม่อร่อยบ้างไหม จะได้สำรวมในการรับประทานบ้าง ความอร่อยทำให้ลืมประมาณในการบริโภคทุกที เห็นไหมว่าเป็นทาสของโลภะตลอดเวลา ตอนรับประทานอร่อยก็ลืมว่ากำลังรับใช้โลภะ แต่พอทานอิ่มอึดอัดจึงเริ่มรู้สึกตัวว่าไม่ควรปล่อยตัวปล่อยใจรับประทานมากอย่างนี้ เพราะเป็นทาสโลภะอีกตัวหนึ่งที่อยากผอม ไม่อยากอ้วน แต่ทั้งหมดนั้นเมื่อยังไม่มีปัญญาก็อยู่ไม่ได้ถ้าปราศจากโลภะ เพียงอาหารไม่อร่อยสักมื้อ ก็ขัดเคืองไม่พอใจ บ่นแล้วบ่นอีก จึงต้องฟังธรรมให้เข้าใจเพิ่มขึ้นๆ แม้จะเข้าใจเพียงทีละเล็กละน้อย แต่ก็ยังดีกว่าไม่เข้าใจความจริงเลยว่า ทุกอย่างที่เกิดจึงปรากฏนั้นเป็นความจริงที่มีในขณะเดี๋ยวนี้ ที่เรียกว่า “ธรรม” ที่ไม่ใช่สัตว์ บุคคล ตัวตน ไม่ใช่เรา ไม่ใช่ของเรา เพียงเกิดขึ้นชั่วขณะแสนสั้นแล้วก็ดับไป ไม่กลับมาอีก จะอยาก จะไม่อยาก จะรับประทานแล้ว คิดว่าจะไม่รับประทานมากอย่างนี้อีก ก็ล้วนแต่เป็นธรรมแต่ละอย่างที่เกิดขึ้นแล้ว ดับไปแล้วทั้งสิ้น ถ้ายังไม่รู้ไม่เข้าใจความจริงอย่างนี้ ก็ต้องให้โลภะนำไปในกิจทั้งปวง เป็นทาสกันต่อไป เหมือนคนตาบอดต้องอาศัยตาคนอื่น จนกว่าจะค่อยๆ ไถ่ถอนความเป็นทาสด้วยความเข้าใจเพิ่มขึ้นๆ จนเป็นไทจากโลภะ มีปัญญานำไปในกิจทั้งปวงในที่สุด
หลังอาหารเย็นก็นั่งรถตู้เป็นขบวนเข้าไปในเมืองเชียงใหม่เพื่อพักผ่อนที่โรงแรมที่จัดสนทนาธรรมทั้งเช้าและบ่ายในวันที่ 6 ก.ค. 59


มีผู้สนทนาธรรมถามปัญหาร้อนเกี่ยวกับพระวินัยมากมาย จนเลยเวลาบ่ายสามโมง มีผู้บอกว่า เชียงใหม่รถติดควรรีบเดินทางไปพะเยา เพราะระยะทางกว่า 200 กม. จะถึงค่ำเกินไป แต่ท่านอาจารย์ถามว่า อะไรมีประโยชน์กว่ากัน จึงตอบปัญหาต่อ จนสมควรแก่เวลาจึงขึ้นรถตู้เดินทางต่อไปที่พะเยา


ไม่เคยไปพะเยามาก่อน รู้จักแต่กว้านพะเยาจากเพลง รถแล่นขึ้นเขาลงเขาคดเคี้ยว ผ่านป้ายที่บอกว่า โค้งอันตรายมากมาย ทำไมไม่สร้างให้ไม่มีอันตรายนะ หรือทำป้ายบอกไว้ง่ายกว่า จึงตื่นตัวไม่กล้าหลับ เพราะป้ายโค้งอันตรายที่ปักไว้เป็นระยะๆ แต่ก็ดีที่เป็นผู้อาวุโสได้นั่งหน้า จึงไม่เมารถ สองข้างทางไม่ได้มีแต่โค้งอันตราย ยังมีทิวทัศน์สวยงามของป่าเขา ทุ่งข้าวเขียวขจี มองเห็นเทือกเขาสีฟ้าครามไกลๆ บางช่วงเป็นทะเลหมอก เพราะมีฝนตกเกือบตลอดทาง คนขับรถบอกว่า ทางที่มามีทิวทัศน์สวยงามกว่าทางอื่น ถึงโรงแรมเกทเวย์พะเยาก็ค่ำ ที่มาพะเยาเพราะคุณเล็ก สุรภา ภวนานันท์ เธอเห็นว่า มาแค่เชียงใหม่น้อยไป จึงเป็นเจ้าภาพทั้งค่าอาหารและโรงแรมสำหรับทุกคน จัดสนทนาธรรมในช่วงเช้าที่พะเยา กราบขอบคุณและอนุโมทนาในกุศลจิตด้วยค่ะ มีผู้สนใจจากเมืองพะเยามาฟังหลายคน แต่ไม่ได้คุยกันเช่นเคย ได้ร่วมรับประทานอาหารกับสุภาพสตรีสูงวัย 2 ท่านที่นั่งรถไฟจากนครสวรรค์มาฟังถึงพะเยา ถ้าเข้าใจธรรมแล้ว ก็มีศรัทธามุ่งมั่นที่จะติดตามมาฟัง ไม่ว่าจะไกลแค่ไหนก็ตาม ขออนุโมทนาค่ะ


กิจกรรมทั้งหมดที่เล่ามานั้นจะมีไม่ได้เลยถ้าไม่มีท่านอาจารย์สุจินต์ บริหารวนเขตต์ เพียงท่านเดียว เพราะท่านได้สะสมความรู้ความเข้าใจธรรมและอุทิศตนเผยแพร่พระธรรมที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงตรัสรู้และแสดงไว้ดีแล้วมายาวนานถึง 60 ปี (ท่านเริ่มบรรยายธรรมตั้งแต่ปี 2499) ผู้ฟังหลายท่านได้ติดตามฟังจากวิทยุ ไม่เคยเห็นท่านเลย เมื่อได้ทราบข่าวก็เดินทางมาจากที่ไกลๆ เพื่อมากราบท่านสักครั้ง แม้เราจะได้ใกล้ชิดกับท่านอาจารย์ ยิ่งเห็นท่านเผยแพร่พระธรรมโดยไม่นึกถึงความเหนื่อยล้าของท่านเอง ก็ยังอยากกราบบูชาคุณของท่านบ่อยๆ เพราะเพียงแต่ติดตามฟังเฉยๆ บางครั้งก็ยังหลับ ยังเบื่อ ยังมองดูนาฬิกาบ่อยๆ ว่าเมื่อไรจะหมดเวลา เป็นต้น แต่อกุศลเหล่านั้นก็เกิดแล้ว ไม่ใช่ตัวตน บังคับบัญชาไม่ได้ ไม่อยากให้เกิดเลย ก็ยังเกิดเมื่อยังมีเหตุปัจจัย ไม่ใช่เราจริงๆ (ที่คิดได้อย่างนี้ก็เพราะได้ฟังธรรมที่ท่านอาจารย์บรรยายมา 32 ปี แต่ก็ยังเป็นเพียงความคิด ยังไม่ใช่การประจักษ์แจ้งลักษณะสภาพธรรมใดๆ เลย)

ขอบคุณและอนุโมทนาน้องเบน บุญยวีร์ รัชนี สมาชิกชมรมบ้านธัมมะ อันดับที่ 1234 (จำง่าย) ผู้ช่วยประชาสัมพันธ์และช่างภาพของ มศพ. ช่วยใส่ภาพประกอบเรื่อง เพราะคุณวันชัย ภู่งาม ประชาสัมพันธ์และช่างภาพตัวจริงไม่ได้ร่วมเดินทางไปด้วย

กราบเท้าท่านอาจารย์สุจินต์ บริหารวนเขตต์ ด้วยความเคารพยิ่ง
ขอนอบน้อมแด่พระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้นด้วยเศียรเกล้า



ความคิดเห็น 1    โดย ํํญาณินทร์  วันที่ 10 ก.ค. 2559

อยากทราบครับ บ้านธัมมะ มศพ เลขที่ 53 อยู่หมู่ที่เท่าไหร่ครับ ของตำบล ต้นธง อ.เมือง จ.ลำพูน และมีเบอร์ติดต่อไหมครับ เพราะผมอยู่ที่ ลำพูน และอยู่ ตำบล ต้นธง ครับ โอกาสหน้าถ้ามีการสนทนาอีก จะได้มีโอกาสเข้าร่วมรับฟังด้วย ครับ

ขอขอบพระคุณ และ ขออนุโมทนา สาธุ สาธุ สาธุ ครับ


ความคิดเห็น 2    โดย khampan.a  วันที่ 10 ก.ค. 2559
อ้างอิงจาก ความคิดเห็นที่ 1 โดย ํํญาณินทร์

อยากทราบครับ บ้านธัมมะ มศพ เลขที่ 53 อยู่หมู่ที่เท่าไหร่ครับ ของตำบล ต้นธง อ.เมือง จ.ลำพูน และมีเบอร์ติดต่อไหมครับ เพราะผมอยู่ที่ ลำพูน และอยู่ ตำบล ต้นธง ครับ โอกาสหน้าถ้ามีการสนทนาอีก จะได้มีโอกาสเข้าร่วมรับฟังด้วย ครับ

ขอขอบพระคุณ และ ขออนุโมทนา สาธุ สาธุ สาธุ ครับ

๑๑๐ หมู่ ๘ บ้านใหม่สันมนะ ต.ต้นธง อ.เมือง จ. ลำพูน คุณญาณินทร์สามารถติดต่อพี่แจ๊ค (คุณสุทธิพงศ์) ได้เลยนะครับ ที่ ๐๘๑ ๘๓๒๐๕๗๗ โดยที่ทุกวันเสาร์ สมาชิกชมรมบ้านธัมมะ จะมารวมกัน ณ บ้านธัมมะ หลังใหม่ นี้ เพื่อสนทนาธรรม และรับชมการถ่ายทอดสดการสนทนาธรรม จากมูลนิธิศึกษาและเผยแพร่พระพุทธศาสนา ครับ


ความคิดเห็น 3    โดย ปาริชาตะ  วันที่ 10 ก.ค. 2559

กราบขอบพระคุณ และขออนุโมทนาค่ะ


ความคิดเห็น 4    โดย Tommy9  วันที่ 10 ก.ค. 2559

ขออนุโมทนาครับ


ความคิดเห็น 5    โดย j.jim  วันที่ 10 ก.ค. 2559

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาค่ะ


ความคิดเห็น 6    โดย ธนฤทธิ์  วันที่ 10 ก.ค. 2559

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาครับ


ความคิดเห็น 7    โดย thilda  วันที่ 10 ก.ค. 2559

กราบขอบพระคุณ และขออนุโมทนาค่ะ


ความคิดเห็น 9    โดย siraya  วันที่ 11 ก.ค. 2559

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาค่ะ


ความคิดเห็น 10    โดย ํํญาณินทร์  วันที่ 11 ก.ค. 2559

ขอบพระคุณมาก และขออนุโมทนาครับ


ความคิดเห็น 11    โดย Noparat  วันที่ 11 ก.ค. 2559

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาค่ะ


ความคิดเห็น 12    โดย jaturong  วันที่ 11 ก.ค. 2559

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาครับ


ความคิดเห็น 13    โดย ใหญ่ราชบุรี  วันที่ 12 ก.ค. 2559

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาค่ะ


ความคิดเห็น 14    โดย peem  วันที่ 16 ก.ค. 2559

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาค่ะ


ความคิดเห็น 15    โดย wirat.k  วันที่ 17 ก.ค. 2559

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาครับ


ความคิดเห็น 16    โดย Patchanon  วันที่ 9 เม.ย. 2560

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาครับ


ความคิดเห็น 17    โดย เฉลิมพร  วันที่ 13 เม.ย. 2566

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาครับ