[เล่มที่ 17] พระสุตตันตปิฎก มัชฌิมนิกาย มูลปัณณาสก์ เล่ม ๑ ภาค ๑ - หน้า 1 - 2
๑. มูลปริยายสูตร
(๑) ข้าพเจ้าได้สดับมาอย่างนี้
สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคเจ้าประทับอยู่ ณ ควงไม้พญารัง ในสุภควัน เขตเมืองอุกกัฏฐา. ณ ที่นั้นแล พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสเรียกภิกษุทั้งหลายว่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย. ภิกษุเหล่านั้น ทูลรับพระผู้มีพระภาคเจ้าว่า พระเจ้าข้า. พระผู้มีพระภาคเจ้าได้ตรัสพระพุทธพจน์นี้ว่า.
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เราจักแสดงเหตุที่เป็นมูลของธรรมทั้งปวงแก่พวกเธอ พวกเธอจงฟังเหตุนั้น จงใส่ใจให้ดี เราจักกล่าว.
ภิกษุเหล่านั้นทูลรับพระผู้มีพระภาคเจ้าว่า อย่างนั้น พระเจ้าข้า.
(๒) พระผู้มีพระภาคเจ้าได้ตรัสพระพุทธพจน์นี้ว่า ดูก่อนภิกษุทั้งทลาย ปุถุชนในโลกนี้ ไม่ได้สดับ ไม่ได้เห็นพระอริยะ ไม่ฉลาดในธรรมของพระอริยะ ไม่ได้รับแนะนําในธรรมของพระอริยะ ไม่ได้เห็นสัตบุรุษ ไม่ฉลาดในธรรมของสัตบุรุษ ไม่ได้รับแนะนําในธรรมของสัตบุรุษ.
ย่อมหมายรู้ธาตุดิน โดยความเป็นธาตุดิน ครั้นหมายรู้ธาตุดินโดยความเป็นธาตุดินแล้ว ย่อมสําคัญหมายธาตุดิน ย่อมสําคัญหมายในธาตุดิน ย่อมสําคัญหมายโดยความเป็นธาตุดิน ย่อมสําคัญหมายธาตุดินว่าของเรา ย่อมยินดียิ่งซึ่งธาตุดิน. ข้อนั้นเพราะเหตุอะไร.? เราตถาคตกล่าวว่าเพราะเขาไม่ได้กําหนดรู้.
ย่อมหมายรู้ธาตุน้ํา โดยความเป็นธาตุน้ํา ครั้นหมายรู้ธาตุน้ําโดยความเป็นธาตุน้ําแล้ว ย่อมสําคัญหมายธาตุน้ํา ย่อมสําคัญหมายในธาตุน้ํา ย่อมสําคัญหมายโดยความเป็นธาตุนั้น ย่อมสําคัญหมายธาตุน้ําว่าของเรา ย่อมยินดียิ่งซึ่งธาตุน้ํา. ข้อนั้นเพราะเหตุอะไร? เราตถาคตกล่าวว่า เพราะเขาไม่ได้กําหนดรู้.
ย่อมหมายรู้ธาตุไฟ โดยความเป็นธาตุไฟ ครั้นหมายรู้ธาตุไฟโดยความเป็นธาตุไฟแล้ว ย่อมสําคัญหมายธาตุไฟ ย่อมสําคัญหมายในธาตุไฟ ย่อมสําคัญหมายโดยความเป็นธาตุไฟ ย่อมสําคัญหมายธาตุไฟว่าของเรา ย่อมยินดียิ่งซึ่งธาตุไฟ ข้อนั้นเพราะเหตุอะไร? เราตถาคตกล่าว่า เพราะเขาไม่ได้กําหนดรู้.
ย่อมหมายรู้ธาตุลม โดยความเป็นธาตุลม ครั้นหมายรู้ธาตุลมโดยความเป็นธาตุลมแล้ว ย่อมสําคัญหมายธาตุลม ย่อมสําคัญหมายในธาตุลม ย่อมสําคัญหมายโดยความเป็นธาตุลม ย่อมสําคัญหมายธาตุลมว่าของเรา ย่อมยินดียิ่งซึ่งธาตุลม. ข้อนั้นเพราะเหตุอะไร? เราตถาคตกล่าวว่า เพราะเขาไม่ได้กําหนดรู้.