
สนทนาธรรมที่ ...
มูลนิธิศึกษาและเผยแพร่พระพุทธศาสนา
พระสูตร ที่นำมาสนทนาที่มูลนิธิฯ
วันเสาร์ ๑๗ พ.ค. ๒๕๕๑ เวลา ๐๙:๐๐ - ๑๒:๐๐น. คือ
๕. โลกสูตร
ว่าด้วยบุคคล ๓ จำพวกอุบัติขึ้นในโลก
[เล่มที่ 45] พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อิติวุตตก เล่ม ๑ ภาค ๔ - หน้า 513

[เล่มที่ 45] พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อิติวุตตก เล่ม ๑ ภาค ๔ - หน้า 513
๕. โลกสูตร
ว่าด้วยบุคคล ๓ จำพวกอุบัติขึ้นในโลก
[๒๖๓] ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย บุคคล ๓ จำพวกนี้ เมื่ออุบัติขึ้นในโลกย่อมอุบัติขึ้นเพื่อเกื้อกูลแก่ชนเป็นอันมาก เพื่อความสุขแก่ชนเป็นอันมาก เพื่ออนุเคราะห์โลก เพื่อประโยชน์ เพื่อเกื้อกูล เพื่อความสุขแก่เทวดาและมนุษย์ทั้งหลาย บุคคล ๓ จำพวกเป็นไฉน.
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย พระตถาคตเสด็จอุบัติขึ้นในโลกนี้ เป็นพระอรหันต์ ตรัสรู้เองโดยชอบ ถึงพร้อมด้วยวิชชาและจรณะ เสด็จไปดีแล้ว ทรงรู้แจ้งโลก เป็นสารถีฝึกบุรุษที่ควรฝึก ไม่มีผู้อื่นยิ่งกว่า เป็นศาสดาของเทวดาและมนุษย์ทั้งหลาย เป็นผู้เบิกบานแล้ว เป็นผู้จำแนกธรรม พระตถาคตพระองค์นั้นทรงแสดงธรรมงามในเบื้องต้นงามในท่ามกลาง งามในที่สุด ประกาศพรหมจรรย์พร้อมทั้งอรรถทั้งพยัญชนะ บริสุทธิ์บริบูรณ์สิ้นเชิง
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย บุคคลที่ ๑ นี้ เมื่ออุบัติขึ้นในโลก ย่อมอุบัติขึ้นเพื่อเกื้อกูลแก่ชนเป็นอันมาก เพื่อความสุขแก่ชนเป็นอันมากเพื่ออนุเคราะห์โลก เพื่อประโยชน์ เพื่อเกื้อกูล เพื่อความสุขแก่เทวดาและมนุษย์ทั้งหลาย.
อีกประการหนึ่ง พระสาวกของพระศาสดาพระองค์นั้นแหละเป็นพระอรหันตขีณาสพ อยู่จบพรหมจรรย์ ทำกิจที่ควรทำเสร็จแล้ว ปลงภาระลงแล้ว มีประโยชน์ของตนอันบรรลุแล้ว มีสังโยชน์ในภพสิ้นแล้ว หลุดพ้นแล้วเพราะรู้โดยชอบ สาวกนั้นแสดงธรรมงามในเบื้องต้น งามในท่ามกลาง งามในที่สุด ประกาศพรหมจรรย์พร้อมทั้งอรรถทั้งพยัญชนะ บริสุทธิ์บริบูรณ์สิ้นเชิง
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย แม้บุคคลที่ ๒ นี้ เมื่ออุบัติขึ้นในโลกย่อมอุบัติขึ้นเพื่อเกื้อกูลแก่ชนเป็นอันมาก เพื่อความสุขแก่ชนเป็นอันมาก เพื่ออนุเคราะห์โลก เพื่ออประโยชน์ เพื่อเกื้อกูล เพื่อความสุขแก่เทวดาและมนุษย์ทั้งหลาย.
อีกประการหนึ่ง พระสาวกของพระศาสดาพระองค์นั้นแหละ ยังเป็นผู้ศึกษาปฏิบัติอยู่ มีพระปริยัติธรรมสดับมามาก ประกอบด้วยศีลและวัตร แม้พระสาวกนั้นก็แสดงธรรมงามในเบื้องต้น งามในท่ามกลาง งามในที่สุด ประกาศพรหมจรรย์พร้อมทั้งอรรถทั้งพยัญชนะบริสุทธิ์บริบูรณ์สิ้นเชิง
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย บุคคลที่ ๓ นี้ เมื่ออุบัติขึ้นในโลกย่อมอุบัติขึ้นเพื่อเกื้อกูลแก่ชนเป็นอันมาก เพื่อความสุขแก่ชนเป็นอันมาก เพื่ออนุเคราะห์โลก เพื่อประโยชน์ เพื่อเกื้อกูล เพื่อความสุขแก่เทวดาและมนุษย์ทั้งหลาย
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย บุคคล ๓ จำพวกนี้แล เมื่ออุบัติขึ้นในโลก ย่อมอุบัติเพื่อเกื้อกูลแก่ชนเป็นอันมาก เพื่อความสุขแก่ชนเป็นอันมาก เพื่ออนุเคราะห์โลก เพื่อประโยชน์ เพื่อเกื้อกูล เพื่อความสุขแก่เทวดาและมนุษย์ทั้งหลาย.
พระศาสดาแล ผู้แสวงหาคุณอันใหญ่ เป็นบุคคลที่หนึ่งในโลก พระสาวกผู้เกิดตามพระศาสดานั้น ผู้มีตนอันอบรมแล้ว ต่อมาพระสาวกอื่นอีก แม้ยังศึกษาปฏิบัติอยู่ ได้สดับมามาก ประกอบด้วยศีลและวัตร บุคคล ๓ จำพวก เหล่านั้น เป็นผู้ประเสริฐสุดในเทวดาและมนุษย์ บุคคล ๓ จำพวกเหล่านั้น ส่องแสงสว่าง แสดง ธรรมอยู่ ย่อมเปิดประตูแห่งอมตนิพพาน ย่อมช่วยปลดเปลื้องชนเป็นอันมากจากโยคะ ชนทั้งหลายผู้ปฏิบัติตามอริยมรรค ที่พระศาสดา ผู้นำพวก ผู้ยอดเยี่ยมทรงแสดงดีแล้ว เป็นผู้ไม่ประมาทในศาสนาของพระสุคต ย่อมกระทำซึ่งที่สุดแห่งทุกข์ในอัตภาพนี้ได้แท้.
จบโลกสูตรที่ ๕
หมายเหตุ เนื่องจากอรรถกถายาวมากจึงขอโพสต์แค่พระไตรปิฎกครับ

"ทำกิจที่ควรทำเสร็จแล้ว ปลงภาระลงแล้ว"
ขอความอนุเคราะห์ ช่วยให้ท่านผู้รู้ ตีความด้วยครับ
อะไร คือ กิจที่ควรทำ
อะไร คือ ภาระ
กิจที่ควรทำ ในที่นี้หมายถึง การอบรมเจริญปัญญาเพื่อดับกิเลส
ภาระ หมายถึง ขันธภาระ พระอรหันต์ท่านไม่เกิดอีก ท่านไม่มีภาระที่จะต้องดูแลรักษาขันธ์อีกต่อไป
แสดงธรรมงามในเบื้องต้นงามในท่ามกลางงามในที่สุดหมายความว่าอะไรคะ.
ความงามในเบื้องต้น ท่ามกลาง และที่สุด เป็นคุณของพระธรรมที่พระพุทธองค์ตรัสไว้ดีแล้ว ในอรรถกถาอธิบายไว้หลายนัย เช่น งามเบื้องต้นด้วยศีลสมาธิ งามในท่ามด้วยวิปัสสนาและมรรค งามในที่สุดด้วยพระนิพพาน เป็นต้น ....
ขอเชิญคลิกอ่านเพิ่มเติมที่ ธรรมงามในเบื้องต้น งามในท่ามกลาง งามในที่สุด !
ขอขอบพระคุณและอนุโมทนาคุณ study ค่ะ
ความงามในเบื้องต้น ท่ามกลาง และที่สุด เป็นคุณของพระธรรมที่พระพุทธองค์ตรัสไว้ดีแล้ว ในอรรถกถาอธิบายไว้หลายนัย เช่น งามเบื้องต้นด้วยศีลสมาธิ งามในท่ามด้วยวิปัสสนาและมรรค งามในที่สุดด้วยพระนิพพาน เป็นต้น ....
ขอเชิญคลิกอ่านเพิ่มเติมที่ ธรรมงามในเบื้องต้น งามในท่ามกลาง งามในที่สุด !
ขออนุโมทนาค่ะ
ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาค่ะ