อย่างไรเรียกว่า “ปฏิบัติ”
โดย ธรรมทัศนะ  10 ส.ค. 2569
หัวข้อหมายเลข 52903

ผู้ฟัง เรื่องของการศึกษาอภิธรรม หรือ ศึกษาในศาสนา เท่าที่ศึกษามาก็มีคันถธุระกับวิปัสสนาธุระ ทั้ง ๒ อย่าง แล้วในการเรียนอภิธรรมก็จะบอกว่ามีปริยัติ มีปฏิบัติ มีปฏิเวธ

เรียนถามอาจารย์ว่าอย่างไรเรียกว่า “ปฏิบัติ”

ท่านอาจารย์ มีปริยัติ ปฏิบัติ ปฏิเวธ ปริยัติคือฟังแล้วเข้าใจสภาพธรรมที่กำลังปรากฏ ปฏิบัติก็คือสติสัมปชัญญะเกิด เพราะมีปัจจัยคือความเข้าใจที่ถูกต้อง ทำให้มีการระลึกคือรู้ลักษณะของสภาพธรรมที่ปรากฏ ประจักษ์แจ้งเมื่อใดก็เป็นปฏิเวทเมื่อนั้น

ผู้ฟัง นี้คือการปฏิบัติที่เรากำลังศึกษาอยู่ใช่หรือไม่

ท่านอาจารย์ ถูกต้อง ปริยัตินำไปสู่การปฏิบัติ แต่ถ้าเข้าใจไม่ถูกต้อง ปริยัตินั้นจะนำไปสู่การที่จะให้สติสัมปชัญญะเกิด รู้ลักษณะของสิ่งที่กำลังปรากฏก็เป็นไปไม่ได้

ถ้ามีความเข้าใจถูกต้องจริงๆ ขณะนี้มีธรรมกำลังปรากฏ ปัญญาสามารถที่จะรู้ลักษณะของสิ่งที่ปรากฏตามความเป็นจริง จนสามารถที่จะประจักษ์แจ้งความจริง รู้แจ้งอริยสัจจธรรมได้ นี่คือ ปริยัติ ปฏิบัติ ปฏิเวธ

แต่ถ้าไม่รู้ว่าสิ่งที่กำลังปรากฏ ปัญญาจะอบรมจนกว่าจะรู้ แล้วปัญญาจะไปรู้อะไร จะไปทำให้สิ่งที่ไม่เกิด ให้เกิด ซึ่งไม่ใช่การรู้ลักษณะของสิ่งที่มีปัจจัยปรุงแต่งแล้วเกิดแล้วในขณะนี้ตามความเป็นจริง

ผู้ฟัง การปฏิบัติก็คือการปฏิบัติจากสิ่งที่ได้ฟังมา

ท่านอาจารย์ ปฏิบัตินี้คือมรรคปฏิบัติ ไม่ใช่เรา สัมมาทิฏฐิ สัมมาสังกัปปะ สัมมาวายามะ สัมมาสติ สัมมาสมาธิ ๕ องค์

ผู้ฟัง หมายถึงว่า รวมอยู่ในคำสอนทั้งหมด จะเป็นทาน เป็นศีล เป็นบุญกิริยา เป็นกุศล เป็นกรรมบท จะอยู่ในนั้นทั้งหมดอย่างนั้นหรือไม่

ท่านอาจารย์ แสดงให้ทราบว่ากุศลมีหลายอย่าง กุศลที่เป็นทานไม่ใช่มรรค เป็นแต่เพียงการสามารถที่จะสละวัตถุเพื่อประโยชน์สุขแก่บุคคลอื่น ขณะนั้นไม่ติดข้องจึงสามารถจะสละได้ มีความเมตตา มีความกรุณาในบุคคลนั้น ทำให้มีกุศลระดับนั้น

ส่วนกุศลขั้นศีลก็คือไม่เบียดเบียนคนอื่นด้วยกาย วาจา แต่ไม่ใช่หนทางที่จะทำให้รู้แจ้งอริยสัจจธรรมเพียงด้วยการไม่เบียดเบียนบุคคลอื่นด้วยกาย ด้วยวาจา ขณะที่เป็นทาน เป็นศีล ขณะนั้นไม่ใช่การรู้ลักษณะของสภาพธรรม แต่ขณะใดที่มีการศึกษา มีการเข้าใจ ขณะนั้นเป็นภาวนาที่จะอบรมให้ถึงการที่จะรู้แจ้งอริยสัจจธรรมได้

พื้นฐานพระอภิธรรม ตอนที่ 182