
ท่านอาจารย์: เพราะฉะนั้น จะเป็นใครไม่ได้ ที่สำคัญว่าเป็นเราไม่ใช่คนอื่นไม่ใช่เขา ก็มุ่งหมายถึง ธาตุรู้ ที่เป็นขณะหนึ่งๆ ที่เกิดสืบต่อนานแสนนานมาแล้วแต่ละหนึ่งต่างๆ กันไป จึงกล่าวว่า ตน และคนอื่น
แต่ต้องรู้ว่า ตนจริงๆ คืออะไร มีหรือเปล่า?! มีธรรม แต่เมื่อไม่รู้ก็เป็นเรา มั่นคงว่าเป็นตน
แต่ถ้ามีความเข้าใจถูกต้อง ที่เคยเป็นตนเป็นธรรม ค่อยๆ รู้ความจริงของธรรมที่เคยเป็นตนแต่ละหนึ่ง
โกรธหรือ! ใครโกรธ? ติดข้องหรือ! ใครติดข้อง? เคยเป็นเราทั้งหมดก็ค่อยๆ รู้ความจริงว่า เป็นธรรมเท่านั้นที่เกิดขึ้นแล้วดับไป
อ.อรรณพ: นี่ครับ เมื่อพระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสมงคลสูตร มีผู้บรรลุธรรมมากมายเลยครับท่านอาจารย์ แล้วผมเลยได้รับประโยชน์อย่างยิ่งที่ท่านอาจารย์ได้กล่าวตั้งแต่ต้นกับ อ.ธนากร แล้วก็อีกหลายๆ ท่าน เพราะว่า เหมือนกับพระสูตรนี่ครับ อันนี้ก็กราบเรียนสนทนาถามท่านอาจารย์ เหมือนกับพระดำรัสพระสูตรต่างๆ ที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแสดงกับบุคคลต่างๆ บุคคลนั้นที่จะได้รับประโยชน์ เช่น บรรลุคุณธรรมตั้งแต่พระโสดาบันขึ้นไปครับ เหมือนกับท่านเหล่านั้นต้องมีพื้นฐานมีความเข้าใจในความเป็นธรรม ความเป็นธรรมที่ไม่ใช่ตัวตน เป็นธรรมอย่างมั่นคงเหมือนที่ท่านอาจารย์ถาม อ.ณภัทร ผมก็ไตร่ตรองตอบไปด้วยว่า เดี๋ยวนี้มั่นคงหรือยัง มั่นคงแค่ไหน แสดงว่า ท่านทั้งหลายที่ท่านฟังพระสูตร เช่นมงคลสูตร อย่างนี้ครับ ท่านต้องมีความมั่นคงในความเป็นธรรมที่ไม่ตัวไม่ใช่ตน แม้ว่าท่านจะได้ฟังพระดำรัสว่า ตั้งตนไว้ชอบ อัตตสัมมาปณิธิ นี่ก็เป็นมงคลอันอุดม ท่านก็รู้แจ้งอริยสัจจธรรม เหมือนกับว่าท่านมีความเข้าใจในความเป็นธรรมจนมั่นคงแล้ว ท่านถึงได้รับประโยชน์จากพระดำรัสของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าครับ ท่านอาจารย์ช่วยขยายหน่อยครับ
ท่านอาจารย์: ก่อนอ่านหนังสือออก มีตัวหนังสือไหม?
อ.อรรณพ: มีครับ
ท่านอาจารย์: แต่อ่านไม่ออกใช่ไหม?
อ.อรรณพ: อ่านไม่ออกครับ
ท่านอาจารย์: ไม่รู้ว่าอะไรใช่ไหม?
อ.อรรณพ: ไม่รู้ว่าอะไรครับ
ท่านอาจารย์: ถ้ารู้ทีละหนึ่ง ค่อยๆ เข้าใจขึ้น อ่านออกใช่ไหม?
อ.อรรณพ: เริ่มจะเข้าใจแล้ว ใช่ครับ
ท่านอาจารย์: เพราะฉะนั้น เมื่ออ่านออกแล้ว เจออีกก็อ่านอีกได้ใช่ไหม?
อ.อรรณพ: เจออีกก็อ่านอีกได้ คล่องขึ้นเรื่อยๆ ครับ
ท่านอาจารย์: เคยฟังเคยเข้าใจความหมายของธรรมมาแล้ว อ่านออกแล้วว่า เป็นธรรม
เพราะฉะนั้น ได้ฟังอีก เพียงได้ฟังก็อ่านออกเลยว่า เป็นธรรมทั้งหมด
อ.อรรณพ: เพียงได้ฟัง
ท่านอาจารย์: เพราะเคยค่อยๆ อ่านมาจนกระทั่งคล่องแคล่ว พอเห็นก็อ่านได้เลย ไม่ต้องไปดูหัวมันตัวมัน ยาวสั้น อยู่ข้างบนข้างล่าง ใช่ไหม? แล้วจะอ่านว่าอะไร? ก็ธรรมทั้งหมดนี่แหละยังอ่านไม่ออกเลย จนกว่าจะอ่านออกว่าเป็นธรรม
เมื่ออ่านออกจนชำนาญแล้ว เพียงได้ยิน คำ ของธรรมทั้งหมดเข้าใจได้หมด เพราะอ่านออกมาแล้ว ได้ยินอีกเห็นอีกฟังอีกอ่านอีกเข้าใจทันที ต้องรอไปตั้งต้นอ่านอีกไหม?
อ.อรรณพ: ไม่ต้อง เพราะว่าได้มีการค่อยๆ อ่านมาใน แต่ละหนึ่ง แต่ละตัวอักษรๆ นะครับ จนได้ยินแล้วซาบซึ้งกับพระอริยสาวกทั้งหลายที่ท่านได้ฟังพระธรรมนะครับ อย่างมงคลสูตร พระองค์ตรัส ๓๘ ประการเป็นพระคาถา ท่านทั้งหลายที่ท่านสะสมการอ่านพระธรรมออก ท่านก็เข้าใจได้ทันที
ท่านอาจารย์: อ่านตัวธรรมทันทีที่ได้ฟัง
อ.อรรณพ: อ่านตัวธรรมทันทีที่ได้ฟัง คำที่เป็นสัปปายะที่จะเป็นปัจจัยให้ปรุงแต่ง และอ่านตัวธรรมที่กำลังปรากฏในขณะนั้น จนประจักษ์ความเกิดขึ้น และดับไปไม่เหลือ กราบเท้าท่านอาจารย์ ท่านทั้งหลายจึงได้รู้แจ้งอริยสัจจธรรมกันไปมากมาย ไม่ใช่ว่าคนที่อ่านไม่ออกเพราะไม่เคยที่จะได้ฝึกอ่าน แต่ละตัวๆ ของอักษรมาเลย พอไม่ได้ยินคำอย่างนี้ ตั้งตนไว้ชอบ ก็กลับตั้งตนไว้ผิดเพราะว่าไม่ได้เป็นไปตามพระดำรัสของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าที่ตรัสไว้โดยชอบธรรม
นึกถึงข้อความในพระไตรปิฎกว่า เป็นอันตรายของผู้ที่ศึกษาพระสูตร ก็เป็นปัจจัยให้เห็นผิด อันตรายของการศึกษาพระสูตร คือให้เห็นผิดคิดว่ามีตัวเราที่จะทำการตั้งตน ตั้งตัวเรานี่ไว้ชอบ แล้วก็เหมือนกับดีนะครับ
วันก่อนผมก็เปิดดูในอินเทอร์เน็ต เขาพูดถึงมงคล ๓๘ กัน โดยข้อก็เรียงดีแหละ ๑ - ๓๘ แต่ว่าคำอธิบายนั้นเป็นทั่วๆ ไป เป็นผิวเผินซึ่งทำให้พระธรรมวินัยลบเลือนไป ก็ต้องกราบเท้าท่านอาจารย์ที่ดำรงพระธรรมอันลึกซึ้ง เพราะฉะนั้น ถ้าเราไม่ได้อ่านแต่ละตัวอักษรออก เราก็อ่านหนังสือไม่ออกฉันใด การที่จะแม้ฟังคำของพระองค์ที่จะเข้าใจในขั้นการฟัง สุตตมยปัญญายังไม่มี แล้วจะไปมีในขั้นที่อ่านตรงสภาพธรรมนั้นได้อย่างไร
แต่ผู้ที่ท่านได้ฝึกการที่ได้อบรมความเข้าใจในสภาพธรรมที่กำลังปรากฏมาแล้ว เมื่อท่านได้ยินข้อความอะไรทั้งหลาย ท่านก็สามารถที่จะอ่านตัวธรรมที่กำลังปรากฏในขณะนี้ได้ เป็นประโยชน์อย่างยิ่งครับท่านอาจารย์ที่จะไม่ไปในทางผิด ไม่เป็นผู้ที่ตั้งตนไว้ผิดครับ แล้วก็ค่อยๆ ที่จะมีความมั่นคง ท่านอาจารย์ถามว่า เดี๋ยวนี้มั่นคงแค่ไหน ระดับไหน? ก็ตามระดับความเข้าใจที่ค่อยๆ จะเพิ่มขึ้น กราบเท้าขอบพระคุณท่านอาจารย์ครับ
อ.ธนากร: กราบขอบพระคุณ อ.อรรณพ อย่างยิ่งครับ เป็นประโยชน์อย่างยิ่งครับ ทั้งข้อความที่การตั้งตนไว้ผิดจากที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสไว้โดยชอบครับ ไพเราะอย่างยิ่งครับ ยิ่งพอท่านอาจารย์ได้กล่าวถึงเรื่องการอ่านตัวธรรม แล้วก็อุปมากับการอ่านหนังสือที่ตัวหนังสือก็มีอยู่แล้ว แต่ไม่เคยอ่านออก ก็ต้องฝึกอ่านให้ออก ท่านอาจารย์อุปมาธรรมที่ก็มีตัวเขาอยู่แล้ว แต่ว่าไม่เคยอ่านออกเลย คือไม่เคยเข้าใจภาวะความเป็นจริงเลยว่าคืออะไรครับ
ตอนนี้พวกเราก็กำลังค่อยๆ ฝึกอ่านอยู่ครับ จากการที่อาศัยคำของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ที่จะเข้าใจคำของพระองค์ขึ้นเรื่อยๆ ครับ
ขอเชิญอ่านเพิ่มได้ที่ ..
การตั้งตนไว้ผิด [สุตตนิบาต]
กราบเท้าบูชาคุณท่านอาจารย์สุจินต์ บริหารวนเขตต์ ด้วยความเคารพยิ่งค่ะ
และกราบยินดีในกุศลจิตของ อ.อรรณพ อ.ธนากร ด้วยค่ะ
กราบ ท่านอาจารย์ทุกท่านค่ะ
มาหัดอ่านค่ะ
กราบยินดีอนุโมทนาค่ะ
กราบเท้าบูชาคุณท่านอาจารย์ ด้วยความเคารพยิ่ง
ยินดีในกุศลจิตครับ
กราบเท้าบูชาคุณท่านอาจารย์ด้วยความเคารพยิ่ง
ขอบพระคุณน้องเมตตามากค่ะ
ยินดียิ่งในกุศลทุกประการนะคะ