อบรมเจริญบารมีเพื่อถึงการดับกิเลส
โดย khampan.a  18 พ.ย. 2564
หัวข้อหมายเลข 40431

หทเย นิเธตพฺพยุตฺตกํ
(ข้อความที่ควรเก็บไว้ในหทัย)
[๕๘๐]

อบรมเจริญบารมีเพื่อถึงการดับกิเลส


สำหรับบารมีทั้ง ๑๐ มีโลภะ เป็นปฏิปักษ์ (ข้าศึก,ตรงกันข้าม) เพราะฉะนั้นต้องไม่ลืมเลยว่าการที่ท่านจะเจริญบารมี (ความดีที่ทำให้ถึงฝั่งของการดับกิเลส) นั้น ไม่ใช่เพราะต้องการผลของกุศล แต่ต้องเป็นเพราะเห็นโทษของอกุศลแต่ละประเภท ไม่ใช่ว่าท่านต้องการเจริญบารมีเพื่อผลคือสังสารวัฏฏ์ (เวียนว่ายตายเกิด) แต่บำเพ็ญบารมีเพื่อที่จะขัดเกลากิเลสจนกว่าจะดับสังสารวัฏฏ์ได้ เพราะเหตุว่าการดับสังสารวัฏฏ์ หมายความถึงการดับกิเลสทั้งหมด เมื่อไม่มีกิเลสสังสารวัฏฏ์จึงจบได้ แต่ถ้าตราบใดยังมีกิเลสอยู่ก็ไม่ใช่หนทางที่จะสิ้นสังสารวัฏฏ์ เพราะฉะนั้นไม่ใช่ทำกุศลเพื่อหวังผลของกุศลในสังสารวัฏฏ์

ด้วยเหตุนี้ผู้ที่เห็นโทษของความตระหนี่ จึงให้ทาน บำเพ็ญทานบารมี ผู้ที่เห็นโทษในความเป็นผู้ทุศีล จึงรักษาศีล เห็นว่าการไม่สำรวมกายวาจา และการที่กายวาจาประพฤติในทางทุจริต ย่อมนำโทษมาให้ แม้แต่เพียงคำพูดซึ่งถ้าไม่สำรวมก็อาจจะไม่รู้เลยว่า นำโทษมาให้แล้วกับผู้พูดและกับบุคคลอื่นด้วย เพราะฉะนั้นในเรื่องของกาย ในเรื่องของวาจา ถ้าเป็นผู้ที่เห็นโทษในความเป็นผู้ทุศีล จึงรักษาศีลหรือสำรวมกายและวาจาขึ้น

เพราะเห็นโทษในกาม และในการครองเรือน จึงมีอัธยาศัยในเนกขัมมะ (ออกจากกาม)

เพราะเห็นโทษในความไม่รู้และความสงสัย จึงมีอัธยาศัยในการรู้ตามความเป็นจริง คือ อบรมเจริญปัญญา

เพราะเห็นโทษในการเกียจคร้าน จึงมีความเพียร

เพราะเห็นโทษในความไม่อดทน จึงมีความอดทน

เพราะเห็นโทษในการพูดผิด จึงมีอัธยาศัยในสัจจะ

เพราะเห็นโทษในความไม่ตั้งใจมั่น จึงมีอัธยาศัยในความตั้งใจมั่น

เพราะเห็นโทษในพยาบาท จึงมีอัธยาศัยในเมตตา

เพราะเห็นโทษในโลกธรรม จึงมีอัธยาศัยในการวางเฉย

นี่ก็เป็นบารมีทั้ง ๑๐ ซึ่งก็จะต้องค่อยๆ สะสมอบรมไป


กราบเท้าบูชาคุณ ท่านอาจารย์สุจินต์ บริหารวนเขตต์ ที่เคารพยิ่ง

อ่านหัวข้ออื่นๆ คลิกที่นี่ ... เก็บไว้ในหทัย



ความคิดเห็น 1    โดย chatchai.k  วันที่ 18 พ.ย. 2564

ขออนุโมทนาครับ


ความคิดเห็น 2    โดย เฉลิมพร  วันที่ 18 พ.ย. 2564

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาครับ


ความคิดเห็น 3    โดย Dusita  วันที่ 20 พ.ย. 2564

กราบ อนุโมทนา ค่ะ