๓. อัญญตราเถรีภิกขุนีคาถา
โดย บ้านธัมมะ  21 พ.ย. 2564
หัวข้อหมายเลข 40700

[เล่มที่ 54] พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย เถรีคาถา เล่ม ๒ ภาค ๔

เถรีคาถา ทุกนิบาต

๓. อัญญตราเถรีภิกขุนีคาถา


อ่านหัวข้ออื่นๆ ... [เล่มที่ 54]



ความคิดเห็น 1     โดย บ้านธัมมะ  วันที่ 28 ม.ค. 2565

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย เถรีคาถา เล่ม ๒ ภาค ๔ - หน้า 49

๓. อัญญตราเถรีภิกขุนีคาถา

[๔๒๒] เราพ้นดีแล้ว พ้นดีแล้ว เป็นผู้พ้นแล้วโดยชอบจากสาก จากสามีผู้ไม่มีหิริ จากร่ม จากหม้อข้าวและจากงูน้ำ

เราตัดราคะและโทสะขาดแล้วอยู่ เรานั้นเข้าไปยังโคนไม้ เพ่งฌานโดยความสุขว่า โอ!ความสุข.

จบ อัญญตราเถรีภิกขุนีคาถา

๓. อรรถกถาสุมังคลมาตุเถรีคาถา (๑)

คาถาว่า สุมุตฺติกา เป็นต้น เป็นคาถาของพระเถรีผู้เป็นมารดาของ พระสุมังคลเถระ.

แม้พระเถรีองค์นี้ก็ได้สร้างสมบุญบารมีไว้ในพระพุทธเจ้าพระองค์ก่อนๆ สั่งสมกุศลไว้ในภพนั้นๆ ในพุทธุปปาทกาลนี้บังเกิดในตระกูลยากจนในกรุงสาวัตถี เจริญวัยแล้วบิดามารดายกให้แก่ช่างจักสานคนหนึ่ง ได้บุตรคนหัวปีเป็นผู้เกิดในภพสุดท้าย (คือจะถึงความเป็นพระอรหันต์ในชาตินี้)


(๑) บาลี เป็น อัญญตราเถรีภิกขุนี.


ความคิดเห็น 2     โดย บ้านธัมมะ  วันที่ 28 ม.ค. 2565

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย เถรีคาถา เล่ม ๒ ภาค ๔ - หน้า 50

บุตรหัวปีนั้นได้นามว่าสุมังคละ ตั้งแต่นั้นมา นางนั้นเขารู้กันทั่วไปว่า สุมังคลมารดา. แต่เพราะชื่อและโคตรของนางไม่ปรากฏฉะนั้นท่านจึงกล่าวไว้ในบาลีว่า ภิกษุณีเถรีองค์หนึ่งไม่ปรากฏชื่อ. แม้บุตรของนางนั้น ครั้นรู้ความแล้วก็บวช ได้บรรลุพระอรหัตพร้อมด้วยปฏิสัมภิทาทั้งหลาย ได้ปรากฏชื่อว่า พระสุมังคลเถระ. มารดาของพระเถระนั้นบวชในหมู่ภิกษุณี เจริญวิปัสสนาอยู่

วันหนึ่งพิจารณาความลำบากที่ตนได้ในเวลาเป็นคฤหัสถ์ เกิดความสังเวช เจริญวิปัสสนา ได้บรรลุพระอรหัตพร้อมด้วยปฏิสัมภิทาทั้งหลาย ได้เปล่งอุทานกล่าวคาถาสองคาถาเหล่านี้ว่า

เราพ้นดีแล้ว พ้นดีแล้ว เป็นผู้พ้นแล้วโดยชอบจากสาก จากสามีผู้ไม่มีหิริ จากร่ม จากหม้อข้าวและจากงูน้ำ

เราตัดราคะและโทสะขาดแล้วอยู่ เรานั้นเข้าไปยังโคนไม้ เพ่งฌานโดยความสุขว่า โอ!ความสุข.

บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า สุมุตฺติกา แปลว่า พ้นดีแล้ว ก็ ก อักษรเป็นเพียงทำบทให้เต็ม ความว่า พ้นแล้วด้วยดีหนอ. พระเถรีนั้นเห็นสมบัติที่ตนได้ในพระศาสนา จึงเรียกด้วยความเลื่อมใสหรือด้วยสรรเสริญสมบัตินั้น กล่าวว่า สุมุตฺติกา สุมุตฺติกา แต่เมื่อแสดงความหลุดพ้นจากสิ่งที่ตนรังเกียจเป็นพิเศษในเวลาเป็นคฤหัสถ์ จึงกล่าวคำเป็นต้นว่า สาธุมุตฺติกามฺหิ (เป็นผู้พ้นดีแล้ว) ดังนี้

บรรดาบทเหล่านั้น. บทว่า สาธุ มุตฺติกามฺหิ ความว่า เราเป็นผู้พ้นโดยชอบทีเดียวหนอ.

บทว่า มุสลสฺส แปลว่า จากสาก เล่ากันมาว่า พระเถรีนี้เวลาเป็นคฤหัสถ์ ตำข้าวด้วยตนเองทีเดียวเพราะความยากจน ฉะนั้นจึงกล่าวอย่างนี้.

บทว่า อหิริโก เม ความว่า สามีของเราเป็นคนไม่มีหิริ คือปราศจากความละอาย. เพิ่มคำว่า เราไม่ชอบใจเขา.


ความคิดเห็น 3     โดย บ้านธัมมะ  วันที่ 28 ม.ค. 2565

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย เถรีคาถา เล่ม ๒ ภาค ๔ - หน้า 51

พระเถรีกล่าวรังเกียจความเป็นไปของพวกหมกมุ่นในกาม เพราะตามปกติทีเดียวท่านมีจิตคลายกำหนัดในกามทั้งหลายแล้ว.

บทว่า ฉตฺตกํ วาปิ ความว่า แม้ร่มที่ทำเลี้ยงชีพ เราก็ไม่ชอบใจ วาศัพท์มีเนื้อความรวมถึงสิ่งที่ไม่ได้กล่าวไว้ด้วย วา ศัพท์นั้น ท่านรวมถึงผอบและหีบเป็นต้น พระเถรีกล่าวรังเกียจชีวิตลำเค็ญ เพราะต้องเอาท่อนไม้ไผ่เป็นต้นทำร่มเป็นต้นทุกวัน.

อาจารย์บางพวกกล่าวว่า ลมอันไร้ประโยชน์นำแต่ชรามาให้ พัดไปทั่วร่างกายของเรา ตอนที่เราเป็นคฤหัสถ์ แต่อาจารย์พวกอื่นกล่าวเนื้อความว่า ลมอันไม่มีประโยชน์และมีกลิ่นเหม็นกว่ากลิ่นของคนอื่นๆ โชยออกมาจากกายเรา.

บทว่า อุกฺขลิกาเม เทฑฺฑุภํ วาติ ความว่า ภาชนะหุงต้มภัตตาหารของเรามีกลิ่นงูน้ำคลุ้งไป เพราะหมักหมมไว้นานจึงไม่บริสุทธิ์สะอาด ประกอบความว่า เราเป็นผู้พ้นโดยชอบจากหม้อข้าวนั้น.

บทว่า ราคญฺจ อหํ โทสญฺจ วิจฉินฺทนฺตี วิหรามิ ความว่า เราตัดขาดราคะและโทสะซึ่งเป็นกิเลสตัวหัวหน้า ได้แก่อยู่คือกำจัดพร้อมกับเสียงนี้ ความว่า ละได้เด็ดขาด. เล่ากันว่าพระเถรีนั้นรังเกียจสามีของตน ตำหนิเสียงท่อนไม้ไผ่แห้งเป็นต้นที่สามีผ่าอยู่ประจำวันจึงได้กล่าวการละสามีเท่ากับการละราคะและโทสะ.

บทว่า สารุกฺขมูลมุปคมฺม ความว่า เราคือสุมังคลมารดานั้นเข้าไปยังโคนไม้ที่สงัด. บทว่า สุขโตชฺฌายามิ ความว่า เราเพ่งว่าเป็นสุข คือเราเข้าสมาบัติตามกาลอันสมควร เสวยผลสุขและนิพพานสุข เพ่งอยู่ด้วยการเพ่งผล. ก็บทว่า อโห สุขํ นี้ พระเถรีกล่าวด้วยอำนาจมนสิการที่เป็นไปภายหลังเข้าสมาบัติ แม้จะกล่าวว่า ด้วยอำนาจความผูกใจเดิมก็ถูกเหมือนกัน.

จบ อรรถกถาสุมังคลมาตุเถรีคาถา