ปันธรรม-ปัญญ์ธรรม ... ครั้งที่ ๐๔๙
โดย khampan.a  29 ก.ค. 2555
หัวข้อหมายเลข 21485

ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น

ขออนุญาตแบ่งปันข้อความธรรม (ปันธรรม) ที่ได้จากการฟังพระธรรมจากท่านอาจารย์สุจินต์ บริหารวนเขตต์ ในแต่ละครั้ง รวบรวมเป็นธรรมเตือนใจสั้นๆ เหมาะสำหรับผู้ที่มีเวลาน้อย เพื่อศึกษาและพิจารณาร่วมกัน เพื่อความเข้าใจธรรม (ปัญญ์ธรรม) ตามความเป็นจริง ถึงแม้ว่าจะเป็นข้อความที่สั้น แต่ก็มีอรรถที่สมบูรณ์อยู่ในตัว ควรค่าแก่การพิจารณาอย่างยิ่ง ดังนี้

[ปันธรรม - ปัญญ์ธรรม ... ครั้งที่ ๔๙]

- สิ่งหนึ่งสิ่งใดก็ตามซึ่งเป็นสภาพธรรมที่เกิดขึ้นปรากฏ ย่อมเป็นที่พอใจของโลภะ ได้ทั้งสิ้น

- กิเลสทุกประเภทกลัวอยู่อย่างเดียว คือ ปัญญา ถ้าไม่มีปัญญาแล้วไม่มีใครปราบ กิเลสได้เลย

- ธรรมทั้งหมดที่ได้ยินได้ฟังทั้ง ๓ ปิฎก ก็เพื่อที่จะให้ปัญญาเกิดขึ้นรู้สภาพธรรมที่ กำลังปรากฏในขณะนี้ตามความเป็นจริง ตามปกติ ไม่ว่าจะเรียนมาก ฟังมาก สนทนาธรรมมาก ตรึกตรองธรรมมากสักเท่าไร ก็เพื่อจะให้สติเกิดระลึก ศึกษารู้ลักษณะของ สภาพธรรมที่กำลังปรากฏในขณะนี้เอง ทางตา ทางหู ทางจมูก ทางลิ้น ทางกาย ทางใจ

- กุศลจิตเกิด ต้องประกอบด้วยศรัทธา และธรรมที่ดีงามอื่นๆ มีทั้งสติที่ระลึกได้ มีสภาพที่เป็นหิริ ความรังเกียจอกุศล และมีโอตตัปปะ ซึ่งเป็นสภาพที่เกรงกลัวอกุศล ถอยกลับจากอกุศล เป็นต้น

- พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงชี้ให้เห็นว่า สิ่งที่เป็นอกุศล สิ่งนั้นก็เป็นโทษ สิ่งที่ เป็นกุศล สิ่งนั้นก็เป็นคุณแล้วก็ควรจะเจริญให้มีขึ้น

- กำลังของร่างกายที่มีนี้ ก็ควรจะใช้ให้เป็นประโยชน์ ให้เป็นประโยชน์ในทาง ธรรม ไม่ใช้ร่างกายที่แข็งแรงไปเบียดเบียนประทุษร้ายผู้อื่น

- ทุกขณะก็ใกล้ความตายเข้าไปทุกทีๆ โดยไม่มีใครทราบว่า ความตายจะมาถึง เมื่อใด เพราะฉะนั้นแล้ว สิ่งใดที่เป็นสิ่งที่ดี เป็นกุศล ก็ควรที่จะได้กระทำ กุศลนี้เอง ที่ทำให้ได้มาเกิดเป็นมนุษย์และทำให้ได้ฟังพระธรรม ธรรม คือ ทุกขณะในชีวิตประจำวัน ใครๆ ก็คัดค้านไม่ได้ เพราะมีอยู่จริงๆ เช่น เห็นมีจริง ได้ยินมีจริง กุศลมีจริง อกุศลมีจริง เป็นต้น คิดไม่ดี เพราะจิตไม่ดี

- คิดที่จะเป็นมิตรกับใครบ้างหรือเปล่า? ความเป็นมิตร ความเป็นเพื่อน ไม่เคยนำความเดือดร้อนมาให้ใครเลย

- บุคคลที่ได้สะสมความคิดดีมา บุคคลนั้นจะคิดไม่ดี ไม่เป็น คิดร้ายคนอื่นไม่เป็น คิดประทุษร้ายเบียดเบียนผู้อื่น ไม่เป็น แต่จะคิดในทางทีดี ที่ถูกที่ควร เป็นคิดที่จะมีเมตตา เป็นคิดที่จะเห็นใจคนอื่น เป็นช่วยให้คนอื่นเป็นคนดี ก็ด้วยการช่วยให้เขาได้เข้าใจพระธรรม

- ขณะที่อกุศลเกิดขึ้นเป็นไป นั้น เป็นการทรมานตนเอง เพราะตนเองเท่านั้น ที่เดือดร้อน ไม่ใช่คนอื่น วันนี้ ทรมานแค่นี้ ด้วยอกุศลธรรมที่เกิดขึ้นเป็นไป ถ้าสะสมมากขึ้นเรื่อยๆ วันหน้าจะทรมานสักแค่ไหน

- ดับทุกข์ เป็นการดับกิเลสอันเป็นต้นเหตุที่ทำให้มีการเกิด

- พระธรรมที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแสดงทั้งหมด ว่าด้วยความเป็นอนัตตาของสภาพธรรม

- แต่ละคนถูกผูกไว้ด้วยเครื่องผูกคือกิเลส มีความไม่รู้ และความติดข้อง เป็นต้น และถูกขังไว้ในกรงของสังสารวัฏฏ์ ที่จะทำลายเครื่องผูก และออกจากกรงของ สังสารวัฏฏ์ได้ ก็ด้วยปัญญา

- ความไม่รู้ มีมาก กิเลสอื่นๆ ก็มีมาก ความเข้าใจพระธรรมเท่านั้นที่จะเป็นเครื่อง ขัดเกลาสิ่งเหล่านี้ให้เบาบางลงได้

- ถ้าปราศจากปัญญาแล้ว ก็ไม่ใช่หนทางที่จะนำไปสู่การดับกิเลสได้

- ถ้าไม่มีความเข้าใจพระธรรมเลย ก็จะมีปฏิบัติธรรม ไม่ได้

- ฟังพระธรรมในแต่ละครั้ง เพื่อความเข้าใจถูกเห็นถูกในสิ่งที่มีจริงๆ

- มีชีวิตที่เกิดขึ้นเป็นไป มีกาย วาจา และ ใจ แล้ว ก็ไม่ควรที่จะมีไว้เพื่อพอกพูนอกุศลให้มากขึ้น แต่ควรที่จะเป็นไปในทางที่จะทำให้กุศลธรรมเจริญ

ขอเชิญคลิกอ่านย้อนหลังครั้งที่ ๔๘ ได้ที่นี่ครับ
ปันธรรม-ปัญญ์ธรรม ... ครั้งที่ ๔๘

กราบเท้าบูชาคุณท่านอาจารย์สุจินต์ บริหารวนเขตต์ ที่เคารพยิ่ง

และขออนุโมทนาในกุศลจิตของทุกๆ ท่านครับ...



ความคิดเห็น 1    โดย paderm  วันที่ 29 ก.ค. 2555

ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น

ขออนุญาตร่วมปันธรรม ด้วยครับ

- ความจริงชีวิตของเรา ทุกขณะ เป็นไปตาม "ปัจจัย" ทั้งสิ้น คนเรา มีความคิดต่างกัน มีความรู้สึกต่างกัน เพราะมี ปัจจัยที่ต่างกันนั่นอง เราจึงควรศึกษาให้เข้าใจชีวิตของเรา และ ตัวเรา และควรเรียนรู้ "ชีวิต" ในขณะนี้ เราคิดว่า มีตัวตนคิดว่า มีเรา แต่สิ่งที่คิดว่า เป็นเรา นั้น คือ ขณะนี้ที่กำลังเห็น กำลังได้ยิน กำลังได้กลิ่น กำลังลิ้มรส กำลังกระทบสัมผัส และ กำลังคิดนึก

- ปัญญาขั้นฟัง ก็ยาก ปัญญาขั้นปฏิบัติ ก็ยาก แต่ถึงจะยากสักแค่ไหน ก็เป็นสิ่งที่ น่ารู้ น่าพิสูจน์ เพราะสิ่งที่น่ารู้ และ น่าพิสูจน์ นั้นก็คือ สิ่งที่กำลังปรากฏกับเรา ขณะนี้ ไม่ว่าจะเป็น ทางตา ทางหู ทางจมูก ทางลิ้น ทางกาย และ ทางใจ ทางใด ทางหนึ่ง ในชีวิตปกติ ประจำวัน ถ้าเราไม่เริ่มที่จะพิสูจน์ให้รู้ ตั้งแต่ขณะที่ยังมีชีวิตอยู่ใน ขณะนี้ชีวิตก็ย่อมระหกระเหินไป ตามความหมุนเวียนของกิเลส กรรม วิบากในภพ ชาติต่างๆ ที่เกิดเป็นบุคคลต่างๆ มีความสุข ทุกข์ หมุนเวียน เปลี่ยนไป ไม่รู้จักจบสิ้น เพราะไม่รู้ความจริงของชีวิต สังสารวัฏฏ์ก็ไม่สิ้นสุด และ โอกาสของความเป็นมนุษย์ ในโลกนี้ก็กำลังหมดสิ้นไป ทุกวัน ทุกคืน

- ถ้าสะสมอัธยาศัยมาที่จะเห็นผิด แม้ได้ยินคำที่ถูก ก็เข้าใจผิด เพราะว่า สะสมมาที่จะเห็นผิด

- ที่สำคัญที่สุด พระธรรมคำสอนที่ถูกต้อง คือ สามารถที่จะทำให้ผู้ฟัง เกิด ปัญญาของตนเอง นี่เป็นสมบัติล้ำค่าที่สุด

- คำสอนที่ว่า ธรรมทั้งหลายเป็นอนัตตาถ้าพูดอย่างนี้แล้ว แล้วบอกให้ไปทำอย่างนั้น นี่เป็น อัตตา หรือ เป็น อนัตตา

ขออนุโมทนา


ความคิดเห็น 2    โดย pat_jesty  วันที่ 29 ก.ค. 2555

ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น

กราบเท้าบูชาคุณท่านอาจารย์สุจินต์ บริหารวนเขตต์

ขอร่วมปันธรรม ด้วยค่ะ

* เรามัวแต่คิดเรื่องไม่ดี แต่ตอนที่คิดนั้น "จิตไม่ดี"

* เรายังห่างไกลตั้งแต่ "การตั้งตน" หรือเปล่า คือ ฟังด้วยความเป็นตัวตน (ฟังเพราะต้องการเป็นคนดี ฟังแล้วเป็นเราที่ไม่เข้าใจ อยากเข้าใจมาก เป็นต้น) แต่เข้าใจก็เป็นสิ่งที่มีจริง ไม่เข้าใจก็เป็นสิ่งที่มีจริง สงสัย ฯลฯ ก็เป็นสิ่งที่มีจริงอย่างหนึ่ง ฉะนั้น ฟังเพื่อไม่มีเรา ไม่ใช่เรา

* ค่อยๆ เข้าใจขึ้นในสิ่งที่มี ไม่ได้เปลี่ยนอะไรเลย

* พระธรรมที่พระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแสดง เป็น คำจริง อิงอาศัยอริยสัจ ๔ เมื่อศึกษา จึงควรพิจารณาว่า "คำจริง" นั้นส่องถึงสภาพธรรมขณะนั้นอย่างไร ไม่ได้มีเพียงแค่ชื่อ

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาอาจารย์คำปั่น, อาจารย์ผเดิม

และขออนุโมทนาในกุศลจิตของทุกท่าน ค่ะ


ความคิดเห็น 3    โดย ผู้ร่วมเดินทาง  วันที่ 29 ก.ค. 2555

ขอบพระคุณและขออนุโมทนา อาจารย์คำปั่น, อาจารย์ผเดิม และทุกๆ ท่านครับ


ความคิดเห็น 4    โดย kinder  วันที่ 29 ก.ค. 2555

ขออนุโมทนาครับ


ความคิดเห็น 5    โดย daris  วันที่ 30 ก.ค. 2555

กราบขอบพระคุณและขออนุโมทนาในกุศลจิตของทุกท่านครับ


ความคิดเห็น 6    โดย jaturong  วันที่ 30 ก.ค. 2555

ขอบคุณ และขออนุโมทนาครับ


ความคิดเห็น 7    โดย nong  วันที่ 30 ก.ค. 2555

ขออนุโมทนาค่ะ


ความคิดเห็น 8    โดย เมตตา  วันที่ 31 ก.ค. 2555

ขอความนอบน้อมแค่พระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น

พระธรรมที่ทรงแสดง ทรงแสดงคำจริง คำจริงที่แสดงถึงความจริงของชีวิต ทุกขณะ

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนา อ. คำปั่น, อ.ผเดิม และทุกๆ ท่าน ด้วยค่ะ


ความคิดเห็น 9    โดย wittawat  วันที่ 1 ส.ค. 2555

ขออนุโมทนา อ.คำปั่น และทุกท่านครับ

เป็นข้อเตือนใจว่า กำลังกาย หรือ แม้แต่ความคิด ก็ควรเป็นไปเพื่อประโยชน์ แต่ปรกติ ก็คิดกระทบกระทั่ง เบียดเบียน ผู้อื่น เพราะยังมีเรา ด้วยตัณหา ด้วยมานะ ที่มีมาบ่อยๆ แม้คำพูด การกระทำก็ตามความคิด


ความคิดเห็น 10    โดย munlita  วันที่ 3 ส.ค. 2555

ขอบพระคุณและขออนุโมทนาค่ะ


ความคิดเห็น 11    โดย bsomsuda  วันที่ 3 ส.ค. 2555

"ขณะที่อกุศลเกิดขึ้นเป็นไป นั้น เป็นการทรมานตนเอง เพราะตนเองเท่านั้นที่เดือดร้อน ไม่ใช่คนอื่น"

"สิ่งที่กำลังปรากฏกับเรา ขณะนี้ ไม่ว่าจะเป็น ทางตา ทางหู ทางจมูก ทางลิ้น ทางกาย และทางใจ ทางใดทางหนึ่ง ในชีวิตปกติประจำวัน

ถ้าเราไม่เริ่มที่จะพิสูจน์ให้รู้ ตั้งแต่ขณะที่ยังมีชีวิตอยู่ในขณะนี้ ชีวิตก็ย่อมระหกระเหิน ไปตามความหมุนเวียนของกิเลส กรรม วิบากในภพชาติต่างๆ

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนา อ.คำปั่น, อ.ผเดิม และทุกท่านค่ะ


ความคิดเห็น 12    โดย เข้าใจ  วันที่ 5 ส.ค. 2555

กราบขอบพระคุณอ. คำปั่น, อ. ผเดิม และกัลยาณมิตรทุกๆ ท่านครับ

กราบอนุโมทนา ที่แบ่งปันด้วยครับ


ความคิดเห็น 13    โดย boonpoj  วันที่ 8 เม.ย. 2556

ขอบคุณ และขออนุโมทนาครับ


ความคิดเห็น 14    โดย kullawat  วันที่ 9 พ.ค. 2561

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาค่ะ


ความคิดเห็น 15    โดย chatchai.k  วันที่ 19 พ.ย. 2563

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาครับ


ความคิดเห็น 16    โดย มังกรทอง  วันที่ 29 ธ.ค. 2564

ธรรมทั้งหมดที่ได้ยินได้ฟังทั้ง ๓ ปิฎก ก็เพื่อที่จะให้ปัญญาเกิดขึ้นรู้สภาพธรรมที่ กำลังปรากฏในขณะนี้ตามความเป็นจริง ตามปกติ ไม่ว่าจะเรียนมาก ฟังมาก สนทนาธรรมมาก ตรึกตรองธรรมมากสักเท่าไร ก็เพื่อจะให้สติเกิดระลึก ศึกษารู้ลักษณะของ สภาพธรรมที่กำลังปรากฏในขณะนี้เอง ทางตา ทางหู ทางจมูก ทางลิ้น ทางกาย ทางใจ

น้อมกราบอนุโมทนาสาธุ สาธุ สาธุ ขอรับ