
ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น
สนทนาเรื่องปฏิบัติธรรม ภาคบ่าย 31/5/69
ชีวิตไม่ได้มีแต่ทั้งตาเพียงทางเดียว มีทางหูจมูกลิ้นกายใจ รู้ไหมว่าพร้อมกันไม่ได้ แต่ละหนึ่งปรากฏแล้ว รสเป็นรส ขณะที่รสปรากฏต้องมีสภาพที่รู้รสที่ปรากฏ ไม่ใช่รสอื่นรู้เฉพาะรสที่ปรากฏ แต่สภาพรู้ไม่ใช่รส เพราะฉะนั้นใครรู้ ... เรารู้ใช่ไหม ถามว่าหวานไหมตอบได้ เค็มไหมตอบได้อะไรล่ะ ... ถ้าไม่มีธาตุรู้เกิดขึ้นรู้เค็มจะตอบได้ไหมว่าเค็ม?!
ธรรมะเป็นเรื่องที่ลึกซึ้งอย่างยิ่งสุดที่จะประมาณได้ เพราะฉะนั้นต้องฟังแต่ละคำห้รู้ว่า สิ่งที่มีจริงมีตั้งแต่เกิดและมีทุกขณะจนตาย แต่ไม่รู้ความจริงจนกว่าจะได้ฟังคำที่กล่าวถึงสิ่งที่มีจริงแต่ละหนึ่งให้เริ่มใส่ใจ อยากฟังไหม ควรฟังไหม จะรู้ความจริงไหม ... ถ้าไม่ฟังไม่มีทางที่จะรู้ความจริงเลยเพราะเป็นอัตตา เป็นสิ่งหนึ่งสิ่งใด หารู้ไม่ว่าเป็นได้ยังไง ก่อนเกิดไม่มี แล้วมามีตอนเกิดได้หรือ?? ซึ่งตอนเกิดทันทีที่เกิดแล้วก็ดับ ไม่มีขณะแรกที่เกิดในชาตินั้นเลย เป็นเพียงขณะเดียวในชาติหนึ่งๆ แต่ว่ากรรมไม่ได้ให้ผลเพียงแค่ทำให้เกิด ขณะเดียวไม่พอต้องให้ผลต่อไปตราบจนกว่าจะสิ้นสุดกรรมนั้น ไม่ว่ากรรมนั้นจะยาวจะสั้นประการใด สิ่งที่เกิดตั้งแต่เกิดจนตายจะได้ทราบว่าขณะใดบ้างเกิดขึ้นเพราะกรรมเป็นปัจจัย ขณะใดเกิดขึ้นเพราะปัจจัยอื่นๆ ซึ่งพระพุทธเจ้าทรงแสดงละเอียดยิบ เพียงครั้งเดียวไม่พอ สิบครั้งไม่พอ ชาตินี้พอไหม?? ไม่ได้ขึ้นกับน้อยหรือมาก แต่ขึ้นอยู่กับว่าสะสมความเห็นที่ถูกต้อง ความเข้าใจถูกต้องมามากน้อยขนาดไหน ก็รู้ได้โดยตัวเอง
ขณะนี้ได้ยินเสียง ... ใครได้ยิน?? เห็นไหมว่าไม่พ้นจากการยึดถือสภาพรู้ว่าเป็นเรา!!!
ค่อยๆ ฟังค่อยๆ สะสม ประโยชน์สูงสุดที่จะรู้ว่าความจริงคือสิ่งหนึ่งสิ่งใดก็ตามที่ปรากฏเดี๋ยวนี้ดับแล้วไม่กลับมาอีกเลย ... ไม่เหลือเลย
กราบเท้าบูชาคุณท่านอาจารย์ด้วยความเคารพยิ่ง
ยินดีในความดีของทุกท่านค่ะ