มาร ๕
โดย nattawan  20 ส.ค. 2569
หัวข้อหมายเลข 52971

มาร ๕ ได้แก่

๑.ขันธมาร ขันธ์เป็นมาร เพราะขันธ์คือสภาพธรรมที่เกิดดับ ทรงไว้ซึ่งความว่างเปล่า ถ้าไม่มีจิต เจตสิก รูป ซึ่งเป็นขันธ์ ๕ มารก็ไม่มี ถ้าไม่มีขันธ์ ๕ ก็ไม่มีอะไรปรากฏเลย แต่เมื่อมีสภาพธรรมแล้ว สภาพธรรมนั้นแหละเป็นมาร เพราะเกิดและดับ ไม่สิ้นสุด เห็นความไม่มีสาระของขันธ์หรือยัง ควรจะถึงการสิ้นสุดไหม? ถ้าไม่ใช่ปัญญาจริงๆ มองไม่เห็นเลยว่าการมีสภาพธรรมเกิดดับไปเรื่อยๆ ไม่ดีอย่างไร ไม่มีเสียเลยไม่ดีกว่าหรือ? เห็นภาระ เห็นความเหน็ดเหนื่อยที่ต้องเป็นไปไหม?

๒.กิเลสมาร มารคือกิเลส กิเลสคือเครื่องเศร้าหมองของจิต ขณะนี้มีกิเลสอกุศลเกิด ยับยั้งไม่ได้และไม่สิ้นสุด ตราบใดที่ยังมีปัจจัยให้เกิด ถ้าไม่รู้จักกิเลสแล้วจะละได้อย่างไร?

๓.อภิสังขารมาร มารคืออภิสังขาร อภิสังขารคือสภาพธรรมที่ปรุงแต่งอย่างยิ่ง คือ เจตนา เป็นเหตุให้ต้องวนเวียนในสังสารวัฏฏ์

๔.ม้จจุมาร มารคือความตาย ตายด้วยอำนาจของกรรมและสิ้นสุดความเป็นบุคคลนี้ทันที หมดโอกาสที่จะทำความดีและหมดโอกาสที่จะได้ฟังพระธรรม

๕.เทวบุตรมาร คือ เทวดาผู้ขัดขวางความดี เพราะอำนาจแห่งอกุศลกรรมที่ได้สะสมมา จึงทำให้เทวดาเป็นเทวบุตรมาร คอยขัดขวางในการกระทำความดีของผู้อื่น

บ้านธัมมะ ๑๓ เม.ย. ๕๔



ความคิดเห็น 1     โดย chatchai.k  วันที่ 21 ส.ค. 2569

กราบเท้าบูชาคุณท่านอาจารย์ ด้วยความเคารพยิ่ง

ยินดีในกุศลจิตครับ