เป็นเราด้วยตัณหา มานะและทิฏฐิ
โดย nattawan  22 ก.พ. 2567
หัวข้อหมายเลข 47425

เป็นเราด้วยตัณหา มานะ และ ทิฏฐิ (ความเห็นผิด)
พระสุตตันตปิฎก มัชฌิมนิกาย มูลปัณณาสก์ เล่ม ๑ ภาค ๒- หน้าที่ ๓๐๙

ในบทว่า รูปํ เอตํ มม เป็นต้น การถือว่า นั่นของเรา เป็นตัณหาคาหะ (ยึดถือด้วยตัณหา) การถือว่าเรา เป็นนั่น เป็นมานคาหะ (ยึดถือด้วยมานะ) การถือว่า นั่นเป็นตัวของเราเป็นทิฏฐิคาหะ (ยึดถือด้วยความเห็นผิด) เป็นอันตรัส ตัณหา มานะ และทิฏฐิ ซึ่งมีรูปเป็นอารมณ์ ด้วยประการฉะนี้


ความเป็นไปของปุถุชนผู้ที่หนาแน่นไปด้วยกิเลสนั้น ย่อมยึดถือขันธ์ ๕ ว่าเป็นเราด้วยอำนาจตัณหา คือ โลภะ ความติดข้องยินดีพอใจ บ้าง ด้วย มานะความถือตัวบ้าง และ ด้วยมิจฉาทิฏฐิ คือ ความเห็นผิดบ้าง เพราะยังไม่ได้เข้าใจสภาพธรรมที่กำลังมีกำลังปรากฏว่า เป็นเพียงสภาพธรรมที่เกิดเพราะเหตุปัจจัยแล้วก็ดับไป ไม่เที่ยงไม่ยั่งยืน

ยินดีในความดีของทุกท่านค่ะ



ความคิดเห็น 1     โดย nattawan  วันที่ 22 ก.พ. 2567

ไม่รู้จักธรรมะ ไม่รู้จักพระสัมมาสัมพุทธเจ้า

เข้าใจธรรมะเมื่อไหร่ จึงรู้จักว่าเป็นสิ่งที่พระองค์ทรงตรัสรู้ ว่าทุกอย่างที่มีจริงเป็นธรรมะ เกิดเพราะเหตุปัจจัย ไม่มีใครทำให้เกิดขึ้น ทรงไว้ซึ่งลักษณะของตนๆ เปลี่ยนไม่ได้ เกิดขึ้นแล้วดับไป ไม่ใช่เรา ไม่ใช่ของเรา ไม่อยู่ในอำนาจบังคับบัญชาของใคร

คำของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทุกคำทำให้ความมืดเพราะไม่รู้ ค่อยๆ มีแสงสว่างเกิดขึ้น นำไปสู่ปัญญาที่เข้าใจธรรมะถูกต้องตรงตามความเป็นจริง


ความคิดเห็น 2     โดย nattawan  วันที่ 22 ก.พ. 2567

ตราบใดที่ยังมีความไม่รู้
ก็ยังยินดีในการเกิด


ความคิดเห็น 3     โดย nattawan  วันที่ 22 ก.พ. 2567

เพราะมีการทรงตรัสรู้ความจริง และทรงแสดงความจริงที่ละเอียดลึกซึ้งอย่างยิ่ง ของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า สัตว์โลกจึงมีโอกาสได้ฟังและมีความเข้าใจถูกเห็นถูกตามความเป็นจริง

อ่านเพิ่มเติม ...

อภิธรรมเป็นคำแต่งจริงหรือ

Photo cr. Napa Chantarangsu


ความคิดเห็น 4     โดย nattawan  วันที่ 22 ก.พ. 2567

????คำทุกคำของพระพุทธเจ้าเป็นคำของปัญญา ทำให้เข้าใจถูกเห็นถูก คำที่ไม่ทำให้เข้าใจถูก คำนั้นไม่ใช่คำของพระพุทธเจ้า
????อย่าเพิ่งเบื่อธรรม ต้องฟังแล้วฟังอีก ไม่เบื่อว่าอะไรจะปรากฏ ถ้าเข้าใจความจริงว่า ทุกอย่างเป็นธรรม จะไม่เดือดร้อนเลย รู้ความจริงของสิ่งที่มีจริงที่กำลังปรากฏขณะนี้ ถ้าไม่มี จะไปรู้ทำไม รู้ได้อย่างไร ไม่มีประโยชน์!!!
????แล้วสาระอยู่ที่ไหน? เพียงธรรมที่เกิดแล้วดับ เห็นแล้วก็ดับแล้วไม่กลับมาอีกเลย
???? ต้องฟังธรรมด้วยความเคารพ ให้เข้าใจแต่ละคำอย่างถูกต้อง รอบรู้ ไม่เปลี่ยน จนเป็นปัญญาของตนเอง
???? ไม่รู้อะไร แล้วไปปฏิบัติอะไร แล้วจะรู้อะไร??? ก็ไม่รู้อะไรเพราะไม่รู้จึงปฏิบัติ ปฏิบัติแล้วก็ไม่รู้ต่อไป
????กรรมเป็นอจินไตย เห็นเป็นผลของกรรม แต่ไม่มีใครรู้ได้ว่าเป็นผลของกรรมใด มีเพียงพระพุทธเจ้าเท่านั้นที่รู้ได้ว่าวิบากนี้เป็นผลของกรรมใด ผู้รู้เรื่องของกรรมโดยละเอียดยิ่ง คือ พระพุทธเจ้า

สนทนาธรรมวันมาฆบูชา
บ่าย ๒๒ ก.พ. ๕๙


ความคิดเห็น 5     โดย nattawan  วันที่ 22 ก.พ. 2567

ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาค
อรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น

ปุถุชนและพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าต่างกันแสนไกล จะรู้จักพระองค์และมีพระรัตนตรัยเป็นที่พึ่ง เมื่อได้ฟังพระธรรมที่ทรงตรัสรู้และทรงแสดงธรรมตลอด ๔๕ พรรษา และเข้าใจธรรมทั้งหมดถูกต้องตามความเป็นจริง ว่าธรรมทุกอย่างเกิดเพราะเหตุปัจจัย และดับไป ไม่กลับมาอีกเลย ทุกอย่างที่มีจริงเป็นธรรม ไม่ใช่เรา เป็นอนัตตา ไม่มีใครบังคับให้เกิดขึ้นเป็นไป หรือไม่ให้เกิดได้

อนุโมทนาในคุณความดีและกราบบูชาคุณท่านอาจารย์สุจินต์ บริหารวนเขตต์
อนุโมทนาเจ้าภาพดอกไม้และผู้จัดดอกไม้บูชาพระรัตนตรัย
อนุโมทนาในกุศลจิตของทุกท่านค่ะ


ความคิดเห็น 6     โดย nattawan  วันที่ 22 ก.พ. 2567

แนะนำหนังสือ ...

ณ กาลครั้งหนึ่ง ที่ บ้านคุณหมอทวีป คุณพรทิพย์ ถูกจิตร ๑๒ ธันวาคม ๒๕๕๙


ความคิดเห็น 7     โดย chatchai.k  วันที่ 1 เม.ย. 2567

ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น

กราบเท้าบูชาคุณท่านอาจารย์ด้วยความเคารพยิ่ง

ยินดีในความดีของทุกท่านครับ