ผู้ฟัง เท่าที่ได้รับฟังท่านอาจารย์ได้กรุณาอธิบายมาตั้งแต่ต้น เข้าใจว่าคำว่า สติปัฏฐานต้องเป็นเรื่องที่ดีมีประโยชน์ และมีความจำเป็นต่อชีวิตอย่างแน่นอน ดังนั้น ถ้าจะนำสติปัฏฐานไปใช้เพื่อให้เกิดประโยชน์ในการดำเนินชีวิตประจำวัน พอที่จะมีข้อปฏิบัติง่ายๆ ให้นำไปปฏิบัติได้อย่างไร
ท่านอาจารย์ พระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแสดงพระธรรมให้เข้าใจ หรือว่าไม่เข้าใจก็ทำ ไม่มีเลยในพระพุทธศาสนาที่จะให้ไม่เกิดปัญญาความเห็นที่ถูกต้อง เพราะเหตุว่า พุทธะ หมายความถึง ผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบาน พระองค์ทรงแสดงธรรมซึ่งคนอื่นไม่รู้ ไม่เข้าใจว่าเป็นธรรม จนกระทั่งมีความเข้าใจถูกต้อง
ขณะที่เข้าใจ ภาษาบาลีใช้คำว่า ปัญญา คือ มีความเห็นถูกในสิ่งที่มีจริงๆ ในขณะนี้ เพราะฉะนั้น ก่อนที่จะถึงการนำไปปฏิบัติซึ่งต้องพิจารณาว่า จะนำอะไรไป ฟังธรรมคือ เข้าใจสิ่งที่กำลังฟัง และขณะนี้ความเข้าใจเกิดแล้วก็ดับไปด้วย ไม่ใช่ขณะที่เห็น เห็นเกิดขึ้นและดับไป ไม่ใช่ขณะที่เข้าใจ
แต่ละขณะเกิดดับเร็วมาก จะนำอะไรไป แต่เพราะมีปัจจัยที่จะเกิด ตราบใดที่ไม่ใช่พระอรหันต์ จิตขณะหนึ่งดับไป ขณะแรกของชาตินี้เกิดมาเป็นจิต เจตสิก รูป ดับไปก็มีขณะต่อๆ ไปเกิดสืบต่อจนกระทั่งถึง ณ บัดนี้ และถึงแม้ว่าจะสิ้นสุดความเป็นบุคคลนี้ ก็ยังจะต้องมีจิตเกิดต่อชาติต่อๆ ไป เพราะฉะนั้น จะนำอะไรไป ไม่มีใครนำอะไรไปได้เลย แต่มีปัจจัยที่จะทำให้สภาพธรรมเกิดโดยไม่หยุด ไม่ใช่เฉพาะชาตินี้ ชาติก่อนจิตก็เกิดขึ้นโดยไม่หยุด เจตสิกที่เกิดกับจิตในชาติก่อนก็เกิดดับสืบต่อ
ดังนั้น ถอยหลังไปแสนโกฏิกัปป์ก็ได้ แม้พระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าเมื่อทรงตรัสรู้แล้ว ก็ทรงระลึกถึงชาติก่อนๆ ซึ่งชาติก่อนๆ ก็เหมือนอย่างนี้ มีเห็น มีได้ยิน มีคิดนึก มีสุข มีทุกข์ และสมมติเป็นบุคคลนั้นบุคคลนี้ในแต่ละชาติ เพราะฉะนั้น ขณะนี้เป็นเพียงสภาพธรรมซึ่งเกิดแล้วดับ นำอะไรไปไม่ได้เลย แต่ว่าสะสมความเห็นถูกความเข้าใจถูกยิ่งขึ้นเรื่อยๆ ได้
ปกิณณกธรรม ตอนที่ 1678