สงสัยเรื่องการล่วงอกุศลกรรมบถทางวจีกรรมครับ
โดย ละอ่อนธรรม  16 พ.ค. 2551
หัวข้อหมายเลข 8659

คือผมสงสัยว่าเวลาที่เรานึกโกรธใครสักคนหนึ่ง ก็เลยเขียนจดหมายโดยใช้ถ้อยคำพูดเสียดแทงหรือเสาะเสียด หวังให้ฝ่ายนั้นเจ็บใจ แต่พอเราเขียนจดหมายเสร็จ ก็นึกขึ้นได้ว่า ไม่ควรเลย จะก่ออกุศลกรรมกันเปล่าๆ ก็เลยฉีกจดหมายทิ้งเสีย อย่างนี้จะถือว่าเป็นอกุศลกรรมบถที่ครบองค์หรือยังครับ
หรืออย่างเราอ่านกระทู้ในเว็บบอร์ดหนึ่ง แล้วเกิดนึกเคืองบางคนเข้า จึงพิมพ์ข้อความโดยใช้ถ้อยคำที่หวังจะทิ่มแทงให้อีกฝ่ายเจ็บใจ พอพิมพ์เสร็จ กำลังจะกดส่งข้อความ ก็นึกกลัวอกุศลกรรมขึ้นมา ก็เลยลบข้อความนั้นทิ้งเสีย ไม่ส่งดีกว่า อย่างนี้จะถือว่าเราได้ล่วงอกุศลกรรมบถทางวจีกรรมหรือยังครับ



ความคิดเห็น 1    โดย study  วันที่ 17 พ.ค. 2551

การด่าที่จะเป็นการด่าที่ครบองค์กรรมบถมีรายละเอียดดังนี้
ผรุสวาจานั้น มีองค์ ๓ คือ ๑. อกฺโกสิตพฺโพ ปโร คนอื่นที่ตนด่า ๒. กุปิตจิตฺตํ จิตโกรธ ๓. อกฺโกสนา การด่าถ้าครบองค์ทั้ง ๓ ชื่อว่าเป็นอกุศลกรรมบถครับ


ความคิดเห็น 2    โดย wannee.s  วันที่ 17 พ.ค. 2551

ขณะนั้นเป็นอกุศลจิต ยังไม่ถึงอกุศลกรรมบถ ไม่ครบองค์ เพราะไม่ได้ทำให้เขาเสียหาย และเขาก็ยังไม่ได้อ่านข้อความนั้น ไม่ควรประมาทอกุศลจิตแม้เพียงเล็กน้อยค่ะ


ความคิดเห็น 3    โดย มาณพน้อย  วันที่ 17 พ.ค. 2551

อกุศลแม้เพียงเล็กน้อย ก็ก่อให้เกิดโทษ ให้ผลเป็นทุกข์ ครับ จากเหตุการณ์ที่ยกมานั้น แสดงให้เห็นถึงความเป็นอนัตตาของสภาพธรรม ที่เกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัยจริงๆ ขณะโกรธไม่พอใจเกิดขึ้น ก็เป็นธรรม ขณะที่เห็นว่าไม่ควรทำในสิ่งที่ไม่ดี ก็เป็นธรรม ที่เห็นโทษของอกุศล เพราะฉะนั้นแล้ว จึงได้ข้อคิดว่า "สิ่งที่ไม่ดี เราไม่ควรที่จะสั่งสมให้มีบ่อยๆ ครับ" การด่า ไม่ว่าจะเปล่งออกมาทางวาจา หรือ เขียนเป็นข้อความ ย่อมไม่ดีครับถ้าเป็นอกุศลกรรมที่ครบองค์ สามารถนำให้ไปเกิดในอบายภูมิได้ หรือ ผลอย่างเบาก็ทำให้ได้ยินได้ฟังในเสียงที่ไม่น่าพอใจ เมื่อเกิดมาเป็นมนุษย์ ครับ ทุกคนสั่งสมอุปนิสัยมาแตกต่างกัน จึงมีอัธยาศัยที่ไม่เหมือนกัน ถ้าหากว่าเรามีความเข้าใจเป็นเบื้องต้นอย่างนี้ ไม่ว่าใครจะทำอะไรที่ไม่ดีหรือกระทบกระทั่งเรา เราก็ไม่เดือดร้อน ครับ รักษาจิต ไม่ให้เป็นอกุศล จะดีกว่า ครับ


ความคิดเห็น 4    โดย ละอ่อนธรรม  วันที่ 17 พ.ค. 2551

แสดงว่าการกระทำครบองค์แล้วสิครับ เพราะมีทั้งคนอื่นที่เราด่า มีจิตโกรธคนนั้นแล้วก็ด่าโดยกระทำการพิมพ์หรือเขียนในกระดาษจดหมาย ถึงแม้คนนั้นจะยังไม่ได้รับข้อความด่าจากเราก็ตามโอ้ว ต่อไปผมจะได้ระมัดระวังจิตของตนให้มากๆ หน่อย ขอขอบพระคุณคุณ studyมากครับ


ความคิดเห็น 5    โดย นวล  วันที่ 17 พ.ค. 2551

ก่อนที่จะได้มาศึกษา ธรรม ด่าคนอื่นบ่อยมากๆ ด่าแบบไม่มีเหตุผล แค่เค้ามองตาเราเดินผ่านไปไม่ถึง 3 ก้าว เรียกกลับมาเคลียร์ เดี๋ยวนั้นเลย โห บ้าจริง นึกถึงตอนนั้นแล้วรังเกียจอกุศลตัวเอง มาก ทำไปได้

ขณะนี้ได้ศึกษาพระอภิธรรม แล้ว มีความเข้าใจ กลัวเลย อย่าว่าแต่ด่าเลย แค่จะคิดยังค่อยๆ ละคลายลง กว่าจะเป็นอย่างนี้ เพราะการฟัง การศึกษา

กราบอนุโมทนาท่านอ.สุจินต์ และท่านอ.วิทยากรทุกๆ ท่าน


ความคิดเห็น 6    โดย ละอ่อนธรรม  วันที่ 18 พ.ค. 2551

เพิ่งจะเห็นข้อความของคุณ wannee และคุณมาณพน้อย ครับ ขอบพระคุณมากครับรวมทั้งคุณนวลด้วย แต่ก่อนนั่งสมาธิ ท่องคำบริกรรมภาวนา มาหลายปี แต่ไม่เคยรู้จักโทษของอกุศลเลย แต่เมื่อได้ยิ่งศึกษาธรรมะมากขึ้นเรื่อยๆ ก็ยิ่งรู้สึกกลัวผลของอกุศลและพยายามเจริญกุศลทุกประการเมื่อมีโอกาส


ความคิดเห็น 7    โดย wannee.s  วันที่ 18 พ.ค. 2551

ผรุสวาจาถ้าไม่ครบองค์ มีโทษน้อย ผรุสวาจาถ้าครบองค์มีโทษมาก ถ้าด่าคนที่มีคุณมาก มีโทษมาก ถ้าด่าคนที่มีคุณน้อย ก็โทษน้อยค่ะ


ความคิดเห็น 8    โดย C.pongsiri  วันที่ 18 พ.ค. 2551

เหตุการเดียวกันนี้ ดิฉันเพิ่งกระทำเมื่อเจ็ดวันที่ผ่านมานี้เองค่ะ

เขียนจดหมายถึงคนที่ทำร้ายเรา คิดว่าเป็นการเตือนเขาให้ระลึกบุญ บาป แต่พอพิจารณาจิตของตนเองแล้วเข้าใจว่าเป็นอกุศลแน่ๆ เลยไม่ได้ส่งจดหมายฉบับนั้น โชคดีที่สำนึกได้ทัน ก็ไม่ค่อยเข้าใจเรื่องครบองค์หรือไม่อย่างไรเพราะรู้น้อย คิดอย่างเดียวว่า ยังไม่ได้ทำบาป แต่กิเลสคือความรู้สึกไม่ดียังเป็นตะกอนขุ่นๆ ในใจอยู่ในบางเวลาค่ะ

กุศลใดที่เกิดขณะสำนึกผิดแล้วงดเว้นการทำทุจริตกรรม ขอให้กุศลนั้นจงสำเร็จแก่ท่านอาจารย์สุจินต์ และสหายธรรมทุกท่านค่ะ


ความคิดเห็น 9    โดย ajarnkruo  วันที่ 18 พ.ค. 2551

อ้างอิงจาก : ความคิดเห็นที่ 4 โดย ละอ่อนธรรม

แสดงว่าการกระทำครบองค์แล้วสิครับ เพราะมีทั้งคนอื่นที่เราด่า มีจิตโกรธคนนั้นแล้วก็ด่าโดยกระทำการพิมพ์หรือเขียนในกระดาษจดหมาย ถึงแม้คนนั้นจะยังไม่ได้รับข้อความด่าจากเราก็ตามโอ้ว ต่อไปผมจะได้ระมัดระวังจิตของตนให้มากๆ หน่อย ขอขอบพระคุณคุณ study มากครับ

ยังไม่ครบองค์ครับ ยังไม่ได้เบียดเบียน หรือหักรอนประโยชน์ของคนผู้ที่เราจะด่านั้น แต่จะเป็นการสะสมของอกุศลจิตต่อๆ ไป ต่อเมื่อมีปัจจัยพร้อม หากปัญญาไม่พอ ก็จะมีโอกาสเกิดขึ้นอีก อาจจะถึงขั้นล่วงออกมาทางกาย หรือทางวาจา จนครบองค์กรรมบถก็ได้ หรือถ้ายังไม่ถึงกับล่วงออกมา ก็อาจจะกลับมากระทำแบบเดิมได้อีกเพราะอกุศลที่เกิด มีการสั่งสมแล้วเป็นอุปนิสัย ถ้ายังไม่เห็นโทษจริงๆ และยังไม่ได้ดับกิเลสเป็นสมุจเฉทจนบรรลุเป็นพระอริยบุคคลแล้ว ก็ยังมีโอกาสที่จะล่วงอกุศลกรรมบถหนัก เบาทางใดทางหนึ่งที่จะมีผลนำเกิดในอบายภูมิได้ครับ เพราะฉะนั้น ไม่ควรประมาท ควรเจริญกุศลทุกประการครับ


ความคิดเห็น 10    โดย ละอ่อนธรรม  วันที่ 18 พ.ค. 2551

ขอบพระคุณคุณ ajarnkruo ด้วยครับ


ความคิดเห็น 11    โดย baramees  วันที่ 19 พ.ค. 2551

ให้เห็นถึงความหนาด้วยกิเลสและความเป็นปุถุชนที่ยังมีกิเลส ทำไปเพราะความไม่รู้และไม่รู้ซ้อนไปอีกว่า เป็นธรรมไม่ใช่เราในขณะนั้น


ความคิดเห็น 12    โดย suwit02  วันที่ 20 พ.ค. 2551
สาธุ

ความคิดเห็น 13    โดย เซจาน้อย  วันที่ 20 พ.ค. 2551
ขออนุโมทนาครับ

ความคิดเห็น 14    โดย บักกะปอม  วันที่ 21 พ.ค. 2551

เมื่อเห็นโทษ เป็นปัจจัยแก่หิริโอตตัปปะ เพื่อความสำรวมระว้งต่อไป จึงขาดการศึกษาพระธรรมไม่ได้ เพื่อความรู้ว่าควรเจริญกุศล ขัดเกลาอกุศลและเป็นประโยชน์ทั้งตนเอง และบุคคลรอบข้างค่ะ


ความคิดเห็น 15    โดย pornpaon  วันที่ 21 พ.ค. 2551

สมัยก่อนดิฉันทำแบบนี้บ่อยๆ เขียนเสร็จก็ขยำทิ้ง ตอนนั้นเถียงเขาไม่ทัน พูดไม่ออก ได้แต่อึ้งกับน้ำตาร่วงเพราะโกรธมากจนจุกในใจ แถมยังเก็บมาเขียนๆ พอได้ศึกษาธรรมบ้างแล้วจึงรู้ว่า คนที่ขาดทุนคือตัวเอง คนที่เราโกรธอยู่ไม่รู้ด้วยเลย เขาว่าเราแล้วก็ไปแล้ว เราต่างหากที่ยังคิดอยู่ หัวข้อนี้เป็นประโยชน์ เพราะเกิดได้บ่อยและเกิดขึ้นจริงในชีวิตประจำวัน

ขออนุโมทนาคุณละอ่อนธรรมและผู้แสดงความคิดเห็นทุกท่านค่ะ