ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น
"เป็นคนดีก่อนตาย"
[เล่มที่ 43] พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย คาถาธรรมบท เล่ม
๑ ภาค ๒ ตอน ๔ - หน้า 9)
ผู้ใดทำกุศล
ในเวลาที่ตนยังไม่ถึงปากแห่งความตาย
สามารถจะทำได้นั่นแล
ผู้นั้นชื่อว่าเป็นบัณฑิต
(ธัมมปทัฏฐกถา อรรถกถา ขุททกนิกาย
คาถาธรรมบท)
ถ้ากล่าวถึงการตาย ไม่ว่าจะตายในลักษณะใด ก็ต้องเป็นธรรมซึ่งไม่อยู่ในอำนาจบังคับบัญชาของใครทั้งสิ้นคือเป็นจิตที่เกิดขึ้นเพียงครั้งเดียวเท่านั้นในชาติหนึ่งๆ เป็นจิตขณะสุดท้ายที่เกิดขึ้นแล้วดับไป จิตขณะสุดท้ายของภพนี้ชาตินี้ ทำกิจจุติคือทำกิจเคลื่อน หรือพรากให้สิ้นสุดสภาพความเป็นบุคคลนี้ในชาตินี้จะกลับมาสู่ความเป็นบุคคลนี้อีกไม่ได้เลย
ที่น่าพิจารณาซึ่งจะเป็นประโยชน์เกื้อกูลในชีวิตประจำวัน คือ ความตายเป็นความจริงที่ทุกคนหลีกหนีไม่พ้น เมื่อถึงคราวตายใครๆ ก็ช่วยไม่ได้ ใครๆ ก็ต้านทานไว้ไม่ได้ บุคคลที่เกิดมาแล้ว ย่อมไม่พ้นไปจากความตายได้เลย ล้วนมีความตายเป็นที่สุดด้วยกันทั้งนั้น ไม่มีใครสามารถเอาชนะความความตายได้ด้วยเวทมนต์คาถา ด้วยการสู้รบ หรือ แม้ด้วยทรัพย์ ไม่ว่าจะไปอยู่ ณ ที่ไหนๆ ก็ไม่พ้น ไม่ว่าจะเกิดเป็นใคร เพศไหน ฐานะใด ก็ต้องตายด้วยกันทั้งนั้น เมื่อเป็นเช่นนี้สิ่งที่ควรทำที่จะเป็นประโยชน์สำหรับตนเองนั้น คืออะไร? ไม่ใช่การทำชั่วเป็นแน่ แต่ต้องเป็นการสะสมความดี ไม่ประมาทในการเจริญกุศลทุกประการ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง คือ การฟังพระธรรมศึกษาพระธรรมให้เข้าใจ เพราะเมื่อความตายมาถึงก็จะต้องละจากโลกนี้ไป ไม่สามารถจะทำการต่อรองหรือผัดเพี้ยนกับความตายได้ว่าจงรอก่อน ข้าพเจ้าขอให้ทานก่อน ข้าพเจ้าขอฟังธรรมก่อน เพราะฉะนั้น ไหนๆ ก็จะต้องถึงวันนั้นอยู่แล้ว การเป็นคนดีและศึกษาพระธรรมให้เข้าใจจึงเป็นสาระสำคัญที่สุดของชีวิต ครับ
... ยินดีในกุศลของทุกๆ ท่านครับ ...
กราบขอบพระคุณและอนุโมทนาค่ะ