
การได้ยินได้ฟังอันยอดเยี่ยม คือ สิ่งที่ทำให้ได้เข้าใจความจริง ได้ฟังได้ไตร่ตรอง จนเป็นความเข้าใจถูกเห็นถูก คือ คำของพระพุทธเจ้า
พระพุทธเจ้าตรัสธรรมะเกิดจากเหตุปัจจัย ปัญญาเกิดจากการฟังพระธรรม เป็นเสียงของพระธรรมที่พระพุทธเจ้าทรงแสดง และพระสาวกก็แสดงตาม เป็นโอกาสให้ปัญญาเกิดกับจิต จากการได้ฟังและไตร่ตรองตาม
การฟังธรรมตามกาลและการสนทนาธรรมตามกาล ทำให้กุศลเกิด สติเกิดปัญญาเกิด เป็นเครื่องกั้นไม่ให้อกุศลเกิดและเป็นเครื่องบ่มปัญญาที่ดี
พระตถาคตเจ้าเสด็จอุบัติขึ้นในโลก 1 การได้เกิดเป็นมนุษย์ 1 การแสดงพระสัทธรรม 1 ที่จะพร้อมกันหาได้ยากในโลก ชนผู้ใคร่ต่อประโยชน์จึงควรพยายามในการดังกล่าว ... ขณะอย่าได้ล่วงท่านทั้งหลายไปเสีย

กำลังมีสิ่งที่กำลังปรากฏ ถ้าไม่ฟังคำของพระพุทธเจ้า จะเข้าใจไหมว่าอะไรมีจริง
จงฟัง จงใส่ใจให้ดี เพื่อที่จะเข้าใจความจริงของสิ่งที่มีจริงตั้งแต่เกิดจนตาย ที่ถูกปกปิดมานานแสนนาน แต่ยังไม่เคยรู้ความจริงของสิ่งที่มีจริงเดี๋ยวนี้ เพราะฉะนั้นเริ่มรู้ว่าพระพุทธเจ้าคือใคร!!
รู้จักพระพุทธเจ้าหรือเปล่า?! พระองค์ทรงตรัสรู้ความจริงเดี๋ยวนี้กำลังมี วันนี้เป็นวันที่เริ่มรู้จักพระพุทธเจ้า ถ้าไม่รู้ความจริงเดี๋ยวนี้จะไม่รู้จักพระองค์ เพราะทรงแสดงถึงความจริงของสิ่งที่มีจริงทุกขณะ ... เป็นประโยชน์อย่างยิ่งถ้ารู้ความจริงของเห็น เพราะเมื่อเข้าใจเห็นก็สามารถเข้าใจความจริงอื่นๆ ได้
ถ้าวันนี้ไม่เริ่มต้นที่จะเข้าใจเห็นที่ลึกซึ้ง จะไม่เข้าใจอะไรอื่นทั้งสิ้น เพราะถ้าไม่เข้าใจเห็นจะเข้าใจอะไรอื่นได้เพราะฉะนั้นจงฟัง จงใส่ใจให้ดี เริ่มรู้จักเห็น ค่อยๆ เข้าใจเพราะความจริงลึกซึ้ง
พระพุทธเจ้าตรัสว่าสิ่งที่มีจริงแต่ละหนึ่งใครก็เปลี่ยนไม่ได้ เริ่มเข้าใจความจริงของธรรมะ คือ ธาตุแต่ละหนึ่งเปลี่ยนลักษณะไม่ได้ เพราะฉะนั้นเห็นมีจริงเป็นธรรมะแน่และเป็นธาตุรู้ เห็นสิ่งที่กระทบตา ถ้าไม่มีธาตุรู้สิ่งนั้นปรากฏไม่ได้
กำลังมีธาตุรู้ สิ่งที่มีจริงเดี๋ยวนี้ไม่เคยรู้ แต่มีจริงเป็นธรรมะ ใครเปลี่ยนลักษณะไม่ได้ มีใครจะเปลี่ยนไหม?? เปลี่ยนแข็งให้เป็นกลิ่นได้ไหม?? ถ้าไม่เข้าใจสิ่งที่มีจริง ... ไม่เข้าใจธรรมะ!!
ฟังธรรมะต้องถามคนอื่นด้วยหรือ?! ฟังธรรมะ ... ใครฟัง ... ใครรู้ ... ใครเข้าใจ?! เพราะฉะนั้นพระองค์จึงตรัสว่า จงฟัง จงใส่ใจให้ดี ถ้าไม่ไตร่ตรองให้ลึกซึ้ง ไม่มีวันเข้าใจสิ่งที่พระองค์ตรัส