ผมยังติดเพ่งสิ่งต่างๆอยู่ โดยที่ผมไม่ได้ตั้งใจจะเพ่ง
โดย apiwit  1 ก.ย. 2558
หัวข้อหมายเลข 26974

ผมเป็นคนที่ชอบเพ่งอารมณ์ความรู้สึกต่างๆ ที่เกิดขึ้นในชีวิตประจำวันซึ่งมันเป็นเองอัตโนมัติครับท่านอาจารย์ เช่น ความรู้สึก สุข ทุกข์ เป็นต้น ซึ่งความรู้สึกสุขนั้นมันไม่เท่าไหร่ แต่ในขณะที่ทุกข์กายเกิดขึ้น ผมจะรู้สึกทรมานมากกว่าคนทั่วไปประมาณสองสามเท่า เพราะใจมันไปเพ่งอยู่ที่อารมณ์อันนั้น ผมไม่ได้คิดจะเพ่งเลยครับ แต่มันเป็นเองไม่รู้เพราะอะไร

ยกตัวอย่างนะครับ ผมเคยถูกมีดบาดแผลเล็กนิดเดียวเองครับแต่มันก็รู้สึกทรมานกายและใจ เพราะว่าใจมันไปเพ่งเจ็บเป็นอารมณ์ไว้อยู่ ในขณะที่คนอื่นถูกมีดบาดแผลเท่ากันแต่เขาไม่คิดอะไร ไม่รู้สึกเจ็บปวดอะไรเลยครับ หรือแม้แต่บางครั้งอากาศมันหนาวๆ ร้อนๆ คนอื่นเขาก็ทนอยู่กันได้สบายครับ มีแต่ผมที่มีปัญหาเพราะใจมันไปเพ่งร้อนหนาวเป็นอารมณ์ขณะนั้น นี่เป็นเหตุผลที่ในแต่ละวันนั้นผมรู้สึกว่ามีทุกขเวทนาเกิดบ่อยมาก เพราะใจมันชอบไปเพ่งแล้วไม่ยอมปล่อย พอมีอะไรมากระทบผัสสะเพียงนิดเดียวมันก็ทุกข์แล้ว จึงอยากขอให้ท่านอาจารย์ช่วยแก้จุดนี้ให้ด้วยครับ



ความคิดเห็น 1    โดย paderm  วันที่ 1 ก.ย. 2558

ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น

ปกติที่สะสมมาและปกติที่เป็นอนัตตาที่จะเพ่งไปตามการสะสมอย่างนั้น เพราะฉะนั้น สิ่งที่ถูกต้องคือการสะสมความเข้าใจใหม่ ในขั้นการฟัง นั่นคือ การเข้าใจถูกในสิ่งที่เกิดขึ้น แล้ว ไม่ว่าสภาพธรรมอะไรที่เกิดขึ้นว่าเป็นธรรมไม่ใช่เรา ขณะที่ปวด เจ็บกาย และ ใจ ทุกข์ กาย ก็เป็นธรรมไม่ใช่เรา แม้จะห้ามการไปเพ่งนั้นไม่ได้ แม้การเพ่ง จ้องในสิ่งนั้น ก็เป็นธรรม ไม่ใช่เราเพราะฉะนั้น จึงไม่ใช่การจะไปเปลี่ยนไม่ให้เพ่งเพราะเป็นอนัตตา แต่ สะสมเหตุใหม่ ที่ดี ที่เป็นความเข้าใจถูกในหนทางการดับกิเลสว่า แม้ขณะที่เจ็บ ขณะที่เพ่งก็เข้าใจในขั้นการฟังว่าเป็นธรรมทั้งสิ้น ไม่มีเราที่เจ็บหรือเราที่เพ่ง ก็จะค่อยๆ ละคลายกิเลสที่ยึดถือว่าเป็นเราและความไม่รู้ จนดับกิเลสได้ในที่สุด ครับ เพราะฉะนั้นปกติอย่างไรก็อย่างนั้น สะสมเหตุที่ถูกต้องต่อไป ครับ ขออนุโมทนา


ความคิดเห็น 2    โดย khampan.a  วันที่ 2 ก.ย. 2558

ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น

ตั้งต้นที่การฟังพระธรรมให้เข้าใจในความเป็นสภาพธรรมที่เกิดเพราะเหตุปัจจัยไม่ใช่เรา การเพ่ง การจดจ้องไม่พ้นจากความติดข้อง ความเห็นผิดและความไม่รู้ เป็นอกุศล ขณะที่เป็นอกุศลไม่สามารถเข้าใจความจริงได้ ดังนั้น ความเข้าใจถูกอันเนื่องมาจากการได้ฟังได้ศึกษาพระธรรมที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแสดง จะเกื้อกูลว่าการกระทำอย่างนั้นไม่เป็นไปเพื่อความเจริญขึ้นแห่งปัญญาเลย ความเข้าใจถูกป้องกันไม่ให้หลงผิด พร้อมทั้งทำให้มั่นคงในหนทางนี้ที่เป็นปกติ คือการรู้สภาพธรรมที่กำลังปรากฏตามความเป็นจริง ไม่ใช่ไปทำอะไรที่ผิดปกติด้วยความไม่รู้ ด้วยความต้องการ ครับ

...ขออนุโมทนาในกุศลจิตของทุกๆ ท่านครับ...


ความคิดเห็น 3    โดย kullawat  วันที่ 2 ก.ย. 2558

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาค่ะ


ความคิดเห็น 4    โดย pdharma  วันที่ 3 ก.ย. 2558

เชิญศึกษาเพิ่มเติมในหัวข้อ

อดกลั้นทุกขเวทนาด้วยการตรึก ๓ ข้อ [สุปปาวาสาสูตร]

ขออนุโมทนา


ความคิดเห็น 5    โดย wannee.s  วันที่ 3 ก.ย. 2558

สะสมมาที่จะคิดที่เพ่งอย่างนั้น ตามการสะสม ต้องฟังต้องศึกษาอีกมากจนกว่าจะเข้าใจว่าทุกอย่างเป็นธรรมไม่ใช่ตัวเรา ของเรา ไม่อยู่ในอำนาจบังคับบัญชาของใคร มีเหตุ มีปัจจัยก็เกิดอีกเป็นธรรมดา ค่ะ


ความคิดเห็น 6    โดย j.jim  วันที่ 28 ก.ย. 2558

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาค่ะ


ความคิดเห็น 7    โดย Jarunee.A  วันที่ 29 ส.ค. 2566

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาค่ะ


ความคิดเห็น 8    โดย Jarunee.A  วันที่ 29 ส.ค. 2566

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาค่ะ