
ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น
ผู้ฟัง ปัญญานี้ใช่ไหมที่เป็นตัวที่ทำให้จิตสงบ
ท่านอาจารย์ ถ้าเป็นความสงบจริงๆ ขณะใดที่เป็นกุศล ขณะนั้นสงบจากอกุศล ขณะใดที่มีเมตตา ขณะนั้นโกรธไม่ได้ โกรธเกิดไม่ได้เลยขณะที่กำลังเมตตา เพราะฉะนั้นถ้าจะเข้าใจลักษณะของสงบคือว่า ขณะใดที่จิตเป็นกุศลขณะนั้นสงบจากอกุศล คำว่า สงบ ต้องมีสงบจากอกุศลด้วยจึงจะชื่อว่า สงบ ไม่ใช่ไปนั่งๆ ไม่รู้อะไร ขณะนั้นมีโมหะ ไม่ใช่สงบจากอกุศล เพราะฉะนั้นต้องรู้ความหมายว่า สงบที่นี้ คือสงบจากอกุศล และถ้าจะสงบขึ้นๆ ต้องประกอบด้วยปัญญา จึงจะสงบขึ้นได้ ถ้าไม่ประกอบด้วยปัญญา สงบชั่วขณะที่เป็นทานบ้าง เป็นศีลบ้างนิดๆ หน่อยๆ แต่ถ้าจะให้ตั้งมั่นคงขึ้น ต้องประกอบด้วยปัญญา ถ้าปัญญาไม่มี จะไปนั่งเท่าไหร่ สงบขึ้นไม่ได้
เพราะเหตุว่า มีหลายระดับ ขณะใดที่จิตเป็นกุศล ขณะนั้นสงบจากอกุศล นี้ทั่วๆ ไป คือกำลังให้ทาน จิตสงบจึงให้ได้ สงบจากอกุศล ขณะนั้นไม่โลภ ไม่โกรธ เพราะเหตุว่า ถ้ายังติดข้องในสิ่งที่จะให้ ให้ไม่ได้ ถึงตั้งใจว่าจะให้ ก็ให้ไม่ได้ เพราะยังต้องการของนั้นอยู่ หรือว่า โกรธคนที่จะรับ คิดว่าจะให้คนนี้ แต่เกิดไม่ถูกใจ เปลี่ยนแล้ว ไม่ให้คนนี้แล้วก็ได้ เพราะฉะนั้น ขณะใดที่ให้ ขณะนั้นไม่โลภ ไม่โกรธ ไม่มีโลภะ ไม่มีโทสะ จึงให้ แต่ไม่ได้หมายความว่าประกอบด้วยปัญญา เพราะฉะนั้น การให้ที่ประกอบด้วยปัญญาก็มี ที่ไม่ประกอบด้วยปัญญาก็มี เพราะเหตุว่า กุศลมี ๒ ประเภท กุศลที่ประกอบด้วยปัญญาก็มี กุศลที่ไม่ประกอบด้วยปัญญาก็มี และก่อนศึกษาธรรม ส่วนใหญ่เป็นกุศลที่ไม่ประกอบด้วยปัญญา
ฟังเพิ่มเติม ปกิณณกธรรม ตอนที่ 16
กราบเท้าบูชาคุณท่านอาจารย์ด้วยความเคารพยิ่ง
ยินดีในความดีของทุกท่านค่ะ
กราบเท้าบูชาคุณท่านอาจารย์ ด้วยความเคารพยิ่ง
ยินดีในกุศลจิตครับ