ความเป็นอนัตตาต้องเริ่มแม้เดี๋ยวนี้
โดย เมตตา  18 ม.ค. 2569
หัวข้อหมายเลข 51859

[เล่มที่ 17] พระสุตตันตปิฎก มัชฌิมนิกาย มูลปัณณาสก์ เล่ม ๑ ภาค ๑ - หน้า 339 - 340

๕. อนังคณสูตร

[๕๓] ข้าพเจ้าได้สดับมาอย่างนี้ :-

สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคเจ้าประทับอยู่ ณ พระวิหารเชตวันอารามของอนาถบิณฑิกเศรษฐี กรุงสาวัตถี. ณ ที่นั้นแล ท่านพระสารีบุตรเรียกภิกษุทั้งหลายว่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ภิกษุเหล่านั้นรับคําท่านพระสารีบุตรแล้ว.

บุคคล ๔ จําพวก

[๕๔] ท่านพระสารีบุตรได้กล่าวว่า คุณครับ บุคคล ๔ จําพวกเหล่านี้ มีปรากฏอยู่ในโลก.

๔ จําพวกนั้นเป็นไฉน?

ดูก่อนท่านผู้มีอายุทั้งหลาย บุคคลลางคนในโลกนี้ มีอังคณกิเลส แต่ไม่รู้ตามเป็นจริงว่า เรามีอังคณกิเลสในภายใน ๑ บุคคลลางคนในโลกนี้มีอังคณกิเลส ก็รู้ตามเป็นจริงว่า เรามีอังคณกิเลสในภายใน ๑ บุคคลลางคนในโลกนี้ ไม่มีอังคณกิเลส แต่ไม่รู้ตามเป็นจริงว่า เราไม่มีอังคณกิเลสในภายใน ๑ บุคคลลางคนในโลกนี้ ไม่มีอังคณกิเลส ก็รู้ตามเป็นจริงว่า เราไม่มีอังคณกิเลสในภายใน ๑.


อ.อรรณพ: กราบเท้าท่านอาจารย์ครับ มีความสนใจในความละเอียดของบุคคลที่มีกิเลสดังเนินครับ แล้วก็รู้ว่ามีกิเลส คือมีกิเลสแล้วรู้ว่ามีกิเลส มีความละเอียดอย่างไรครับท่านอาจารย์ ตั้งแต่เริ่มที่จะเป็นผู้ที่มีกิเลส แล้วก็เริ่มรู้ว่ามีกิเลสจนเป็นการที่รู้ว่ามีกิเลสตามความเป็นจริงที่ละเอียดขึ้น กราบเท้าครับ

ท่านอาจารย์: ถ้าไม่อ่านพระสูตรนี้ จะรู้ไหม?

อ.อรรณพ: ไม่รู้แน่นอนครับ แล้วก็ต้องพระสูตรอื่นด้วยครับ กราบเท้าท่านอาจารย์ครับ กิเลสมีตอนนี้ในขั้นศึกษาก็รู้ว่า ต้องมีกิเลสครับ

ท่านอาจารย์: ในขั้นศึกษา เห็นไหม? ทุกอย่างต้องชัดเจนต้องลึกซึ้งกว่านี้ แต่คนมีกิเลสที่ไม่รู้ว่า ตัวเองมีกิเลส นี่มีเยอะไหม? ฉันไม่มีกิเลส!!

อ.อรรณพ: อันนั้นเยอะมากครับ

ท่านอาจารย์: นี่แหละ บุคคลในคลิปเรา

อ.อรรณพ: จากบุคคลที่มีกิเลส แล้วก็ไม่รู้ว่ามีกิเลส จะค่อยๆ เป็นบุคคลที่มีกิเลส แล้วค่อยๆ รู้ว่ามีกิเลสตามความเป็นจริง นี่มีความละเอียดตามความรู้ คือปัญญาอย่างไรครับท่านอาจารย์

ท่านอาจารย์: เพราะฉะนั้น ก็ต้องเดี๋ยวนี้เลย มีกิเลสหรือเปล่า?

อ.อรรณพ: ไม่รู้ครับ

ท่านอาจารย์: ถ้าไม่ศึกษาไม่รู้แน่ แต่พอศึกษารู้ไหมว่า ขณะไหนมีกิเลส?

อ.อรรณพ: ได้ยินได้ฟังก็เป็นบุญในขั้นฟังว่า เพียงแค่หลังเห็นแล้ว ๓ ขณะนั้นก็มีกิเลสไหลไปแล้วครับ แต่ก็ไม่ได้รู้อย่างนั้น

ท่านอาจารย์: ถ้าละเอียดยิ่งขึ้น จะรู้ไหม?

อ.อรรณพ: ถ้าละเอียดยิ่งขึ้นจะรู้ไหมว่า หลังเห็นแล้วก็มีกิเลสไหลไป ท่านอาจารย์ถามอย่างนี้เลยหรือครับ

ท่านอาจารย์: ค่ะ ถามธรรมดาอย่างนั้น เห็นไหม ถ้าไม่อาศัยการฟังพระธรรมความจริง จะมีโอกาสเริ่มเข้าใจความจริงไหมว่า มีกิเลส แล้วก็รู้ว่ามีกิเลส

อ.อรรณพ: ครับ อย่างที่ผมยกตัวอย่างในความที่ละเอียดมากเลยว่า หลังเห็นแล้ว ๓ ขณะ กิเลสก็ไหลไปแล้ว

ท่านอาจารย์: ค่ะ แม้ไม่พูดถึง ๓ ขณะ พูดถึง ๓ ขณะให้รู้ว่ามีแล้ว

อ.อรรณพ: แต่ก็ไม่ได้รู้อย่างนั้น

ท่านอาจารย์: แต่รู้ว่ามีแล้วใช่ไหม?

อ.อรรณพ: แต่รู้ว่า มีแล้ว

ท่านอาจารย์: จนกว่าจะรู้

อ.อรรณพ: จนกว่าจะรู้ลักษณะของกิเลสที่ปรากฏอย่างนั้นเลยใช่ไหมครับ ขนาดอย่างนั้นเลยหรือครับ

ท่านอาจารย์: โดยไม่หวังด้วย ยากแค่ไหน?

อ.อรรณพ: โดยไม่หวังด้วย

ท่านอาจารย์: เพราะมีความเข้าใจขึ้นในความเป็นอนัตตา มิเช่นนั้นแล้วก็เป็นอัตตาไปเรื่อยๆ เพราะฉะนั้น ความเป็นอนัตตาต้องเริ่มแม้เดี๋ยวนี้

อ.อรรณพ: ต้องเริ่มแม้เดี๋ยวนี้

ท่านอาจารย์: ไม่อย่างนั้นจะเริ่มเมื่อไหร่?

อ.อรรณพ: ถ้าไม่เริ่มเดี๋ยวนี้ ก็ไม่ได้เริ่มสักที ก็ไม่ได้เริ่มไปเรื่อยๆ ครับท่านอาจารย์

ขอเชิญอ่านเพิ่มได้ที่ ..

บุคคล ๔ จําพวกมีปรากฏอยู่ในโลก [อนังคณสูตร]

กราบเท้าบูชาคุณท่านอาจารย์สุจินต์ บริหารวนเขตต์ ด้วยความเคารพยิ่งค่ะ

กราบยินดีในกุศลจิตของ อ.วิชัย ด้วยความเคารพอย่างยิ่งค่ะ



ความคิดเห็น 1    โดย chatchai.k  วันที่ 18 ม.ค. 2569

กราบเท้าบูชาคุณท่านอาจารย์ ด้วยความเคารพยิ่ง

ยินดีในกุศลจิตครับ


ความคิดเห็น 2    โดย สิริพรรณ  วันที่ 19 ม.ค. 2569

กราบนอบน้อมพระรัตนตรัยด้วยเศียรเกล้า

ถ้าไม่อาศัยการฟังพระธรรมความจริง จะมีโอกาสเริ่มเข้าใจความจริงไหมว่า มีกิเลส แล้วก็รู้ว่ามีกิเลส

น้อมกราบเคารพในพระคุณท่านอาจารย์ และขอบพระคุณและยินดีในกุศลจิต อ.อรรณพ และ พี่เมตตาด้วยค่ะ


ความคิดเห็น 3    โดย มังกรทอง  วันที่ 19 ม.ค. 2569

แต่ละคำองค์พระศาสดา จักศึกษาจนเข้าใจ หนักแน่นไม่หวั่นไหว ด้วยเข้าใจในอนัตตา กราบอาจารย์สุจินต์ให้ เมตตาได้ทุกเวลา อีกเปี่ยมความกรุณา น้อมศรัทธาอาจารย์เทอญ