ผู้ฟัง สภาพความติดข้องนี้ ถ้าได้ทราบไว้ในรายละเอียด ก็ย่อมจะรู้ตามสภาพธรรมของความติดข้อง ขอความกรุณาขยายความ
ท่านอาจารย์ แสดงว่าติด ยังไม่รู้ว่าติด ติดข้องแล้วไม่รู้ตามความเป็นจริง เช่นขณะนี้ที่กำลังเห็น ติดข้องหรือยัง หรือยังไม่ติดข้อง เห็น มีสิ่งที่ปรากฏ ติดข้องในสิ่งที่ปรากฏหรือไม่ นี่คือความละเอียด
พระอรหันต์ก็เห็นเช่นเดียวกับคนอื่นๆ แต่หลังจากที่เห็นแล้ว จิตของพระอรหันต์กับจิตของผู้ที่ยังมีกิเลสอยู่ต่างกัน จะกล่าวว่าเหมือนกันไม่ได้เลย เพราะเหตุว่าจากความไม่รู้ความจริง จนกระทั่งประจักษ์แจ้งความจริง จนกระทั่งหมดกิเลสเป็นพระอรหันต์
พระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าและพระอรหันต์สาวกทั้งหลายก็เห็นสิ่งต่างๆ เหมือนเช่นที่บุคคลในครั้งนั้นเห็น แต่จิตของผู้ที่ไม่มีกิเลสเลย ย่อมต่างกับผู้ที่ยังมีกิเลส ด้วยเหตุนี้กำลังติดก็ไม่รู้ นี่คือการที่จะฟังธรรมจนกว่าจะเข้าใจความละเอียดของธรรม
มีใครบ้างที่ไม่อยากเห็น เห็นแล้วจะให้ไม่อยากเห็นอีกเลย เป็นไปได้หรือไม่ หรือว่าสิ่งที่ปรากฏทางตา ชอบหรือไม่ แสวงหาหรือไม่ ที่บ้านมีดอกไม้สวยๆ เพราะอะไร ถ้าไม่ชอบสีสวยๆ ของดอกไม้ประเภทต่างๆ ที่บ้านจะมีดอกไม้นั้นหรือไม่
ทุกอย่างที่ปรากฏทางตา เป็นที่ต้องการที่จะให้เป็นไปอย่างที่พอใจ แต่ละคนมีอัธยาศัยที่ต่างกัน บางคนอาจจะชอบสีแดง บางคนชอบสีชมพู คนที่ชอบสีแดงจะไปหาสีชมพูหรือไม่ หรือว่าคนที่ชอบสีเหลืองจะไปหาสีเขียวหรือไม่ ก็ต้องเป็นไปตามอัธยาศัย โดยที่ไม่ทราบว่าแม้เพียงสีต่างๆ ก็ติดอย่างมาก
สิ่งเดียวกัน วัตถุอย่างเดียวกัน เช่น รถยนต์ คอยจนกว่าจะได้สีที่ถูกใจ ถ้าขณะนั้นไม่มีสีที่ถูกใจ (แม้สภาพอื่น) เหมือนกันเลยทุกประการต่างกันเพียงสี แสดงให้เห็นถึงความติด ความพอใจ โดยไม่รู้ตัวเลยว่าติดทุกอย่าง แม้เป็นเพียงสีก็ยังเป็นที่ต้องการอย่างมากมาย
บางคนจะเป็นโลกของสีซึ่งวิจิตรมาก มีการประกวด มีการ (ทำตาม) สมัยนิยมต่างๆ แม้แต่ที่ตัวของแต่ละท่าน สีผม สีตา สีปาก สีผิว ทั้งหมดนี้คือติดหมด เพราะฉะนั้น เกิดมาก็ติด จนกระทั่งไม่ทราบจะกล่าวได้ว่ามากน้อยเพียงใด นอกจากแต่ละท่านเอง ซึ่งทุกท่านติดแต่มากน้อยต่างกันตามการสะสม
บางท่านอาจจะติดรสอาหารมากกว่าติดสีสันวัณณะทางตาก็ได้ บางท่านก็อาจจะติดกลิ่น มิฉะนั้นน้ำหอมราคาแพงต้องไม่มี แต่เพราะมีการติดในกลิ่นต่างๆ ดังนั้นทุกอย่างที่มีราคาต่างกัน เป็นเครื่องวัดราคะ คือ ราคา ความติดข้องในสิ่งนั้นว่าติดเพียงใด
แสดงให้เห็นว่าเพียงทางเดียวยังติดมากมายขนาดนี้ ทางหู จะเห็นได้ว่าโลกของหู โลกของเสียงวิจิตรมาก โน๊ตเพลงก็มีไม่มาก แต่ (มี) เพลง (มากมาย) ไม่มีวันจบ ถ้าฟังแล้วเบื่อก็ต้องมี (เพลง) ใหม่ แสดงให้เห็นว่ามีการติดในเสียง
มีการติดในกลิ่น มีการติดในรส มีการติดในสิ่งที่กระทบสัมผัส มิฉะนั้นเก้าอี้ที่สบายก็ต้องไม่มี ใช่หรือไม่ แสดงให้เห็นว่าเราติด เกิดมาก็ติด เพราะความไม่รู้และติดทั้งหมด ไม่ว่าอะไรปรากฏ ให้ทราบว่าติดในสิ่งนั้น ต้องการสิ่งนั้น ขวนขวายที่จะได้สิ่งนั้น
ชีวิตมีแต่ความต้องการที่จะมีความสุข จากรูปบ้าง เสียงบ้าง กลิ่นบ้าง รสบ้าง สิ่งที่กระทบสัมผัสกายบ้าง โดยที่ไม่รู้ความจริงเช่นผู้ที่หมดกิเลสว่า แท้ที่จริงสิ่งใดสิ่งหนึ่งก็ตามที่ปรากฏ ไม่ว่าจะเป็นที่พอใจสักเท่าไรก็ตาม สิ่งนั้นเกิดแล้วดับ
ถ้าไม่ประจักษ์จริงๆ เช่นนี้ ก็ละความพอใจ ความติดข้องในโลกทางตา ทางหู ทางจมูก ทางลิ้น ทางกาย ทางใจ ไม่ได้ และลองหาดูว่านอกจาก ๖ โลกนี้ มีโลกที่ ๗ ที่ ๘ ที่ ๙ มีโลกอื่นอีกหรือไม่ หรือไม่ว่าจะเมื่อไร ที่ไหน ก็จะมีอย่างมากที่สุด ๖ โลก
ถ้าคนตาบอดก็ไม่มีโลกของสีสันวัณณะ ถ้าคนที่ไม่ได้ยินเสียงก็ไม่มีเสียงปรากฏ แต่ว่าถึงไม่มีการเห็นสิ่งที่ปรากฏทางตา ไม่มีการได้ยินเสียง แต่เมื่อสิ่งใดปรากฏ ไม่ว่าจะเป็นทางจมูก หรือทางลิ้น หรือทางกาย หรือแม้แต่ความคิดนึก ก็ติด ที่เราเคยคิดว่าเป็นโลกนี้กว้างใหญ่หลายทวีป มีดิน มีน้ำ มีภูเขา มีน้ำตก มีทุกอย่าง เคยพิจารณาเข้าใจหรือไม่ว่า ต้องมีอากาศธาตุแทรกอย่างละเอียด สิ่งที่ปรากฏเหมือนกับก้อนแท่งทึบ จะเป็นเหล็ก หรือจะเป็นอะไรก็ตามที่คิดว่าแข็งแรงมาก แต่ความจริงแล้วมีอากาศธาตุแทรกคั่น พร้อมที่จะกระจัดกระจายแตกย่อยละเอียดยิบ
คำกล่าวที่ว่า "ทุกอย่างที่เกิดแล้วต้องดับ" จะเห็นได้ว่าเพราะมีการปกคลุม ปกปิดไม่ให้รู้ความจริงของสภาพธรรมด้วยความไม่รู้ จึงทำให้ไม่เข้าใจแม้แต่เพียงว่า รูปแต่ละรูป อย่างละเอียดซึ่งมีอากาศธาตุแทรกคั่นอยู่ก็เกิดดับ
เรื่องนี้ไม่ทราบว่า วิชาอื่นจะกล่าวถึงในลักษณะของวิชาการนั้นๆ (อย่างไร) แต่ทางพระพุทธศาสนา การดับไปของรูปเร็วนั้นมาก เพราะในขณะที่เหมือนกำลังเห็นและได้ยินด้วย จิตที่เห็น ไม่ใช่จิตที่ได้ยิน ระหว่างจิตเห็นกับจิตได้ยิน มีจิตเกิดดับคั่นเกิน ๑๗ ขณะ และรูปๆ หนึ่งที่เราคิดว่าเป็นรูปที่ถาวรเที่ยงแท้ เมื่อเกิดขึ้นแล้ว จะมีอายุเท่ากับจิตเกิดดับ ๑๗ ขณะ เพราะฉะนั้น รูปดับเร็วมาก ถ้าติดข้องพอใจในรูปไหนก็เพราะความไม่รู้ว่า แท้ที่จริงแล้วรูปก็เกิดดับด้วย
ปกิณณกธรรม ตอนที่ 1574