
หลังจากทรงตรัสรู้ ตลอดระยะเวลา 45 พรรษา พระองค์ทรงแสดงธรรมทุกวัน ทุกคำเป็นคำจริงโดยตลอดใครๆ ติเตียนไม่ได้ สมบูรณ์ด้วยอรรถและพยัญชนะ ไม่มีความพลั้งพลาดแม้เพียงปลายขนทราย พระวาจาทั้งหมดย่อมเป็นคำแท้จริง ไม่เป็นอย่างอื่น
น่าอัศจรรย์ คำธรรมดาแต่บุคคลผู้กล่าวไม่ธรรมดา เพียงได้ฟังข้อความนั้นใครเข้าใจความจริงบ้าง เดี๋ยวนี้อะไรจริง ... ยังไม่เคยคิด!! พระพุทธเจ้าตรัสคำที่ทำให้รู้ความจริงของสิ่งที่มีจริงทุกขณะ ทุกเวลาเพราะฉะนั้นต้องฟังทุกคำ จึงจะเห็นความเป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าในทุกคำที่ได้ฟัง
คำของพระพุทธเจ้าลึกซึ้ง ไม่เคยคิดไม่เคยฟังมาก่อน กล่าวถึงสิ่งที่กำลังมีที่กำลังปรากฏเดี๋ยวนี้ ... แต่ไม่เคยรู้ความจริงของสิ่งที่มีที่ปรากฏแม้เพียงหนึ่ง!!!
ความจริงที่พระพุทธเจ้าทรงบำเพ็ญพระบารมีนานเท่าไหร่ ... สี่อสงไขยแสนกัป ... พระองค์ทรงตรัสรู้แล้วทรงแสดงว่า เห็นมีจริง เห็นต้องเป็นเห็นเห็นมีจริงทุกอย่างที่มีจริงเป็นธรรมะ ... แล้วเข้าใจแค่ไหน?! ใครบ้างรู้จักเห็นก่อนฟังคำของพระองค์ เมื่อได้ฟังแล้วเข้าใจความจริง เริ่มรู้จักพระคุณ เริ่มรู้จักพระพุทธเจ้า ใหญ่ยิ่งเพียงใดในพระปัญญาที่ตรัสรู้ความจริงถึงที่สุดโดยประการทั้งปวง เพียงแค่คำว่าเห็น!!!
ความเป็นไปของสิ่งที่มีจริงคือธรรมะเป็นธรรมดา แค่เห็นเป็นธรรมดา แต่ไม่รู้จักเห็นตั้งแต่เกิดจนตายถ้าไม่ได้ฟังคำของพระพุทธเจ้าเลย ตอบได้ไหมกำลังเห็น ... เห็นคืออะไร ... เปลี่ยนไม่ได้ มีแล้วเกิดแล้ว แต่ไม่เคยรู้ความจริงเลย ... เริ่มรู้ทีละเล็กทีละน้อย ... เดี๋ยวนี้เห็นมีใช่ไหม ... เมื่อไหร่ ... เมื่อเห็นเกิดขึ้น ... ถ้าเห็นไม่เกิดไม่มีเห็น ... จริงไหม เพราะฉะนั้นจริงต้องจริง!!!
เห็นธรรมะเมื่อไหร่ เห็นพระกายของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า