การรู้ชัดนาม รูป…ต่อกันหรือเปล่า
โดย ทรงศักดิ์  4 ธ.ค. 2565
หัวข้อหมายเลข 45283

จากหนังสือแนวทางวิปัสสนา เล่ม85 หน้า22ประมาณบรรทัดที่9 ดังนี้

สุ. รู้ชัดนามอะไร รูปอะไร

ผู้ฟัง. นามทางตา รูปทางตาโดยปราศจากตัวตน

สุ. อะไรอีก

ผู้ฟัง. ทางหูก็เช่นกัน

สุ. ต่อกันหรือเปล่า

และต่อมา หน้า23ประมาณบรรทัดที่17 18

สุ. ....... และจากคำถามที่ว่า ต่อกันไหม ก็ยังตอบว่าไม่รู้เพราะฉะนั้นไม่ใช่การประจักษ์แจ้ง

ขอเรียนถามอาจารย์ คำปั่นว่า ต่อกันหรือเปล่า หมายถึงอะไรครับ



ความคิดเห็น 1    โดย khampan.a  วันที่ 6 ธ.ค. 2565

ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น
เป็นคำถาม เพื่อให้ผู้ฟังได้พิจารณาไตร่ตรองว่า เป็นความเข้าใจในขั้นประจักษ์แจ้งจริงๆ หรือว่า คิดเองว่าประจักษ์แจ้ง เพราะท่านอาจารย์ถามถึงการรู้ชัดนามอะไร รูปอะไร ทางไหน ถ้าเป็นทางตา แล้ว ทางอื่น สามารถประจักษ์แจ้ง โดยต่อกันเลยหรือเปล่า เพราะสภาพธรรม เกิดดับสืบต่อกันอย่างรวดเร็ว ที่เป็นการประจักษ์แจ้ง ก็ต้องเป็นปัญญา ที่เกิดขึ้นทำกิจหน้าที่ เพราะถ้าเป็นปัญญาในขั้นประจักษ์แจ้ง ก็สามารถประจักษ์แจ้งได้ทั้งหมด แต่ผู้ถามได้ตอบว่า ไม่รู้ นั่นก็คือ ไม่ใช่การประจักษ์แจ้ง
ขณะที่รู้สภาพธรรม ที่กำลังปรากฏ ก็ต้องเป็นแต่ละหนึ่งๆ ไม่พร้อมๆ กันหลายๆ ทวาร ครับ
...ยินดีในกุศลของทุกๆ ท่านครับ...


ความคิดเห็น 2    โดย chatchai.k  วันที่ 7 ธ.ค. 2565

ขออนุโมทนาครับ


ความคิดเห็น 3    โดย ทรงศักดิ์  วันที่ 10 ธ.ค. 2565

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาครับ


ความคิดเห็น 4    โดย ทรงศักดิ์  วันที่ 16 ธ.ค. 2565

ผมศึกษา แนวทางเจริญวิปัสสนา เล่มที่103หน้า26 ประมาณบรรทัดที่16 มีข้อความที่ ท่านอาจารย์สุจินต์ บริหารวนเขตต์ อธิบายไว้ดังนี้

สุ . . ............

ถ้ายังรวมโลกทั้ง๖เป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน เพราะการเกิดดับสืบต่ออย่างรวดเร็ว ก็ยังไม่ได้รู้จักโลกตามความเป็นจริง และเมื่อไม่ประจักษ์ความเกิดขึ้นและดับไป จึงปรากฏเป็นสัณฐานต่างๆ และยึดถือว่าเป็นสัตว์ เป็นบุคคล เป็นตัวตน แต่ถ้าเกิดและดับทีละขณะไม่ต่อกัน ก็จะไม่สามารถปรากฏสัณฐานเป็นสัตว์ บุคคล ตัวตนได้

..............................

ไม่ต่อกัน ในที่นี้จะเป็นความหมายเดียวกับประเด็นคำถามหรือไม่ครับ


ความคิดเห็น 5    โดย ทรงศักดิ์  วันที่ 4 ม.ค. 2566

ได้อ่าน แนวทางเจริญวิปัสสนา เล่ม119 หน้า68 ประมาณบรรทัดที่9 พบข้อความที่น่าจะเป็นคำตอบ ดังนี้

" เพราะฉะนั้น ถ้าสติระลึกจริงๆ ก็สามารถรู้ได้ว่า สภาพธรรมที่กำลังปรากฏทางตาไม่ได้ต่อไปถึงทางอื่นเลย ไม่ได้ต่อไปถึงทางหู ไม่ได้ต่อไปถึงทางจมูก ไม่ได้ต่อไปถึงทางลิ้น ไม่ได้ต่อไปถึงทางกาย เพราะฉะนั้น ถ้ายังไม่รู้สึกว่าทางตา สภาพธรรมเพียงปรากฏทางตาในขณะที่กำลังกระทบตาเท่านั้น ถ้ายังไม่ระลึกอย่างนี้จริงๆ ไม่สามารถเห็นความเป็นอนัตตาของสภาพธรรมที่ปรากฏ และจิตที่เห็นว่า แม้สภาพรู้ที่เกิดขึ้นรู้ได้ก็เพราะมีสิ่งซึ่งกระทบตา จิตเห็นจึงเกิดขึ้นเห็นในขณะนี้ได้ "