ผมผิดศีลข้อ 2 หรือเปล่าครับ
โดย berzerker  29 ก.ค. 2556
หัวข้อหมายเลข 23261

คือ ปกติเวลาว่างผมนั่งเล่นดนตรีอยู่บ้าน คือมันจำเป็นต้องแกะเพลงฟัง ไปด้วย ผมก็โหลดเพลงมา มักจะเป็นเพลงต่างประเทศแนว rock ซึ่งในไทยไม่ค่อยมีขายหรือหาซื้อยากมากๆ และเป็นเพลงนานแล้วด้วย ไม่ทราบว่าผิดศีลข้อ 2 ไหม เพราะเวลาแกะเสร็จ ผมก็ลบ file เพลงทิ้ง เวลาเล่นก็เล่นตาม mv youtube ซึ่งถ้าผิดผมว่าทำอะไรในโลกสมัยนี้ยากมาก ซึ่งผมก็เริ่มฝึกนั่งสมาธิอยู่บ้าง แต่ถ้าผิด ศีลก็ไม่บริสุทธิ์ สมาธิก็จะไม่ก้าวหน้า ทำให้ผมเป็นกังวลอยู่ครับ



ความคิดเห็น 1    โดย paderm  วันที่ 29 ก.ค. 2556

ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น

[เล่มที่ 11] พระสุตตันตปิฎก ทีฆนิกาย สีลขันธวรรค เล่ม ๑ ภาค ๑ - หน้าที่ 190

ข้อความบางตอนจาก...วรรณาจุลศีล อทินนาทาน มีองค์

อทินนาทานนั้น มีองค์ ๕ คือ

๑. ปรปริคฺคหิตํ ของที่เจ้าของหวงแหน

๒. ปรปริคฺคหิตสญฺญิตา รู้อยู่ว่า เป็นของที่เจ้าของหวงแหน

๓. เถยฺยจิตฺตํ จิตคิดลัก

๔. อุปกฺกโม พยายามลัก

๕. เตน หรณํ ลักมาได้ด้วยความพยายามนั้น

จากกรณีที่ผู้ถามถามมานั้น ไม่ได้ผิดศีลข้อ 2 เพราะเหตุว่า ไม่ได้มีเจตนาที่จะลักขโมย และ ไม่มีเจตนาที่จะทำให้ผู้อื่นสูญเสียทรัพย์ด้วย และเป็นการดาวโหลดมาด้วยเจตนาที่ไม่ใช่การขโมย และ มีการลบทิ้ง ไม่ได้นำเพลงที่ทำไปขายต่อ อันจะทำให้เจ้าของเพลงเสียผลประโยชน์ จึงไม่ผิดศีลข้อ 2 ตามที่กล่าวมา ครับ

ส่วนประเด็นเรื่องสมาธินั้น

การปฏิบัติธรรมในพระพุทธศาสนา ไม่ใช่การนั่งสมาธิ แต่ เป็นการรู้ความจริงของสภาพธรรมในขณะนี้ ที่ปรากฎในชีวิตประจำวัน เพราะฉะนั้น การปฏิบัติธรรมจึงไม่ได้แยกจากชีวิตประจำวัน เพราะ ปฏิบัติ คือ การถึงเฉพาะลักษณะของสภาพธรรม และธรรมก็ไม่ได้อยู่ในขณะที่นั่ง ในห้องปฏิบัติ ขณะนี้มีธรรมให้รู้ เห็น ได้ยิน คิดนึก โกรธ โลภ ล้วนแล้วแต่เป็นธรรมที่ควรรู้ ควรรู้ว่าเป็นแต่เพียงธรรมไม่ใช่เรา การปฏิบัติธรรมจึงเป็นการเจริญสติปัฏฐานที่ไม่ใช่การนั่งสมาธิแต่อย่างใดเลย

กล่าวได้ว่า ที่ใด เมื่อไหร่ที่ปัญญาเกิด ขณะนั้นเป็นการปฏิบัติธรรม เพราะหากไม่มีปัญญา มีแต่ความสงบนิ่ง โดยที่ไม่รู้อะไร ก็ไม่ใช่ พุทธ ผู้รู้ ที่เป็น เรื่องของปัญญาเป็นสำคัญ เพราะ ปัญญานั่นเองที่จะเป็นธรรมที่สามารถดับกิเลสได้ ความไม่รู้ ความนิ่ง ความสงสัย ไม่สามารถดับกิเลสได้ ซึ่งปัญญาจะเจริญได้ ไม่ใช่ด้วยการนั่งสมาธิ แต่ด้วยการฟังพระธรรม ศึกษาพระธรรม และเมื่อใดปัญญาเจริญขึ้นมากจากการฟังพระธรรม สติและปัญญาก็จะเกิดรู้ความจริงในชีวิตประจำวัน โดยไม่ต้องไปนั่ง หรืออยู่ในห้อง เพราะ ธรรมมีอยู่ในชีวิตประจำวัน ขณะที่รู้ความจริงในชีวิตประจำวัน ด้วยสติและปัญญาที่เกิดขึ้น อันเกิดจากการฟังพระธรรม ขณะนั้นปฏิบัติธรรมแล้ว แม้จะไม่เรียก ไม่กล่าวว่า ปฏิบัติธรรม เพราะ สติและปัญญา ปฏิบัติหน้าที่รู้ธรรมตามความเป็นจริง ครับ ดังนั้นแทนที่จะพัฒนาการนั่งสมาธิ ก็มาพัฒนาความเข้าใจพระธรรมในขั้นการฟัง จะเป็นหนทางที่ถูกต้อง

ควรเริ่มจากความเข้าใจขั้นการฟัง เป็นสำคัญก่อน ไม่ใช่การไปนั่งปฏิบัติโดยยังไม่รู้เลยว่า ปฏิบัติธรรม คือ อะไร ธรรม คือ อะไร ชาตินี้ได้มีโอกาสพบพระธรรมที่พระพุทธเจ้าทรงแสดง และทรงประกาศไว้ อย่าปล่อยทิ้งมรดกอันล้ำค่า คือพระธรรม ด้วยการเป็นทายาท คือ การศึกษาพระธรรม ฟังพระธรรมเป็นสำคัญ ความเข้าใจจะเกิดขึ้นเอง โดยไม่ต้องไปนั่งปฏิบัติสมาธิ เพราะไม่ใช่หนทางที่ถูกต้อง มรดกอันล้ำค่าจึงมีค่าและจะได้รับมรดกต่อเมื่อผู้นั้นมีปัญญา อันเกิดจากการฟังพระธรรมเป็นสำคัญ ครับ

เชิญคลิกอ่านที่นี่ ครับ

จะนั่งสมาธิอีกแล้วครับ

ขออนุโมทนา


ความคิดเห็น 2    โดย berzerker  วันที่ 29 ก.ค. 2556

ถามอีกนิดนะครับ แล้วเวลาดูหนังออนไลน์ตามเว็บนี่ผิดไหมครับ


ความคิดเห็น 3    โดย paderm  วันที่ 29 ก.ค. 2556

ไม่ผิดหรอก ครับ เพราะ เป็นหนังที่เขาให้เผยแพร่แล้ว เราไม่ได้อัดไปขาย ครับ

ขออนุโมทนา


ความคิดเห็น 4    โดย berzerker  วันที่ 29 ก.ค. 2556

ขอบคุณมากครับ กังวลอยู่นาน


ความคิดเห็น 5    โดย khampan.a  วันที่ 29 ก.ค. 2556

ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น

-สำหรับผู้ที่ชอบร้องเพลง เวลาฟังเพลงไหนที่ชอบๆ ก็จะร้องเพลงนั้น เล่นเพลงนั้นเป็นปกติธรรมดาอยู่แล้ว ถ้าไม่ได้มีเจตนาที่จะนำมาเป็นเพลงของเรา ผลิตเพื่อประโยชน์ของตนในทางการค้า ก็ย่อมไม่ผิดศีลข้อที่ ๒ สำคัญอยู่ที่เจตนาจริงๆ

-ชีวิตของบุคคลผู้ที่มีความมั่นคงในคุณความดี เป็นชีวิตที่อยู่เป็นสุขด้วยกุศลธรรม ไม่มีความเดือดร้อนใจอันจะเกิดจากการกระทำในสิ่งที่ไม่ดีเลย เพราะไม่ได้กระทำในสิ่งที่ผิดๆ เหล่านั้น ความสบายใจ ก็ย่อมมีมากกว่าผู้ที่กระทำทุจริตกรรมประการต่างๆ เพื่อประโยชน์ของตนเองโดยไม่เคยคิดเลยว่าผลของการกระทำอกุศลกรรมนั้น หนักหนาสาหัสทีเดียว เพราะฉะนั้น เรื่องของคนอื่นเป็นเรื่องของคนอื่น แม้คนอื่นเขาจะทำทุจริต ทำในสิ่งผิดๆ แต่เราก็ควรจะยืนหยัดอย่างมั่นคงที่ไม่กระทำตามเขา พร้อมทั้งควรที่จะมีความมั่นคงในการสะสมความดี และฟังพระธรรมให้เข้าใจต่อไป เพราะในที่สุดแล้วก็จะต้องละจากโลกนี้ไปด้วยกันทั้งนั้น สิ่งที่จะเป็นที่พึ่งจริงๆ ในชีวิต ไม่ใช่ทรัพย์สินเงินทอง แต่เป็นคุณความดี เท่านั้น

-ถ้าหากว่า ไม่มีความเข้าใจถูกเห็นถูกแล้ว สมาธิที่ว่านั้นก็ไม่พ้นไปจากมิจฉาสมาธิ เป็นการปฏิบัติผิด กุศลธรรมย่อมไม่เจริญขึ้นแน่นอนในขณะนั้น จึงขอให้ตั้งต้นที่การฟังพระธรรมให้เข้าใจ เพราะถ้ามีความเข้าใจถูกแล้ว ทุกอย่างเป็นเรื่องปกติ ไม่ต้องไปทำชีวิตให้ผิดปกติไปจากเดิมเพราะปฏิบัติธรรม ก็เป็นไปในชีวิตประจำวันได้ ถ้ามีความเข้าใจถูกเห็นถูก ครับ

...ขออนุโมทนาในกุศลจิตของทุกๆ ท่านครับ...


ความคิดเห็น 6    โดย wannee.s  วันที่ 29 ก.ค. 2556

หนังเขาให้ดูอยู่แล้ว ถ้าดูก็ไม่ผิดศีล ค่ะ


ความคิดเห็น 7    โดย papon  วันที่ 30 ก.ค. 2556

ขอบคุณ และขออนุโมทนาครับ


ความคิดเห็น 8    โดย berzerker  วันที่ 31 ก.ค. 2556

เอาให้หมดเลยละกัน อย่างกรณี software เถื่อน หรือแผ่นเกม copy ที่ขายกันตามตลาดหรือสั่งซื้อตามเว็บ ถ้าเราไปซื้อ อันนี้ผิดเต็มๆ เลยใช่ไหมครับ เพราะมันคลุมเครือมาก ผมไม่ทราบจริงๆ


ความคิดเห็น 9    โดย Komsan  วันที่ 1 ส.ค. 2556

ขอบคุณ และขออนุโมทนาครับ


ความคิดเห็น 10    โดย ผู้ร่วมเดินทาง  วันที่ 2 ส.ค. 2556

เรื่องลิขสิทธิ์เป็นเรื่องที่ซับซ้อนนิดหนึ่งนะครับ

เนื่องจากทรัพย์ในกรณีนี้ เป็นทรัพย์สินทางปัญญา แตกต่างจากทรัพย์ทั่วๆ ไป ที่จับต้องได้ เมื่อลักเอาไปแล้ว เจ้าของสูญเสียทรัพย์นั้นไป แต่ทรัพย์สินทางปัญญานั้น เจ้าของคิดค้นสร้างสรรค์งานนั้นขึ้น เป็นผลงานทางความคิด จึงไม่มีใครสามารถเอางานนั้นไปจากเจ้าของได้

เช่น นักแต่งเพลงได้แต่งเพลงที่ไพเราะขึ้น แต่หากมีผู้อื่นแอบได้ยินแล้วนำเพลงนั้นไปร้อง ก็มิได้ทำให้นักแต่งเพลงสูญเสียเพลงที่แต่งไป ยังคงเป็นเจ้าของเพลงอยู่ คงนำเพลงนั้นมาเล่นอีกก็ได้ เพียงแต่เจ้าของเสียประโยชน์ที่ไม่อาจจะไปคุมผู้อื่นไม่ให้มาเลียนแบบเพลงที่ตนเองแต่งได้

ดังนั้น กฎหมายลิขสิทธิ์จึงเป็นกฎหมายที่ออกมาเพื่อคุ้มครองโดยห้ามไม่ให้ผู้อื่นลอกเลียนแบบของเจ้าของ เพื่อนำไปแสวงหาประโยชน์โดยเจ้าของไม่ได้อนุญาต กฎหมายนี้จึงปกป้อง "ผลประโยชน์" ของเจ้าของที่จะเกิดขึ้นจากการใช้งานลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นภาพยนตร์ เพลง โปรแกรม เกมส์ ฯ มิใช่ปกป้อง "ทรัพย์" ของเจ้าของโดยตรง เมื่อเจ้าของผลิตผลงานแล้วนำออกจำหน่ายเพื่อแสวงหาผลประโยชน์หรือรายได้ แต่หากมีบุคคลมาลอกเลียนแล้ว เจ้าของย่อมเสียผลประโยชน์ในการใช้งานนั้นๆ ไป กฎหมายลิขสิทธิ์จึงเน้นเรื่องของการกระทำที่ทำให้เจ้าของ เสียผลประโยชน์จากการลอกเลียน โดยการนำออกไปจำหน่ายในทางการค้าเป็นสำคัญ อย่างไรก็ตาม อะไรที่ผิดกฎหมาย เนื่องจากทำให้ผู้อื่นเสียผลประโยชน์ ก็เหมือนกับการลักทรัพย์ผู้อื่นไป ย่อมผิดศีลแน่นอนครับ

กฎหมายลิขสิทธิ์ระบุว่า การ copy หรือทำซ้ำ เพื่อจำหน่าย เผยแพร่ ให้เช่าหรือใช้ประโยชน์ใดๆ ที่กระทบต่อเจ้าของงาน ไม่ว่าจะเป็นภาพยนตร์ เพลง เกมส์ โปรแกรม หรือ อื่นๆ ผิดกฎหมาย

การเอางานที่ผู้อื่น copy ไว้แล้วโดยไม่ชอบ (แผ่นซีดีก็อปปี้ ฯ) แล้วเอามาจำหน่าย ให้เช่า เผยแพร่ อีก ผิดกฎหมาย

แต่การ copy งานทีมีลิขสิทธิ์ โดยไม่ขัดต่อการแสวงหาประโยชน์ของเจ้าของ และไม่กระทบกระเทือนสิทธิของเจ้าของ ถือว่าเป็นข้อยกเว้น ไม่ผิดกฎหมาย เช่น copy งานไว้เพื่อการศึกษาหรือวิจัย ที่ไม่ได้เป็นการค้าหากำไร เป็นต้น

ดังนั้น ตามที่ เจ้าของกระทู้ copy เพลงมาเพื่อฝึกหัด เป็นการใช้เพื่อการศึกษาประเภทหนึ่งซึ่งเมื่อใช้แล้วลบทิ้ง ไม่ผิดกฎหมาย และทั้งมิได้เป็นการลักเอาผลประโยชน์ของเจ้าของที่ควรได้รับ จึงไม่ผิดศีลด้วยครับ

ส่วนการดูหนัง ฟังเพลง จากเว็บออน์ไลน์ที่ไม่ได้ขออนุญาตเจ้าของ (เถื่อน) การซื้อหนัง ซื้อเพลง โปรแกรม เกมส์ ที่ไม่ถูกต้อง (ซีดีผี) แม้จะไม่ผิดกฎหมาย แต่ก็เป็นการสนับสนุน ผู้ที่ผิดศีลที่ลักเอาผลประโยชน์ของเจ้าของ จึงต้องผิดศีลไปตามๆ กันครับ

ซึ่งเรื่องการสนับสนุนนี้คงจะมีรายละเอียด ที่อาจารย์ผเดิมและอาจารย์คำปั่นอาจจะยกอรรถาธิบายในองค์ของผู้สนับสนุนอทินนาทานมาอธิบายได้ชัดเจนยิ่งขึ้นนะครับ

ขออนุโมทนาครับ


ความคิดเห็น 11    โดย Komsan  วันที่ 24 ม.ค. 2557

ขออนุโมทนาครับ