ปันธรรม - ปัญญ์ธรรม ... ครั้งที่ ๑๕๗ -.-
โดย khampan.a  24 ส.ค. 2557
หัวข้อหมายเลข 25383

ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น

ขออนุญาตแบ่งปันข้อความธรรม (ปันธรรม) ที่ได้จากการฟังพระธรรมจากท่านอาจารย์สุจินต์ บริหารวนเขตต์ ในแต่ละครั้ง รวบรวมเป็นธรรมเตือนใจสั้นๆ เหมาะสำหรับผู้ที่มีเวลาน้อย เพื่อศึกษาและพิจารณาร่วมกัน เพื่อความเข้าใจธรรม (ปัญญ์ธรรม) ตามความเป็นจริง ถึงแม้ว่าจะเป็นข้อความที่สั้น แต่ก็มีอรรถที่สมบูรณ์อยู่ในตัว ควรค่าแก่การพิจารณาอย่างยิ่ง ดังนี้

ปันธรรม - ปัญญ์ธรรม ... ครั้งที่ ๑๕๗

--- ถ้าข้อปฏิบัติคลาดเคลื่อนไปจากการที่จะระลึกรู้ลักษณะของสภาพธรรม ที่กำลังปรากฏ ก็ไม่ใช่หนทางที่จะดับกิเลส แต่ว่าทำให้ผู้ปฏิบัติผิด เข้าใจผิด คิดว่าสามารถที่จะดับกิเลสได้ ซึ่งไม่ใช่จะมีเฉพาะยุคนี้สมัยนี้ แม้ในครั้งที่ พระผู้มีพระภาคเจ้ายังไม่เสด็จดับขันธปรินิพพาน ก็มี

--- พระภิกษุทั้งหลายไม่สามารถที่จะตรัสรู้ธรรมด้วยตนเอง แต่ว่าเพราะ อาศัยการฟังพระธรรมที่พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงตรัสรู้แล้วทรงแสดง แล้วน้อม ประพฤติปฏิบัติตาม พระภิกษุทั้งหลายจึงมีพระผู้มีพระภาคเจ้าเป็นต้นเหตุ แห่งธรรมทั้งหลาย

--- ทุกข์ไม่ใช่อย่างอื่น ต้องเป็นความไม่เที่ยงของสภาพธรรมที่กำลัง เกิดดับทางตา ทางหู ทางจมูก ทางลิ้น ทางกาย ทางใจในขณะนี้

--- กรรมของพระเทวทัตเองที่ทำให้พระเทวทัตไปเกิดในอเวจีมหานรก

--- จะต้องรู้ตามความเป็นจริงว่า ที่ว่างจากตน หรือ ว่างจากความเป็นของๆ ตน คือ ของเรา ก็เพราะเป็นสภาพธรรมที่เกิดขึ้นแล้วก็ดับไป แต่ละอย่างทางตา ทางหู ทางจมูก ทางลิ้น ทางกาย ทางใจ

--- ชาติไหนที่มีโอกาสได้ยินได้ฟังพระธรรม ชาตินั้นประเสริฐสุด เพราะว่า ไม่ใช่ทุกชาติจะได้ฟัง ถ้าเกิดเป็นสัตว์ แมว นก หนู ก็ไม่มีโอกาสเลย ถ้าเกิด ในประเทศที่ไม่มีคำสอนของพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า ก็ไม่มีโอกาสอีก ถ้าไม่มีบุญที่สะสมไว้ในอดีตก็ไม่มีโอกาสได้ฟังแน่นอน เพราะเสียงก็มีตั้ง หลายเสียง แต่เสียงที่จะให้เข้าใจพระธรรม ต้องเป็นเสียงซึ่งบุญที่ได้ กระทำมาแล้วเป็นปัจจัยทำให้ได้ยิน

--- ถ้าจิตดี กายก็จะดี การกระทำทุกอย่างก็จะอ่อนโยนนุ่มนวล ขณะนั้น เป็นไปตามสภาพจิตที่ดี

--- เป็นคนดี เพราะธรรมฝ่ายดีเกิดขึ้นทำกิจหน้าที่

--- บุคคลใดก็ตามที่ได้ทำอกุศลกรรมไว้แล้ว เมื่อถึงกาลที่อกุศลกรรมให้ผล ใครก็ช่วยไม่ได้ มารดาบิดาก็ช่วยไม่ได้ ญาติพี่น้องมิตรสหายก็ช่วยไม่ได้ เมื่อเข้าใจอย่างนี้ ก็จะทำให้เรามีแต่การที่จะคิดเป็นมิตรและก็ช่วยเหลือคนอื่น

--- เราจำเรื่องอื่น ไว้มาก แต่จำธรรมที่ได้ฟัง น้อย

--- ชีวิตแต่ละชาติก็ชั่วคราวจริงๆ แล้วแต่ว่ากรรมจะทำให้มีชีวิตอยู่นาน หรือสั้นแค่ไหน แต่ระหว่างนั้นก็มีความเป็นไปในชีวิตที่จะต้องเห็น ต้องได้ยิน เพราะแต่ละคนก็เห็น ได้ยินไม่เหมือนกัน ลาภ ยศ สรรเสริญ สุข ทุกข์ ก็ไม่เหมือนกันตามกรรม คิดเป็นกุศลบ้าง อกุศลบ้างก็ไม่เหมือนกัน ก็สะสมไป เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นในระหว่างที่มีชีวิตอยู่ แล้วก็หมดสิ้นไป ไม่กลับมาอีกเลย ไม่เหลือเลยสักอย่างในแต่ละภพแต่ละชาติ

--- ทุกคำที่กล่าวไว้ในพระไตรปิฎก กล่าวถึงสภาพธรรมทั้งหมดที่มีจริงๆ ทุกขณะนี้เอง เพียงแต่ว่าถ้าไม่ได้ฟังพระธรรม ก็ไม่สามารถเข้าถึง สภาพธรรมที่เป็นอนัตตา

--- สำหรับเรื่องความประมาทในการฟังพระธรรมและในการอบรมเจริญปัญญา ไม่ใช่มีแต่เฉพาะในสมัยนี้ เพราะเหตุว่าธรรมทั้งหลายย่อมเป็นไปตามการสะสม ถ้าเป็นผู้ประมาทในการฟังพระธรรมก็เป็นไปตามกำลังของกิเลส ซึ่งไม่มีใคร จะบังคับบัญชาได้ทุกกาลสมัย แม้ในครั้งที่พระผู้มีพระภาคเจ้ายังไม่ปรินิพพาน ทั้งๆ ที่บุคคลในสมัยนั้นมีโอกาสได้ไปเฝ้า ได้ฟังพระธรรมจากพระโอษฐ์ แต่ก็มีผู้ที่ประมาท ไม่ไปเฝ้าเพื่อที่จะฟังพระธรรม

--- ติดข้องแม้นิดหน่อย ขณะนั้นก็เป็นอกุศล แต่ว่าอกุศลที่เบาบาง คือ โลภะ ท่านใช้คำว่า สมโลภะ หมายความว่า เป็นโลภะธรรมดาๆ ในชีวิตประจำวัน แต่ถ้าระดับที่ผิดจากปกติ ท่านใช้คำว่า วิสมโลภะ (โลภะที่เกินประมาณ ไม่สม่ำเสมอ) แสดงให้เห็นระดับที่มีกำลังขึ้น

--- ถ้าเราเป็นเพื่อนกับใคร จะสังเกตได้เลยว่า เราคิดถึงแต่จะให้ ประโยชน์กับเขา ไม่เคยคิดที่จะเบียดเบียนทำร้ายเลย นั่นคือลักษณะ ของเพื่อนจริงๆ

--- ฟังพระธรรมเพื่อความเข้าใจถูกเห็นถูก รู้ตัวว่าจิตใจไม่สะอาด จึงมีการฟังพระธรรม มีพระรัตนตรัยเป็นที่พึ่ง เพื่อชำระจิตใจให้สะอาด เมื่อได้ฟังพระธรรมแล้ว ย่อมมีโอกาสที่จะเข้าใจขึ้น

--- บุคคลผู้มากไปด้วยอกุศลธรรม พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแสดงอกุศลธรรม เพื่อให้เข้าใจว่าเป็นอกุศลธรรม มีมากอย่างนี้แล้วจะบรรเทาอกุศลธรรม ได้อย่างไร ถ้าไม่ใช่ด้วยปัญญา

--- ประโยชน์ของการฟังธรรมมีมากทีเดียว แล้วในพระไตรปิฎกทั้ง ๓ ปิฎกนั้น ก็ควรค่าแก่การฟัง ควรค่าแก่การศึกษา ควรค่าแก่การอ่าน การค้นค้า เพื่อให้ได้รับประโยชน์ให้เต็มที่ เพราะเหตุว่าที่พระผู้มีพระภาคเจ้าทรง พระมหากรุณาแสดงธรรมถึง ๔๕ พรรษา ก็เพื่ออนุเคราะห์ให้ผู้ฟังได้เข้าใจ สภาพธรรมชัดเจนถูกต้องตามความเป็นจริง เพราะเหตุว่าถ้าพระองค์ไม่ทรง แสดงไว้โดยละเอียดแล้ว ก็อาจจะทำให้เข้าใจผิดพลาดคลาดเคลื่อนไปได้ จุดประสงค์ของการฟังพระธรรม ก็เพื่อเข้าใจความจริง เนื่องจากมี ความจริง แต่เมื่อยังไม่เคยฟังพระธรรม ก็ไม่สามารถที่จะรู้ได้ว่า ธรรมนั้น คืออะไร คิดไม่ออก จึงต้องเริ่มที่การฟังในขณะนี้

--- ถ้าไม่เริ่มเป็นผู้ว่าง่าย ขัดเกลาเสียตั้งแต่ในขณะนี้ นับวันก็จะว่ายาก ดังนั้น ถ้าเริ่มอ่อนโยน เป็นผู้ที่ว่าง่าย น้อมที่จะปฏิบัติตามพระธรรม ตามพระธรรมวินัยโดยง่าย ก็จะทำให้เป็นผู้ที่ง่ายต่อการที่จะเจริญกุศล

--- ธรรมที่จะเป็นที่พึ่งได้จริงๆ นั้นต้องเป็นกุศล แต่ว่ายากที่จะเกิด เพราะเหตุว่าเมื่อสะสมอกุศลมามาก ก็ย่อมมีปัจจัยให้อกุศลธรรมเกิดมาก กว่ากุศลธรรม เพราะฉะนั้น ผู้ที่เห็นว่าธรรมใดเป็นที่พึ่งอย่างแท้จริง ก็จะเข้าใจในคุณของธรรมนั้น กล่าวคือคุณของกุศลธรรม ก็ย่อมจะเป็น ปัจจัยให้ได้เจริญกุศลในชีวิตประจำวัน

--- ที่ใช้คำว่า ธรรม ก็แสดงอยู่แล้วว่า ไม่ใช่สัตว์ ไม่ใช่บุคคล ไม่ใช่ตัวตน เป็นธรรม เพราะฉะนั้น เพียงศัพท์หรือเพียงคำที่ได้ยินคำเดียวว่า ธรรม ก็จะต้องเข้าถึงความหมายของธรรม คือ ไม่ใช่เรา ไม่ใช่สัตว์ ไม่ใช่บุคคล ขณะที่อกุศลจิตเกิด ไม่ใช่ขณะที่ปัญญาเกิด เพราะฉะนั้นก็ไม่ถือเอา สิ่งที่ควรถือ หรือไม่ได้ทำในสิ่งที่ควรทำ แต่ว่ามีความประพฤติเหมือนดังเข้า ไปในเรือนที่มืดตื้อ ทำอะไรก็ไม่ถูก และทำสิ่งที่ผิดๆ ด้วย ไม่มีปัญญาที่จะส่อง ให้เห็นว่า สิ่งนั้นไม่ควรกระทำ แต่ว่าทำไปแล้วด้วยอวิชชา

--- ขณะนี้กำลังเดินทาง ขึ้นอยู่กับว่าจะเดินทางถูก หรือ เดินทางผิด ความเข้าใจพระธรรมเท่านั้นที่อุปการะให้ดำเนินไปในทางที่ถูก

--- บุคคลผู้ที่เกื้อกูลให้มีความเข้าใจที่ถูกต้องนั่นคือมิตรแท้ หรือ มิตรที่ดี

-- มีความเห็นผิดมากมายตราบใดที่ไม่ได้ฟังพระธรรม ฟังคำของคนอื่นทำให้ติดข้อง แต่ฟังคำของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ทำให้ละความติดข้อง ด้วยความเข้าใจถูกเห็นถูก

--- พระธรรม มีโอกาสเมื่อใด ฟังเมื่อนั้น มีโอกาสอ่านเมื่อใด อ่านเมื่อนั้น ซึ่งจะทำให้ค่อยๆ เข้าใจขึ้น

--- ช่วงเวลาของละคร กับ ช่วงเวลาของการฟังพระธรรม ตรงกัน มีศรัทธา ที่จะไม่ดูละคร แล้วมาฟังพระธรรมหรือเปล่า

ขอเชิญผู้ศึกษาพระธรรมร่วมกัน (สหายธรรม) ร่วมแบ่งปันธรรมด้วยครับ

ขอเชิญคลิกอ่านย้อนหลังครั้งที่ผ่านมาได้ที่นี่ครับ

ปันธรรม - ปัญญ์ธรรม ... ครั้งที่ ๑๕๖

...กราบเท้าบูชาคุณท่านอาจารย์สุจินต์ บริหารวนเขตต์ ที่เคารพยิ่ง

และขออนุโมทนาในกุศลจิตของทุกๆ ท่านครับ...



ความคิดเห็น 1    โดย paderm  วันที่ 24 ส.ค. 2557

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาครับ


ความคิดเห็น 2    โดย วันชัย๒๕๐๔  วันที่ 24 ส.ค. 2557

ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น

ขอบพระคุณ และ ขออนุโมทนาในกุศลวิริยะของ อ.คำปั่น อักษรวิลัย

และ ขออนุโมทนาในกุศลจิตของทุกๆ ท่าน ครับ


ความคิดเห็น 3    โดย เมตตา  วันที่ 24 ส.ค. 2557

ถ้าข้อปฏิบัติคลาดเคลื่อนไปจากการที่จะระลึกรู้ลักษณะของสภาพธรรม ที่กำลังปรากฏ ก็ไม่ใช่หนทางที่จะดับกิเลส แต่ว่าทำให้ผู้ปฏิบัติผิด เข้าใจผิด คิดว่าสามารถที่จะดับกิเลสได้ ซึ่งไม่ใช่จะมีเฉพาะยุคนี้สมัยนี้ แม้ในครั้งที่ พระผู้มีพระภาคเจ้ายังไม่เสด็จดับขันธปรินิพพาน ก็มี

ที่ใช้คำว่า ธรรม ก็แสดงอยู่แล้วว่า ไม่ใช่สัตว์ ไม่ใช่บุคคล ไม่ใช่ตัวตน เป็นธรรม เพราะฉะนั้น เพียงศัพท์หรือเพียงคำที่ได้ยินคำเดียวว่า ธรรม ก็จะต้องเข้าถึงความหมายของธรรม คือ ไม่ใช่เรา ไม่ใช่สัตว์ ไม่ใช่บุคคล

ขอบพระคุณ และ ขออนุโมทนาในกุศลวิริยะของ อ.คำปั่น

และ ขออนุโมทนาในกุศลจิตของทุกๆ ท่าน ด้วยค่ะ


ความคิดเห็น 4    โดย j.jim  วันที่ 25 ส.ค. 2557

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาค่ะ


ความคิดเห็น 5    โดย jaturong  วันที่ 25 ส.ค. 2557

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาครับ


ความคิดเห็น 6    โดย Noparat  วันที่ 25 ส.ค. 2557

เราจำเรื่องอื่น ไว้มาก แต่จำธรรมที่ได้ฟัง น้อย มีความเห็นผิดมากมายตราบใดที่ไม่ได้ฟังพระธรรม

...กราบเท้าบูชาคุณท่านอาจารย์สุจินต์ บริหารวนเขตต์ ที่เคารพยิ่ง

และขออนุโมทนาในกุศลจิตของทุกๆ ท่านค่ะ...


ความคิดเห็น 7    โดย สิริพรรณ  วันที่ 24 พ.ย. 2557

กราบนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้นด้วยเศียรเกล้า

กราบเท้าบูชาคุณ ท่านอาจารย์สุจินต์ บริหารวนเขตต์ ที่เคารพยิ่ง

ขอบพระคุณและขออนุโมทนาในกุศลวิริยะของ อ.คำปั่น อักษรวิลัย และ อ.เผดิม ยี่สมบุญ

พระธรรมเท่านั้น ที่สามารถ ขัดเกลากิเลส ด้วยการเข้าใจ และประจักษ์ความจริง จนละคลายความติดข้องและความไม่รู้ ทีละเล็กทีละน้อย ก็เบิกบานยิ่ง จึงควรศึกษาพระธรรมให้ถึงที่สุดในชีวิตที่เหลืออยู่

ขออนุโมทนาในกุศลจิตของทุกๆ ท่าน ค่ะ


ความคิดเห็น 8    โดย นิตยา  วันที่ 6 ม.ค. 2558

ขอบพระคุณทุกถ้อยคำและขออนุโมทนาในกุศลด้วย สาธุ สาธู สาธุ


ความคิดเห็น 9    โดย นิตยา  วันที่ 6 ม.ค. 2558

ขอบพระคุณทุกถ้อยคำและขออนุโมทนาในกุศลด้วย สาธุ สาธู สาธุ


ความคิดเห็น 10    โดย kullawat  วันที่ 8 ม.ค. 2558

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาค่ะ